posttoday
เครือข่ายประชาชนจี้นายกฯตั้ง "ผู้รู้" เป็นประธานปฏิรูปตำรวจ

เครือข่ายประชาชนจี้นายกฯตั้ง "ผู้รู้" เป็นประธานปฏิรูปตำรวจ

28 มิถุนายน 2560

เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวออกแถลงการณ์เรียกร้องนายกฯตั้ง คนเข้าใจปัญหากระบวนการยุติธรรมทางอาญาในระดับสากลเป็นประธานปฏิรูปตำรวจ

เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวออกแถลงการณ์เรียกร้องนายกฯตั้ง คนเข้าใจปัญหากระบวนการยุติธรรมทางอาญาในระดับสากลเป็นประธานปฏิรูปตำรวจ

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (Police Watch) ได้เผยแพร่แถลงการณ์ เรื่อง ขอให้พิจารณาแต่งตั้งผู้มีความรู้และความเข้าใจปัญหากระบวนการ ยุติธรรมทางอาญาในระดับสากลเป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ระบุว่า

ตามที่พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา  หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติและนายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์หลังประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า  เรื่องการปฏิรูปตำรวจกำลังอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการ  ทั้งในส่วนของรัฐบาลเองโดยให้รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายรับผิดชอบ  รวมทั้งการแต่งตั้งบุคคลเป็นคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๖๐ ซึ่งยังไม่สามารถแถลงให้ประชาชนทราบได้ในขณะนี้ เนื่องจากยังไม่ชัดเจนนั้น

เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ  เห็นว่า  ปัญหาตำรวจที่สำคัญซึ่งประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างรุนแรงมาอย่างต่อเนื่องยาวนานก็คือ  ความยุติธรรมในการสอบสวนคดีอาญา  อันเนื่องมาจากขาดการตรวจสอบจากพนักงานอัยการระหว่างสอบสวน   ไม่สอดคล้องกับหลักการในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาสากล   ก่อให้เกิดปัญหาพนักงานสอบสวนถูกผู้บังคับบัญชาตำรวจสั่งไม่ให้รับคำร้องทุกข์จากประชาชนเพื่อลดสถิติคดี  หรือให้แจ้งข้อหาแก่บุคคลโดยไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่ากระทำผิดเพื่อปิดคดี   หรือการสอบสวนที่ไม่มีประสิทธิภาพในการหาตัวผู้กระทำผิดเสนอให้อัยการสั่งงดสอบสวน  หรือแม้กระทั่งการสอบสวนทำลายพยานหลักฐานเพื่อเสนอให้พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้อง  หรือเมื่อสั่งฟ้องแล้วในที่สุดศาลพิพากษายกฟ้อง  รวมทั้งกรณีที่มีผู้ต้องขังร้องเรียนว่าศาลได้พิพากษาลงโทษตนทั้งที่เป็นผู้บริสุทธิ์ หรือ ตกเป็น”แพะรับบาป” และพยายามรวบรวมหลักฐานนำไปเสนอศาลให้รื้อฟื้นคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่นับร้อยราย  ไม่ว่าจะเป็นกรณีคดี ครูจอมทรัพย์  คดีสองสามีภรรยาเก็บเห็ด   เป็นต้น

ปัญหาการสอบสวนที่ไม่ได้เป็นไปด้วยความสุจริตและมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริงดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมทางอาญาของประเทศและสั่นคลอนความมั่นคงของชาติอย่างร้ายแรง การปฏิรูปตำรวจครั้งนี้หากประสบความสำเร็จจะจุดเปลี่ยนสำคัญในการแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง แต่หากล้มเหลวจะทำให้สังคมไทยติดหล่มไปอีกนาน ซึ่งคุณสมบัติของประธานกรรมการปฏิรูปตำรวจ จะเป็นตัวบ่งชี้ถึงทิศทางการปฏิรูปว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลว

ฉะนั้น เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ  (Police Watch) จึงขอเรียกร้องมายังท่านนายกรัฐมนตรีได้โปรดพิจารณาว่า  ในการคัดเลือกและแต่งตั้งบุคคลผู้จะเป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๖๐ นี้  นอกจากจะต้องเป็นผู้มีความซื่อสัตย์ สุจริต  ไม่มีประวัติด่างพร้อย  และมีความกล้าหาญทางจริยธรรมเป็นที่ประจักษ์แล้ว  คุณสมบัติสำคัญที่สุดก็คือ  จะต้องเป็นมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการของกระบวนการยุติธรรมทางอาญาในระดับสากลเป็นที่เชื่อถือยอมรับของผู้คนทั้งนักวิชาการและประชาชนทั่วไปทุกระดับด้วย    รวมทั้งขอเน้นให้ดำเนินการปฏิรูปตำรวจและระบบงานสอบสวนดังนี้

๑. โอนหน่วยตำรวจที่มีกระทรวงทบวงกรมต่างๆ เป็นเจ้าพนักงานตามกฏหมาย ๙ หน่วยไปรับผิดชอบตามมติ สปช.และผ่านความเห็นชอบตามมติครม.แล้วเมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๘

๒. ให้พนักงานอัยการมีอำนาจตรวจสอบควบคุมการสอบสวนคดีอาญาสำคัญหรือคดีที่มีโทษจำคุกเกินสิบปี หรือเมื่อมีประชาชนร้องเรียนตั้งแต่เริ่มคดี

๓. การออกหมายเรียกบุคคลมาแจ้งข้อหาหรือเสนอศาลออกหมายจับให้เสนอพนักงานอัยการให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินการ

๔. ปรับระบบงานสอบสวนและพนักงานสอบสวนออกจากโครงสร้างองค์กรแบบมีชั้นยศแบบทหารที่ไม่สอดคล้องกับลักษณะงาน  กำหนดหลักประกันความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่และการใช้ดุลยพินิจทางคดีของพนักงานสอบสวนให้เป็นไปตามพยานหลักฐานและกฎหมายในลักษณะเดียวกับพนักงานอัยการ

สุดท้ายนี้ เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจหวังว่าข้อเสนอ ทั้งการคัดเลือกบุคคลผู้จะแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมการ   รวมทั้งแนวทางปฏิรูปตำรวจและระบบงานสอบสวนตามข้อ ๑ – ๔  จะได้รับการพิจาณาจากท่านและเร่งดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมเพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหาตำรวจและกระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่ไม่เป็นธรรมโดยเร็ว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท