
'ทำมาก รู้มาก ได้มาก'
สัญญาว่าจ้างมูลค่า 41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่รัฐบาลคูเวตลงนามจ้าง Korea Land and Housing Corporation เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา
โดย...ดร.เพียงออ เลาหะวิไลย [email protected]
สัญญาว่าจ้างมูลค่า 41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่รัฐบาลคูเวตลงนามจ้าง Korea Land and Housing Corporation เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อออกแบบเมืองที่จะเนรมิตขึ้นมาใหม่ในโครงการ “New Kuwait 2035” คงทำให้ประเทศต้นแบบเมืองอัจฉริยะฟากยุโรปที่เฝ้าติดตามและมองหาโอกาส “ขายความรู้” มานานปีต้องอิจฉา เพราะนอกจาก “ความรู้เรื่องเมืองอัจฉริยะ” ของเกาหลีจะกลายเป็น “สินค้าส่งออกที่มีมูลค่าสูง” แล้ว ก็ยังได้พ่วงงานก่อสร้างมูลค่า 4,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 136,000 ล้านบาท) เข้าไปด้วย
เมืองใหม่ของคูเวตนี้ ชื่อว่า South Saad Al-Abdullah จะเป็นที่อยู่อาศัยใหม่ของชาวคูเวตราว 2.5-4 หมื่นครอบครัว คูเวตหวังจะให้เป็นเมืองต้นแบบในแง่การเรียนรู้ และจะนำไปเป็นตัวอย่างให้อีก 8 เมืองที่มีแผนจะสร้างในอนาคต ซึ่งเกาหลีก็คงมาแรงอีกตามเคย เพราะชำนาญในการทำงานกับคูเวตแล้ว งบก่อสร้างเมืองละ 1.36 แสนล้านบาท อีก 8 เมือง คือ 1,088,000 ล้านบาท!
โครงการก่อสร้างใหญ่ขนาดนี้ บริษัทหนึ่งบริษัทใดคงรับงานลำบาก ดังนั้นเกาหลีจึงใช้การลงทุนรูปแบบ PPP (Public-Private Partnership) รัฐลงทุนร่วมกับเอกชน นำโดยบริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมเหล็ก คือ POSCO A&C ยักษ์ใหญ่ในวงการก่อสร้างของเกาหลี คือ Hyundai Architects และ Engineers Associates Co. ซึ่งแต่ละรายก็ผ่านประสบการณ์สร้างเมืองอัจฉริยะในเกาหลีมาแล้ว
ย้อนกลับไปหลายปีก่อน ในขณะที่กระแสเมืองอัจฉริยะเริ่มมาแรงแซงเมืองดิจิทัล เกาหลีก็พยายามปรับปรุงต่อเติมเสริมระบบอัจฉริยะเข้าไปในเมืองหลวง คือ กรุงโซล เพื่อให้บริการสาธารณะมีความ “สะดวก-สบาย-ฉลาด” ขึ้น เพื่อแก้ปัญหาคนล้นเมืองเหมือนที่ประเทศอื่นๆ เขาทำกัน แต่แล้วก็ยังไม่พึงพอใจ เพราะมันไม่ Perfect จึงเกิดไอเดียใหม่ Set Zero คือออกไปหาที่รกร้างสร้างเมืองใหม่แล้วอพยพคนออกไปดีกว่า อุตสาหกรรมก่อสร้างของเกาหลีก็มีพัฒนาการเติบโตมานานหลายสิบปี จากการสร้างประเทศที่พังทลายขึ้นมาใหม่หลังสงคราม จึงไม่ได้ยากเกินความสามารถ เมื่อสร้างมาหลายเมือง สุดท้ายก็เชี่ยวชาญเอง “ทำมากรู้มาก ทำน้อยรู้น้อย”
จึงบอกได้ว่างานนี้ไม่ได้มาอย่างโชคช่วยค่ะ กว่าที่เกาหลีจะก้าวขึ้นสู่อันดับ 1 ในการ “รื้อที่รกร้าง ขุดสร้างเมืองใหม่” ได้ ต้องฝึกปรือฝีมือในการขุดสร้างเมืองขึ้นมาจากโคลนตม ซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึง 6-7 เมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกาหลีประกาศจะสร้างเมือง “ซองโด” ให้เป็นเมืองที่ฉลาดที่สุดในโลกขนาดน้องๆ เมืองพระศรีอาริย์ คือ ฉลาดจนคนแทบจะไม่ต้องออกแรงทำงานอะไรมาก มีระบบอัจฉริยะคอยบริการให้เกือบหมด (แต่ที่ยังเป็นน้องๆ เพราะคนอยู่อาศัยคงไม่ได้มีอายุยืนถึง 8 หมื่นปี ดังคำพยากรณ์)
“เมืองซองโด” เลยกลายเป็นข่าวฮือฮาที่ต้องเอ่ยถึง ในเวทีเสวนาเมืองอัจฉริยะระดับโลกของปี 2005 จากนั้นมา “การสร้างเมืองจากเส้นร่างขีดแรก” หรือ “Build from the scratch” ถูกเรียกว่าเป็น “เกาหลีโมเดล”
“ซองโด” เป็นเมืองอัจฉริยะทางด้าน Environment และ Smart Grid เป็นเมืองต้นแบบของการใช้ชีวิตของคนยุคอนาคต ภายใต้สโลแกนว่า “Smart Technology, smart living” โดยเริ่มต้นตั้งแต่การวางผังเมือง ก่อสร้างและการบริหารจัดการในอนาคตของอาคารที่พักอาศัยและถนน ตลอดจนอาคารธุรกิจต่างๆ ทั้งหมดติดตั้งระบบอัจฉริยะ โดยผ่านระบบ ICT ซึ่งเชื่อมโยงโครงข่ายทั้งเมืองเข้าด้วยกัน เช่น Intelligent Transport Systems, Intelligent Buildings, Intelligent Family Networks, Smart card trading systems ฯลฯ
อัจฉริยะอย่างไรล่ะ ตัวอย่างเช่น ถนนอัจฉริยะปรับความสว่างของไฟฟ้าบนถนนได้โดยอัตโนมัติ และสัญญาณจราจรอัจฉริยะเปลี่ยนตามปริมาณความหนาแน่นของการจราจร สวนสาธารณะอัจฉริยะที่ให้ข้อมูลการออกกำลังกาย แผนที่ การแจ้งเตือนสภาพอากาศของวัน ระบบเฝ้าระวังอัจฉริยะ ตรวจสอบอุโมงค์ใต้ดินของเมืองที่มีสายไฟฟ้าสาย Fiber Optic โทรคมนาคม ระบบส่งน้ำใช้ น้ำทิ้ง แก๊ส และสาธารณูปโภคอื่นๆ ของเมืองว่ายังอยู่ดีหรือไม่
ส่วนในบ้าน Smart Home ก็มีระบบสิ่งแวดล้อมและพลังงานอัจฉริยะ บริหารการนำทรัพยากร น้ำ และไฟฟ้ากลับมาใช้ใหม่ ระบบมิเตอร์อัจฉริยะตรวจสอบการใช้พลังงานของบ้าน คนป่วยไข้สามารถตรวจโรคทางไกลผ่านจอกับคุณหมอ เปิดประตูบ้านโดยใช้เซ็นเซอร์ระบุอัตลักษณ์ของบุคคล และพูดคุยกับเพื่อนบ้านผ่านจอในบ้าน รวมทั้งสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ทุกจุดในอพาร์ตเมนต์อัจฉริยะ
ด้านการคมนาคมขนส่ง มีระบบข้อมูลการจราจรและรถขนส่งสาธารณะแบบ Real-Time ...Smart Card สามารถใช้ได้สารพัด เช่น ใช้ในการขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดิน จ่ายค่าที่จอดรถ ค่าดูภาพยนตร์ ค่าเช่าจักรยานสาธารณะ
เมืองนี้อยู่ห่างจากสนามบินอินชอนไปแค่ 30 นาทีโดยรถยนต์ มีพื้นที่ราว 53.4 ตร.กม. แต่ใช้งบประมาณก่อสร้างไปถึง 7,600 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.5 แสนล้านบาท) สามารถรองรับประชากรเข้าอยู่อาศัยใน Smart Home ได้เต็มที่ 6.5 หมื่นครอบครัว (ราว 3 แสนคน) ปัจจุบันมีคนเข้าไปอยู่อาศัยแล้ว 9 หมื่นคน ธุรกิจร้านค้าเปิดให้บริการแล้วมากกว่า 1,000 ราย มีบริษัททั้งเกาหลีและต่างชาติเข้าไปทำงานแล้วราว 1,600 แห่ง จ้างงาน 6 หมื่นคน และเป็นที่ตั้งขององค์กรระหว่างประเทศ เช่น สาขาของ World Bank และสำนักงานใหญ่ของ GCF (Green Climate Fund)
เกาหลีหวังให้เมืองนี้เป็น Cluster ของอุตสาหกรรมนวัตกรรม การศึกษา และศูนย์วิจัย เป็น Hub ของบรรษัทข้ามชาติในเอเชียแปซิฟิก และศูนย์กลางของอุตสาหกรรม High-Tech บนฐานองค์ความรู้กับศูนย์กลางการค้าระหว่างประเทศ และศูนย์กลางของอุตสาหกรรม MICE เพราะมี Convention Center ขนาดใหญ่อยู่ด้วย
เกาหลีเปลี่ยนความเชี่ยวชาญจากงานอุตสาหกรรมมาสู่การขายความรู้อันเป็นทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว เราจะยังวิ่งช้าๆ เหมือนในอดีตได้อยู่หรือ?...







