posttoday
'ทำมาก รู้มาก ได้มาก'

'ทำมาก รู้มาก ได้มาก'

02 กรกฎาคม 2560

สัญญาว่าจ้างมูลค่า 41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่รัฐบาลคูเวตลงนามจ้าง Korea Land and Housing Corporation เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา

โดย...ดร.เพียงออ เลาหะวิไลย [email protected]

สัญญาว่าจ้างมูลค่า 41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่รัฐบาลคูเวตลงนามจ้าง Korea Land and Housing Corporation เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อออกแบบเมืองที่จะเนรมิตขึ้นมาใหม่ในโครงการ “New Kuwait 2035” คงทำให้ประเทศต้นแบบเมืองอัจฉริยะฟากยุโรปที่เฝ้าติดตามและมองหาโอกาส “ขายความรู้” มานานปีต้องอิจฉา เพราะนอกจาก “ความรู้เรื่องเมืองอัจฉริยะ” ของเกาหลีจะกลายเป็น “สินค้าส่งออกที่มีมูลค่าสูง” แล้ว ก็ยังได้พ่วงงานก่อสร้างมูลค่า 4,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 136,000 ล้านบาท) เข้าไปด้วย

เมืองใหม่ของคูเวตนี้ ชื่อว่า South Saad Al-Abdullah จะเป็นที่อยู่อาศัยใหม่ของชาวคูเวตราว 2.5-4 หมื่นครอบครัว คูเวตหวังจะให้เป็นเมืองต้นแบบในแง่การเรียนรู้ และจะนำไปเป็นตัวอย่างให้อีก 8 เมืองที่มีแผนจะสร้างในอนาคต ซึ่งเกาหลีก็คงมาแรงอีกตามเคย เพราะชำนาญในการทำงานกับคูเวตแล้ว งบก่อสร้างเมืองละ 1.36 แสนล้านบาท อีก 8 เมือง คือ 1,088,000 ล้านบาท!

โครงการก่อสร้างใหญ่ขนาดนี้ บริษัทหนึ่งบริษัทใดคงรับงานลำบาก ดังนั้นเกาหลีจึงใช้การลงทุนรูปแบบ PPP (Public-Private Partnership) รัฐลงทุนร่วมกับเอกชน นำโดยบริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมเหล็ก คือ POSCO A&C ยักษ์ใหญ่ในวงการก่อสร้างของเกาหลี คือ Hyundai Architects และ Engineers Associates Co. ซึ่งแต่ละรายก็ผ่านประสบการณ์สร้างเมืองอัจฉริยะในเกาหลีมาแล้ว

ย้อนกลับไปหลายปีก่อน ในขณะที่กระแสเมืองอัจฉริยะเริ่มมาแรงแซงเมืองดิจิทัล เกาหลีก็พยายามปรับปรุงต่อเติมเสริมระบบอัจฉริยะเข้าไปในเมืองหลวง คือ กรุงโซล เพื่อให้บริการสาธารณะมีความ “สะดวก-สบาย-ฉลาด” ขึ้น เพื่อแก้ปัญหาคนล้นเมืองเหมือนที่ประเทศอื่นๆ เขาทำกัน แต่แล้วก็ยังไม่พึงพอใจ เพราะมันไม่ Perfect จึงเกิดไอเดียใหม่ Set Zero คือออกไปหาที่รกร้างสร้างเมืองใหม่แล้วอพยพคนออกไปดีกว่า อุตสาหกรรมก่อสร้างของเกาหลีก็มีพัฒนาการเติบโตมานานหลายสิบปี จากการสร้างประเทศที่พังทลายขึ้นมาใหม่หลังสงคราม จึงไม่ได้ยากเกินความสามารถ เมื่อสร้างมาหลายเมือง สุดท้ายก็เชี่ยวชาญเอง “ทำมากรู้มาก ทำน้อยรู้น้อย”

จึงบอกได้ว่างานนี้ไม่ได้มาอย่างโชคช่วยค่ะ กว่าที่เกาหลีจะก้าวขึ้นสู่อันดับ 1 ในการ “รื้อที่รกร้าง ขุดสร้างเมืองใหม่” ได้ ต้องฝึกปรือฝีมือในการขุดสร้างเมืองขึ้นมาจากโคลนตม ซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึง 6-7 เมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกาหลีประกาศจะสร้างเมือง “ซองโด” ให้เป็นเมืองที่ฉลาดที่สุดในโลกขนาดน้องๆ เมืองพระศรีอาริย์ คือ ฉลาดจนคนแทบจะไม่ต้องออกแรงทำงานอะไรมาก มีระบบอัจฉริยะคอยบริการให้เกือบหมด (แต่ที่ยังเป็นน้องๆ เพราะคนอยู่อาศัยคงไม่ได้มีอายุยืนถึง 8 หมื่นปี ดังคำพยากรณ์)

“เมืองซองโด” เลยกลายเป็นข่าวฮือฮาที่ต้องเอ่ยถึง ในเวทีเสวนาเมืองอัจฉริยะระดับโลกของปี 2005 จากนั้นมา “การสร้างเมืองจากเส้นร่างขีดแรก” หรือ “Build from the scratch” ถูกเรียกว่าเป็น “เกาหลีโมเดล”

'ทำมาก รู้มาก ได้มาก'

“ซองโด” เป็นเมืองอัจฉริยะทางด้าน Environment และ Smart Grid เป็นเมืองต้นแบบของการใช้ชีวิตของคนยุคอนาคต ภายใต้สโลแกนว่า “Smart Technology, smart living” โดยเริ่มต้นตั้งแต่การวางผังเมือง ก่อสร้างและการบริหารจัดการในอนาคตของอาคารที่พักอาศัยและถนน ตลอดจนอาคารธุรกิจต่างๆ ทั้งหมดติดตั้งระบบอัจฉริยะ โดยผ่านระบบ ICT ซึ่งเชื่อมโยงโครงข่ายทั้งเมืองเข้าด้วยกัน เช่น Intelligent Transport Systems, Intelligent Buildings, Intelligent Family Networks, Smart card trading systems ฯลฯ

อัจฉริยะอย่างไรล่ะ ตัวอย่างเช่น ถนนอัจฉริยะปรับความสว่างของไฟฟ้าบนถนนได้โดยอัตโนมัติ และสัญญาณจราจรอัจฉริยะเปลี่ยนตามปริมาณความหนาแน่นของการจราจร สวนสาธารณะอัจฉริยะที่ให้ข้อมูลการออกกำลังกาย แผนที่ การแจ้งเตือนสภาพอากาศของวัน ระบบเฝ้าระวังอัจฉริยะ ตรวจสอบอุโมงค์ใต้ดินของเมืองที่มีสายไฟฟ้าสาย Fiber Optic โทรคมนาคม ระบบส่งน้ำใช้ น้ำทิ้ง แก๊ส และสาธารณูปโภคอื่นๆ ของเมืองว่ายังอยู่ดีหรือไม่

ส่วนในบ้าน Smart Home ก็มีระบบสิ่งแวดล้อมและพลังงานอัจฉริยะ บริหารการนำทรัพยากร น้ำ และไฟฟ้ากลับมาใช้ใหม่ ระบบมิเตอร์อัจฉริยะตรวจสอบการใช้พลังงานของบ้าน คนป่วยไข้สามารถตรวจโรคทางไกลผ่านจอกับคุณหมอ เปิดประตูบ้านโดยใช้เซ็นเซอร์ระบุอัตลักษณ์ของบุคคล และพูดคุยกับเพื่อนบ้านผ่านจอในบ้าน รวมทั้งสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ทุกจุดในอพาร์ตเมนต์อัจฉริยะ

ด้านการคมนาคมขนส่ง มีระบบข้อมูลการจราจรและรถขนส่งสาธารณะแบบ Real-Time ...Smart Card สามารถใช้ได้สารพัด เช่น ใช้ในการขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดิน จ่ายค่าที่จอดรถ ค่าดูภาพยนตร์ ค่าเช่าจักรยานสาธารณะ

เมืองนี้อยู่ห่างจากสนามบินอินชอนไปแค่ 30 นาทีโดยรถยนต์ มีพื้นที่ราว 53.4 ตร.กม. แต่ใช้งบประมาณก่อสร้างไปถึง 7,600 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.5 แสนล้านบาท) สามารถรองรับประชากรเข้าอยู่อาศัยใน Smart Home ได้เต็มที่ 6.5 หมื่นครอบครัว (ราว 3 แสนคน) ปัจจุบันมีคนเข้าไปอยู่อาศัยแล้ว 9 หมื่นคน ธุรกิจร้านค้าเปิดให้บริการแล้วมากกว่า 1,000 ราย มีบริษัททั้งเกาหลีและต่างชาติเข้าไปทำงานแล้วราว 1,600 แห่ง จ้างงาน 6 หมื่นคน และเป็นที่ตั้งขององค์กรระหว่างประเทศ เช่น สาขาของ World Bank และสำนักงานใหญ่ของ GCF (Green Climate Fund)

เกาหลีหวังให้เมืองนี้เป็น Cluster ของอุตสาหกรรมนวัตกรรม การศึกษา และศูนย์วิจัย เป็น Hub ของบรรษัทข้ามชาติในเอเชียแปซิฟิก และศูนย์กลางของอุตสาหกรรม High-Tech บนฐานองค์ความรู้กับศูนย์กลางการค้าระหว่างประเทศ และศูนย์กลางของอุตสาหกรรม MICE เพราะมี Convention Center ขนาดใหญ่อยู่ด้วย

เกาหลีเปลี่ยนความเชี่ยวชาญจากงานอุตสาหกรรมมาสู่การขายความรู้อันเป็นทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว เราจะยังวิ่งช้าๆ เหมือนในอดีตได้อยู่หรือ?...

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท