posttoday
ปราบนักเรียนนักเลง

ปราบนักเรียนนักเลง

02 กรกฎาคม 2560

ปัญหานักเรียนนักเลง เด็กอาชีวะยกพวกตีกัน กลายเป็นโศกนาฏกรรมขึ้นอีกจนได้ โดยล่าสุดเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ปัญหานักเรียนนักเลง เด็กอาชีวะยกพวกตีกัน กลายเป็นโศกนาฏกรรมขึ้นอีกจนได้ โดยล่าสุดเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา กลุ่มนักเรียนช่างกลอาชีวะกว่า 10 คน จากวิทยาลัยเทคโนโลยีพระรามหก กับช่างก่อสร้างดุสิต ได้ยกพวกใช้มีดไล่ฟันกันจนมีผู้บาดเจ็บหลายราย และมีผู้เสียชีวิต 1 คน เหตุเกิดบริเวณหน้าตลาด จ.นนทบุรี ตรงข้ามโรงภาพยนตร์เมเจอร์

ความจริงปัญหาเรื่องนักเรียนยกพวกตีกันเรื้อรังมานาน หลายรัฐบาลได้พยายามแก้ไขมาตลอด แต่ไม่เป็นผล เพราะเมื่อใดที่เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปล่อยปละละเลยไม่เข้มงวดกวดขันก็มักจะมีการก่อเหตุเสมอ

ทั้งนี้ ในวงวิชาการได้มีการวิเคราะห์ถึงรากเหง้าของปัญหาที่โยงไปถึงตั้งแต่เรื่องกายภาพ จิตใจของเด็ก ที่กำลังย่างเข้าวัยรุ่นมีความเปลี่ยนแปลงทางด้านฮอร์โมน เป็นช่วงวัยที่ระบบการทำงานของสมองกำลัง แสวงหาความตื่นเต้น ความรุนแรง ยิ่งยุคปัจจุบันมีแบบอย่างสารพัดความรุนแรงให้เลือกเอาอย่างได้จากโลกออนไลน์ ที่จับไม่ได้ไล่ไม่ทันมากมาย ก็ยิ่งทำให้เกิดแรงกระตุ้นมากขึ้น

ขณะเดียวกันปัญหาครอบครัวก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้เด็กก่อความรุนแรง เนื่องจากขาดความอบอุ่น ขาดความภาคภูมิใจในตัวเอง จนคิดกันตามประสาว่าจะเติมเต็มสิ่งที่ขาดได้จากกลุ่มเพื่อน จากสังคมที่เข้าสังกัด หวังว่าสิ่งที่โหยหานี้จะกลายเป็นการยอมรับจากผู้อื่น โดยไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังจะตกเป็นเหยื่อการปลูกฝังให้รักศักดิ์ศรีของสถาบันแบบผิดๆ สุดท้ายก็กลายเป็นค่านิยมสถาบันคู่อริกันตลอดไป

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาก็เห็นได้ชัดว่าการแก้ปัญหาด้วยการเปลี่ยนให้สถาบันคู่อริมาจับมือกัน ซึ่งเอาเข้าจริงเด็กที่มาจับมือถ่ายรูปออกสื่อก็มักจะเป็นกลุ่มเด็กที่ไม่ได้ก่อปัญหาด้วยซ้ำไป แนวคิดเปลี่ยนเครื่องแบบ ปิดโรงเรียนชั่วคราว หรือแม้แต่ถึงขั้นเปลี่ยนจากโรงเรียนให้เป็นวิทยาลัย ยกระดับบางแห่งเป็นสถาบันอุดมศึกษา หรือกระทั่งรวมสถาบันอาชีวะของรัฐบาลและเอกชนมาอยู่ในแท่งอาชีวะเดียวกันหมด ก็แก้ไม่ได้

ที่สำคัญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ใช้อำนาจมาตรา 44 มาเพื่อแก้ปัญหานี้ โดยกำหนดแนวทางแก้ปัญหาใน 4 ประเด็น คือ 1.ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจกักตัวนักเรียนและนักศึกษาที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทเป็นการชั่วคราวไม่เกิน 6 ชั่วโมง เพื่อนำส่งเจ้าพนักงานตำรวจ 2.ผู้ปกครองต้องอบรม สั่งสอน และยับยั้งพฤติกรรมที่ไม่ดีของเด็ก หากพบว่าเด็กเยาวชนรวมกลุ่มเพื่อกระทำการดังกล่าวให้ถือเป็นความรับผิดชอบของบิดามารดาหรือผู้ปกครอง

ประเด็นที่ 3 ผู้ที่ยุยง ส่งเสริม หรือสนับสนุน ให้เด็กตีกันต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ 4.ให้สถานศึกษาร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดกิจกรรมในการแนะแนว และทำมาตรการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทให้เป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์พูดไว้เองเมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2558 ว่า “จะสนับสนุนให้เรียนสายอาชีพให้มากขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมให้ตรงกับตลาด ขณะเดียวกันก็เข้าใจว่าที่ผ่านมาที่เด็กไม่อยากเรียนสายอาชีพกัน เพราะกังวลเรื่องของอันตรายต่อชีวิต จนต้องใส่เสื้อเกราะมาเรียนหนังสือกัน ซึ่งต่อไปจะไม่มีแบบนี้อีกแล้ว”

ทว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา ก็ตอกย้ำว่ามาตรการจาก มาตรา 44 ทั้ง 4 ข้อ และข้อห่วงใยของนายกฯ ก็หยุดยั้งปัญหาไม่ได้เช่นกัน

ดังนั้น เพื่อให้การแก้ปัญหาเรื่องนี้สัมฤทธิผลก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามมาตรา 44 กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้อย่างเด็ดขาด อย่าทำแบบลูบหน้าปะจมูก ไม่เช่นนั้นนักเรียนนักเลงจะไม่หมดไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท