
กคช.ดึงเอกชนผุดบ้าน
กคช.รับลูกผุดบ้านคนจน หนุนเข้าโครงการพีพีพี ฟาสต์แทร็กเปิดช่องเอกชนร่วมทุน ชงใช้ มาตรา 44 กรุยทาง
โพสต์ทูเดย์ - กคช.รับลูกผุดบ้านคนจน หนุนเข้าโครงการพีพีพี ฟาสต์แทร็กเปิดช่องเอกชนร่วมทุน ชงใช้ มาตรา 44 กรุยทาง
นายธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปิดเผยว่า มีแนวคิดที่จะนำโครงการบ้านผู้มีรายได้น้อยเข้าเป็นโครงการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน หรือ พีพีพี ฟาสต์แทร็ก ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนโครงการบ้านประชารัฐให้เดินหน้าต่อไปได้
ทั้งนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้นักทุนทั้งไทยและต่างประเทศมาร่วมพัฒนาโครงการในรูปแบบผสมผสาน (Mxed Use) ที่มีการพัฒนาที่อยู่อาศัยทุกระดับ รวมทั้งการพัฒนาเชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างแรงจูงใจในเรื่องของผลตอบแทน ส่วนบ้านคนจนจะเป็นลักษณะการเช่าระยะยาวไม่น้อยกว่า 50 ปี
ที่ผ่านมา โครงการร่วมทุนรัฐและเอกชนส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ยังไม่มีโครงการที่จะเข้ามาช่วยเหลือประชาชนฐานราก ซึ่งการจัดหาบ้านให้กับคนยากจนทั่วประเทศเป็นเรื่องสำคัญ อย่างไรก็ดี ปัญหาเรื่องขั้นตอนดำเนินการแต่ละโครงการใช้เวลานานประมาณ 2 ปี
พร้อมกันนี้ เห็นควรปรับหลักเกณฑ์ หรือเงื่อนไขเพื่อให้การทำงานเร็วขึ้น และหากนำมาตรา 44 มาใช้ เชื่อว่าจะทำให้การสร้างที่อยู่อาศัยเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ที่อยู่อาศัย 20 ปี ที่ต้องการให้ผู้มีรายได้น้อย 3-3.5 ล้านครอบครัว มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดย กคช.สามารถรองรับได้ที่ 2 ล้านหน่วย หรือเฉลี่ยปีละ 1 แสนหน่วย ขณะที่ในแต่ละปี กคช.ได้รับงบอุดหนุนเพียง 5 หมื่นหน่วย/ปีเท่านั้น
ด้าน นายเลิศมงคล วราเวณุชย์ นายกสมาคมการค้าอสังหาริมทรัพย์นนทบุรี กล่าวว่า การสร้างที่อยู่อาศัยของคนจนเป็นเรื่องสำคัญและเร่งด่วน จึงเห็นด้วยหากจะนำมาตรา 44 มาบังคับใช้ แต่รูปแบบต้องสร้างเป็นเมืองใหม่ที่มีขนาดโครงการใหญ่และหลากหลาย อีกทั้งที่ตั้งอยู่ต้องในเขตเมืองเท่านั้น เช่นเดียวกับแฟลตดินแดงเมื่อหลายสิบปีก่อน เพราะกลุ่มนี้มีรายได้น้อยไม่สามารถแบกภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางเข้ามาทำงานได้ แม้รัฐจะสร้างบ้านราคาถูกก็ตาม
สำหรับแนวการสร้างบ้านผู้มีรายได้น้อยเป็นเรื่องที่รัฐต้องเป็นผู้ลงทุน โดยอาจออกพันธบัตรดอกเบี้ยต่ำและนำที่ดินของหน่วยงานรัฐ เช่น พื้นที่ของกรมธนารักษ์ที่มีกว่า 5 ล้านไร่ มาให้ กคช.พัฒนาโครงการ เป็นต้น







