
รับฟ้อง"เสนาะ"ทุจริตที่ดินอัลไพน์
ศาลฎีกาฯ รับฟ้อง "เสนาะ"ทุจริตที่ดินอัลไพน์ นัดพิจารณาคดีนัดแรก 19 พ.ย.
ศาลฎีกาฯ รับฟ้อง "เสนาะ"ทุจริตที่ดินอัลไพน์ นัดพิจารณาคดีนัดแรก 19 พ.ย.
ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง วันที่ 16 ก.ย.53 เวลา 10.00 น. นายธานิศ เกศวพิทักษ์ ประธานแผนกคดีผู้บริโภคในศาลฎีกา เจ้าของสำนวนทุจริตซื้อขายที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ จ.ปทุมธานี พร้อมองค์คณะผู้พิพากษารวม 9 คน มีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีหมายเลขดำที่ อม.4/2553 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายเสนาะ เทียนทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจ หรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้ หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 ต่อศาลเมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยคดีนี้ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายเสนาะ กระทำการเอื้อประโยชน์ทุจริตซื้อขายที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นที่ธรณีสงฆ์ โดยนายเสนาะ ลงนามคำสั่งไปยังสำนักงานที่ดิน จ.ปทุมธานี ไม่อนุญาตให้วัดธรรมิการามวรวิหาร ได้ครอบครองที่ดินของนางเนื่อม ชำนาญชาติศักดา ที่ได้ทำพินัยกรรมลงวันที่ 20 พ.ย.12 ยกที่ดินมีโฉนดจำนวน 2 แปลง รวม 927 ไร่เศษ ตั้งอยู่ที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ให้แก่วันธรรมิการามวรวิหาร
โดยศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษา และคำฟ้องถูกต้องตามข้อกำหนด การดำเนินคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 2543 และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2542 ซึ่งศาลนัดพิจารณาคดีครั้งแรกเพื่อสอบคำให้การจำเลย วันที่ 19 พ.ย.นี้ เวลา 09.30 น.
ด้านนายพลรัตน์ จันทร์เทพ ทีมทนายความ ป.ป.ช. กล่าวภายหลัง ฟังคำสั่งว่า ขั้นตอนจากนี้จะส่งสำเนาคำฟ้องพร้อมหมายกำหนดวันนัด ผ่านศาลจังหวัดสระแก้ว เพื่อส่งต่อไปให้นายเสนาะตามที่อยู่ภูมิลำเนาของจำเลย เพื่อให้มาศาลตามวันนัด
นายพลรัตน์ ทนายความ กล่าวอีกว่า การพิจารณารับฟ้องขององค์คณะ พิจารณา 2 ประเด็น 1.เห็นว่า คำฟ้องถูกต้องตามระเบียบข้อกำหนดของศาลฎีกาฯ และ 2. คดีอยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลฎีกาฯ จึงมีคำสั่งให้รับคำฟ้อง ส่วนประเด็นอายุความว่าคดีนี้จะหมดอายุความหรือไม่ องค์คณะผู้พิพากษายังไม่ได้วินิจฉัย
อย่างไรก็ดี ป.ป.ช. ทำสำนวนการไต่สวนเป็นอย่างดี ขณะที่ประเด็นเรื่องขาดอายุความ ถือเป็นความเห็นต่างทางข้อกฎหมาย ระหว่างกลุ่มที่ยึดความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา กับกลุ่มที่ยึดกฎหมายที่ดิน มาตรา 84 เรื่องการที่จะโอนที่ดินสงฆ์จะต้องได้รับการอนุญาตจาก รมว.มหาดไทย ซึ่งคดีนี้ นายเสนาะ ไม่อนุญาตให้วัดธรรมิการามวรวิหาร รับที่ดินบริจาคเป็นที่ดินสงฆ์จึงถือเป็นความผิด โดยทีมทนายความเห็นว่า เมื่อมีผู้ประสงค์จะบริจาคที่ดินให้วัด แล้วต่อมาเมื่อผู้นั้นเสียชีวิต ที่ดินดังกล่าวต้องตกเป็นที่ดินธรณีสงฆ์ทันที การจะจำหน่าย จ่ายโอน ไปยังผู้หนึ่งผู้ใด จะต้องออกเป็น พ.ร.บ.โดยเฉพาะ ซึ่งกรณีนี้นายเสนาะไม่ได้ดำเนินการ
นายพลรัตน์ กล่าวยังกล่าวถึงการนำสืบคดีชั้นศาลว่า คดีนี้เกิดขึ้นนานแล้ว ก็พบว่าพยานบางส่วนเสียชีวิตไปแล้ว อย่างไรก็ดีส่วนการต่อสู้คดีในชั้นศาล ต้องรอประชุมคณะทำงานทั้งหมดอีกครั้ง เพื่อกำหนดแนวทางว่าจะนำพยานปากใดเข้าเบิกเบิกความบ้าง ส่วนนายเสนาะนั้น หากจะนำความเห็นของอัยการสูงสุดที่มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องคดีนี้ เพราะคดีขาดอายุความ มาเป็นแนวทางการต่อสู้ ทีมทนายความไม่รู้สึกหนักใจ เพราะถือว่าต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่
ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามนายวัยวุฒิ หล่อตระกูล รองอัยการสูงสุด ถึงการต่อสู้คดีของนายเสนาะ ฝ่ายจำเลยว่า หากนายเสนาะ จะขอให้อัยการเป็นพยานนำสืบเกี่ยวกับความเห็นที่สั่งไม่ฟ้องเพราะคดีขาดอายุความ เป็นไปได้หรือไม่ นายวัยวุฒิ รองอัยการสูงสุด กล่าวว่า คงไม่ต้องนำอัยการไปเป็นพยาน เพราะต่อสู้ไปตามรูปคดีก็น่าจะมีความชัดเจนแล้ว โดยหลักการอัยการไม่ควรเข้าไปเป็นพยานในคดีลักษณะนี้ เพราะเคยผ่านการพิจารณาคดีคดีดังกล่าวมาก่อนแล้ว







