posttoday
หนุนสร้างพื้นที่ใหม่ คุณแม่วัยสาว อุ้มท้องเรียนต่อ-ลาคลอดได้

หนุนสร้างพื้นที่ใหม่ คุณแม่วัยสาว อุ้มท้องเรียนต่อ-ลาคลอดได้

16 กันยายน 2553

ผลการวิจัยระบุชัดว่าลูกที่เกิดจากคุณแม่วัยรุ่นมีโอกาสเป็นอาชญากรมากกว่าเด็กปกติถึง 3 เท่า ดังนั้นถ้าดูแลกลุ่มคนเหล่านี้ไม่ดี เขาจะถูกผลักออกจากสังคมและเกิดปัญหา....

ผลการวิจัยระบุชัดว่าลูกที่เกิดจากคุณแม่วัยรุ่นมีโอกาสเป็นอาชญากรมากกว่าเด็กปกติถึง 3 เท่า ดังนั้นถ้าดูแลกลุ่มคนเหล่านี้ไม่ดี เขาจะถูกผลักออกจากสังคมและเกิดปัญหา....

โดย....ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน

ความพยายามตรากฎหมาย “อุ้มท้องวัยเรียน” ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โดยเฉพาะข้อถกเถียงต่อมาตรา 12 ว่าด้วยกรณีผู้บริหารสถานศึกษาที่มีหญิงตั้งครรภ์ศึกษาอยู่ ต้องอนุญาตให้หญิงศึกษาต่อในระหว่างตั้งครรภ์ และกลับไปศึกษาต่อภายหลังคลอดบุตรได้ เป็นความพยายามที่มีมานาน ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติ “เห็นชอบ” ร่างนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2553 – 2557) โดยประกาศเป็นนโยบายรัฐบาล และมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนรับไปดำเนินการ

ความเห็นต่อร่างนโยบายฉบับนี้มีอย่างหลากหลาย  ส่วนใหญ่ล้วนให้การสนับสนุนให้นำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม

ณัฐยา บุญภักดี มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง บอกว่า สถิติเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ของประเทศไทยที่ตั้งครรภ์ ถือเป็นอันดับหนึ่งในเอเชีย กฎหมายฉบับนี้จึงร่างขึ้นเพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมปัญหาสังคม แต่หัวใจหลักของกฎหมายจริงๆ คือมาตราที่ว่าด้วย “สิทธิ” ของประชาชนทุกเพศทุกวัยที่ต้องได้รับข้อมูลด้านเพศศึกษาอย่างถูกต้องและครบถ้วน ซึ่งจะทำให้แก้ปัญหาเรื่องเพศตั้งแต่ต้นเหตุ

“ข้อกังวลว่าปล่อยให้เด็กท้องเรียนได้แล้วจะมีคนแห่ตามนั้นคงไม่จริง เพราะในต่างประเทศหรือตามโรงเรียนนำร่องของประเทศไทย แสดงให้เห็นว่าเมื่อเด็กเห็นตัวอย่างจริงจากเพื่อนที่พลาดพลั้ง ทำให้เกิดความตระหนักขึ้น และในต่างประเทศตัวเลขตรงนี้ลดลงมาก”เธออธิบาย

นัยนา สุภาพึ่ง มูลนิธิธีนาถกาญจนอักษร ซึ่งดูแลเรื่องความเป็นธรรมทางเพศ มองว่า กฎหมายดีแต่ต้องคำนึงถึงรายละเอียด เช่น ควรให้เด็กหรือผู้ปกครองตัดสินเองว่าจะเรียนต่อหรือจะดรอป หรือจะกลับมาเรียนใหม่หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นอำนาจของครูทั้งสิ้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการฟังเสียงของเด็กเพราะเจตนารมย์ของกฎหมายคือการคุ้มครองและให้ความช่วยเหลือเด็ก

“กฎหมายการคุ้มครองสิทธิเด็กที่ผ่านมามีเจตนาดีที่ส่งผลร้าย เนื่องจากผู้ปฏิบัติไม่ละเอียดพอ” นัยนา กล่าวชวนคิด

ระเบียบรัตน์ พงษ์พณิชย์ นายกสมาคมเสริมสร้างครอบครัวให้อบอุ่นและเป็นสุข เชื่อว่า เป็นความก้าวหน้าของการดูแลสังคมอีกระดับหนึ่ง เพราะขณะนี้สังคมยังไม่เปิดรับเรื่องดังกล่าวสักเท่าไร แต่อย่างไรก็ตามผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะครู อาจารย์ จำเป็นต้องทำความเข้าใจกับลูกศิษย์ มิใช่ปล่อยให้เด็กที่ตั้งครรภ์ถูกล้อเมื่อกลับมาเรียนต่อ

หนุนสร้างพื้นที่ใหม่ คุณแม่วัยสาว อุ้มท้องเรียนต่อ-ลาคลอดได้ ภาพประกอบข่าว

“คนที่เซียนอาจจะป้องกันได้ดูบริสุทธิ์ แต่คนที่ซื่อๆ มักจะพลาดพลั้ง ดังนั้นตรงนี้ไม่ใช่เรื่องที่ผิดถูก จึงอยากขอบคุณคนที่ออกกฎหมายนี้ที่เห็นความเป็นมนุษย์ของลูกผู้หญิง”ระเบียบรัตน์กล่าว 

เช่นเดียวกับ วัลลภ ตังคณานุรักษ์ หรือครูหยุย ในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ ที่สนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ บอกว่า เป็นสิ่งที่ดีแต่ยังแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ตามหลักการแล้วการให้พื้นที่ยืนแก่เด็กซึ่งผิดพลาดเป็นเรื่องดี แต่ข้อเท็จจริงคือเด็กที่ตั้งครรภ์ในวัยเรียนล้วนแต่จะหยุดเรียน เพราะทนความอับอายไม่ได้ 

“การออกกฎหมายเพื่อแก้ปัญหานี้สุ่มเสี่ยงที่จะมองได้ในหลายมุม เช่น เป็นการส่งเสริมทางอ้อมให้เด็กท้องได้หรือไม่ ดังนั้นหัวใจของพ.ร.บ.ฉบับนี้คือการให้การศึกษาเรื่องเพศศึกษาที่ถูกต้อง”ครูหยุย ระบุ

สอดคล้องกับ อมรวิทย์ นาครทรรพ อาจารย์คุรุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการสถาบันรามจิตติ ที่ระบุว่า กฎหมายฉบับนี้เป็นสิ่งดีแต่ที่สำคัญคือควรทำทั้งระบบ อย่างเช่นประเทศสหรัฐอเมริกา เมืองชิคาโก มีเด็กตั้งครรภ์ 115 คน จาก 800 คน มีการแก้ปัญหาด้วยการตั้งศูนย์ดูแลเด็กเล็กในโรงเรียน อบรมคุณแม่วัยรุ่น ทั้งการเลี้ยงลูก การทำครัวเรือน รวมทั้งระบบการศึกษาพิเศษ

“ผลการวิจัยระบุชัดว่าลูกที่เกิดจากคุณแม่วัยรุ่นมีโอกาสเป็นอาชญากรมากกว่าเด็กปกติถึง 3 เท่า ดังนั้นถ้าเราดูแลกลุ่มคนเหล่านี้ไม่ดี เขาจะถูกผลักออกจากสังคมและเกิดปัญหาในที่สุด”ผอ.สถาบันรามจิตติระบุ

ปิดท้ายด้วยความเห็นจาก มนตรี สินทวิชัย หรือครูยุ่น เลขาธิการมูลนิธิคุ้มครองเด็ก  บอกว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้เป็นสิ่งดี มีจุดประสงค์สำหรับแก้ไขปัญหา เนื่องจากปัจจุบันอายุของเด็กตั้งครรภ์ลดน้อยลงจึงจำเป็นต้องรักษาสิทธิ์การเรียนหนังสือเอาไว้ ทั้งนี้ต้องเข้าใจว่าคนกลุ่มนี้ยังเป็นเด็ก วุฒิภาวะน้อย ต้องมองว่าเด็กเป็นผู้ประสบปัญหาไม่ใช่ผู้สร้างปัญหา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท