
เป๊ปซี่ทรานส์ฟอร์มสุขภาพ
ยุทธศาสตร์เครื่องดื่มอาหาร10ปีลดแคลอรี-โซเดียม-ไขมันอิ่มตัวสนองทั่วโลก
ยุทธศาสตร์เครื่องดื่มอาหาร10ปีลดแคลอรี-โซเดียม-ไขมันอิ่มตัวสนองทั่วโลก
โพสต์ทูเดย์ - เป๊ปซี่ปรับตัวครั้งใหญ่วางแผน 10 ปี สู่เครื่องดื่มและอาหารเพื่อสุขภาพ ลดแคลอรี โซเดียม รับกระแสสุขภาพและภาษีน้ำตาล
นายปริญญา กิจจาธนพันธ์ รองประธานประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคและกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจอินโดจีน บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มอัดลมเป๊ปซี่ เปิดเผยว่า บริษัทวางแผนทรานส์ฟอร์มกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มและอาหารที่มีกว่า 22 แบรนด์ทั่วโลก ไปสู่สินค้าที่ดีต่อสุขภาพและมีรสชาติอร่อย ภายใน 10 ปีข้างหน้า พอร์ตโฟลิโอกลุ่มเครื่องดื่ม อาทิ เครื่องดื่มน้ำอัดลมเป๊ปซี่ มิรินด้า เป็นต้น จำนวน 2 ใน 3 ต้องมีน้ำตาลลดลงหรือให้พลังงานต่ำกว่า 100 แคลอรี จากปริมาณเครื่องดื่ม 355 มิลลิลิตร (มล.)
ขณะที่กลุ่มอาหารในกลุ่มขนมขบเคี้ยว อาทิ มันฝรั่งทอดกรอบเลย์ ธัญพืชอบกรอบซันไบทส์ ขนมขึ้นรูปตะวันจำนวน 3 ใน 4 ของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดต้องลดปริมาณโซเดียม หรือเกลือจาก 1.6-1.7 มล./แคลอรี พร้อมกับลดไขมันอิ่มตัวในผลิตภัณฑ์ไม่เกิน 1.1 กรัม/100 แคลอรี นอกจากนี้เพิ่มกลุ่มสินค้าพอร์ตโฟลิโอที่มีคุณค่าทางโภชนาการสำหรับผู้บริโภคทุกวัน อาทิ น้ำผลไม้ทรอปิคานา ข้าวโอ๊ตเควกเกอร์ โดยตั้งเป้าเข้าถึงกลุ่มผู้ดื่มไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านครั้ง
“เทรนด์ใหม่นี้มาแน่นอน ผู้บริโภคต้องการเครื่องดื่มและอาหารเพื่อสุขภาพ ประกอบกับกรมสรรพสามิตวางแนวทางการจัดเก็บภาษีน้ำตาลจากกลุ่มเครื่องดื่มในไทย ซึ่งบริษัทมีความพร้อมรับมือ ช่วง 5 ปีที่ผ่านมาลงทุนศูนย์วิจัยและพัฒนาสินค้า 2 แห่ง ที่จีนและสหรัฐเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วน 45% โดยมีแผนทั้งการใช้สารให้ความหวานและสารทดแทนอื่นๆ ในอนาคต อย่างไรก็ดี กลุ่มผลิตภัณฑ์พอร์ตโฟลิโอฟันฟอร์ยู คือน้ำอัดลม บริษัทไม่ได้ทิ้งแต่แค่ทำสินค้าให้ดีต่อสุขภาพ”
ทั้งนี้ กลยุทธ์การขยายสินค้าในพอร์ตโฟลิโอ พิจารณาถึงความต้องการของผู้บริโภคทั้งวันว่ามีสินค้าชนิดใดที่เข้าไปเติมเต็มความต้องการ เช่น ขณะนี้พอร์ตโฟลิโอของบริษัทยังขาดกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในมื้อเช้า โดยมีเพียงข้าวโอ๊ตเควกเกอร์ และขณะนี้เริ่มนำคุกกี้ที่มีความหวานน้อยเข้ามาทำตลาด ซึ่งยอดขายก็เติบโตต่อเนื่อง
สำหรับเป้าหมายการทรานส์ฟอร์มในครั้งนี้ เพื่อตอกย้ำในฐานะผู้นำตลาดน้ำอัดลมแบบไม่คืนขวดมีส่วนแบ่ง 45% จากตลาดรวมมูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านบาท และผู้นำตลาดขนมขบเคี้ยวเลย์มีส่วนแบ่ง 75% ของตลาดมันฝรั่ง พร้อมสร้างการเติบโตกลุ่มซีแอลเอ็มวี คือ กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม







