posttoday
ไม่ใช่ประสก ไม่ใช่บรรพชิต  ไขมายาคติว่าด้วยพระมหายานมีเมีย

ไม่ใช่ประสก ไม่ใช่บรรพชิต ไขมายาคติว่าด้วยพระมหายานมีเมีย

25 มิถุนายน 2560

เวลาพูดถึงพระในนิกายมหายาน หลายท่านจะรู้สึกไม่ค่อยศรัทธาสักเท่าไหร่ เพราะติดภาพผิดๆ จากภาพยนตร์หรือนิยายกำลังภายใน

โดย...กรกิจ ดิษฐาน

เวลาพูดถึงพระในนิกายมหายาน หลายท่านจะรู้สึกไม่ค่อยศรัทธาสักเท่าไหร่ เพราะติดภาพผิดๆ จากภาพยนตร์หรือนิยายกำลังภายใน โดยเฉพาะพระนักบู๊แห่งวัดเส้าหลิน ซึ่งเป็นความจริงเพียงส่วนเดียว อีกหนึ่งความเชื่อผิดๆ ก็คือ พระมหายานแต่งงานได้ ล่วงเกินสีกาได้ ความเชื่อเหล่านี้ทำให้ภาพลักษณ์ของพระสงฆ์ฝ่ายอุตรนิกายมีลักษณะหย่อนยานมากและทำให้ศาสนิกต่างนิกายดูแคลน แม้แต่ในบ้านเราก็เข้ามีมายาคติเช่นนี้

ข้อเท็จจริง ก็คือ “พระสงฆ์” ฝ่ายมหายานล่วงเกินสีกาไม่ได้ และแต่งงานไม่ได้ นี่คือกฎเด็ดขาด หากทำเช่นนั้นไม่เพียงละเมิดสิกขาบทในพระวินัย แต่ยังทำให้ศีลโพธิสัตว์ต้องขาดสะบั้น

พระสงฆ์ฝ่ายอุตรนิกายในจีน เกาหลี และเวียดนาม ถือพระวินัยแบบเดียวกับฝ่ายเถรวาท แต่มีสิกขาบทมากกว่าถึง 250 ข้อ รวมศีลโพธิสัตว์อีก 58 ข้อ ละเมิดแล้วอาบัติในระดับต่างๆ เหมือนเถรวาท แล้วก็ต้องอยู่กรรมเช่นกันถึงจะพ้นผิด

บางท่านกล่าวว่า จีวรของพระมหายานสีสันต่างๆ กันดูไม่ตรงกับพระวินัย ข้อนี้พระวินัยเถรวาทก็กำหนดสีต่างๆ เช่นกัน ฝ่ายอุตรนิกายที่ถือสีต่างๆ กันนั้นไม่พ้นสีเหลือง สีแดง สีดำ สีคราม และสีจำปี ทั้งหมดนี้มิใช่จะใส่ได้ตามใจชอบ แต่เป็นสีจีวรของนิกายต่างๆ ในชมพูทวีปอยู่เดิมแล้ว อยู่ในปกรณ์เรื่องศารีปุตรปาริปฤจฉาบ้าง อุปาลีปาริปฤจฉาบ้าง มัญชุศรีปริปฤจฉาบ้าง เป็นอรรถกถาแก้พระวินัย และเรื่องสังคีติวงศ์ของฝ่ายมหายาน

ดังนั้น อย่ามองแค่เปลือกนอก เพราะวัตรปฏิบัติคล้ายคลึงกันโดยแท้ ส่วนที่เห็นละเมิดนั้นคือพระสงฆ์ทุศีล ซึ่งนิกายไหนๆ ก็มี ส่วนพระสงฆ์ที่เปี่ยมคุณงามความดี บูชาพระวินัย นิกายไหนๆ ก็มีเช่นกัน

ส่วนที่แต่งงานได้นั้น มีแต่ในญี่ปุ่น และบางส่วนในเกาหลีที่รับธรรมเนียมญี่ปุ่นมาช่วงที่ตกเป็นอาณานิคม

พระญี่ปุ่นไม่เพียงแต่งงาน แต่ยังต้องมีลูกไว้สืบสกุลวงศ์พระ ไว้คอยสืบทอดวัด วัดเป็นแหล่งทำมาหากินของครอบครัว มีลูกวัดช่วยกัน “ทำงาน” คล้ายบริษัทหนึ่งๆ งานที่รับก็ไม่พ้นกิจงานศพเป็นหลัก บางทีก็สอนธรรม พูดได้ว่า พระในญี่ปุ่นทำทุกอย่างเหมือนคฤหัสถ์ครองเรือน เพียงแต่โกนศีรษะและห่มจีวร

อะไรที่ทำให้พระญี่ปุ่นเปลี่ยนไปถึงขนาดนี้?

เรื่องนี้มีคำตอบแต่ยืดยาวมาก อยู่ในหนังสือชื่อ Neither Monk nor Layman : Clerical Marriage in Modern Japanese Buddhism (ไม่ใช่ทั้งประสก ไม่ใช่ทั้งพระ - การแต่งงานของบรรพชิตในพระพุทธศาสนาญี่ปุ่นยุคใหม่) เป็นงานวิจัยของ ริชาร์ด แจฟฟ์ (Richard Jaffe)

แจฟฟ์ ชี้ว่า ความเสื่อมโทรมในพระวินัยในญี่ปุ่นมีมาหลายร้อยปีแล้ว เพราะพระสงฆ์คลุกคลีกับเรื่องราคะและเรื่องทางโลกมากเกินไป แต่ที่ผ่านมารัฐบาลโชกุนโทคุงะวะพยายามปราบปรามอย่างหนัก ถึงขนาดตรึงกางเขน หรือจับตัวมาประจาน หากจับได้ว่าพระรูปนั้นๆ มีสัมพันธ์ทางเพศ การกระทำนี้ดูเหมือนจะช่วยรักษาพระพุทธศาสนา แต่จริงๆ แล้วเป็นการควบคุมพระมิให้ “เห่อเหิม” เหมือนยุคก่อนที่พระสงฆ์ไปยุ่งกับการเมือง มีกองทัพ และคลุกคลีกับสตรีและบุรุษมากเกินไป

ในยุคนั้น พระสงฆ์ญี่ปุ่นมีการอุปสมบท 2 แบบ คือ แบบรับศีลเต็มสูตร กับแบบรับแต่ศีลโพธิสัตว์ ต่อมาท่านชินรัน ตั้งนิกายโชโด ชินชู ประกาศถอนตัวจากพระวินัย แล้วสมรสมีครอบครัว ทำให้เกิด 3 สายขึ้นมา แต่สายแรกที่รับพระวินัยเต็มสูตรนั้นน้อยนิดยิ่ง

ความแตกต่างนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้วัตรปฏิบัติหย่อนยาน และเกิดวิวาทะว่า ควรที่พระจะมีครอบครัว หรือควรจะรักษาพรหมจรรย์มาตลอดนับร้อยๆ ปี กระทั่งเข้าสู่ยุคใหม่ คือสมัยเมจิ ที่พระพุทธศาสนาถูกกดขี่อย่างหนัก เพราะรัฐบาลส่งเสริมความเป็นชาตินิยมผ่านลัทธิชินโต อีกทั้งยังถูกศาสนิกอื่นโจมตีว่า พระสงฆ์พุทธเห็นแก่ตัวไม่มีครอบครัวบุตรหลานตามธรรมชาติ และยังงอมืองอเท้าขอเขากิน แต่ข้อวิจารณ์ผิวเผินนี้เป็นเพียงส่วนน้อยของแรงผลัก

แรงผลักจริงๆ มาจากการที่รัฐบาลเมจิออกกฎหมาย นิคุชิกิ ไซไต (&&2905;&&9135;&>2971;&>4111;) ในปี 1868 โดย “บังคับ” ให้พระสงฆ์ต้องแต่งงาน สืบทอดวัดผ่านสายเลือดจากการสมรส และสามารถกินเนื้อสัตว์ได้ กฎหมายนี้มุ่งหมายเพื่อจะลดความแข็งแกร่ง ความน่าเลื่อมใสของพระพุทธศาสนา ทางหนึ่งก็เพื่อทำให้ศาสนาในญี่ปุ่นให้ทันสมัยแบบค่านิยมแองโกล-โปรเตสแตนต์ที่ญี่ปุ่นพยายามเลียนแบบ

กฎหมายนี้ปรับใช้ได้อย่างรวดเร็ว เพราะศาสนจักรยำเกรงรัฐ อีกทั้งนิกายใหญ่ๆ ในญี่ปุ่นขณะนั้นบวชโดยไม่ถือพระวินัยหลัก หรือไม่ก็มีครอบครัวอยู่แล้วตามวัตรปฏิบัติของนิกายโจโด ชินชู ทำให้ง่ายต่อการเปลี่ยนแปลง แม้จะมีความพยายามที่จะต่อต้านจากสายอนุรักษนิยม แต่พลังมีขีดจำกัด แต่นั้นมาพระสงฆ์ในญี่ปุ่นจึงแต่งงาน มีครอบครัว มีเพียงส่วนน้อยถึงน้อยที่สุดที่ยังต้านทานแรงกดดัน รักษาพรหมจรรย์เอาไว้ได้

ศ.รอเบิร์ท เธอร์แมน ผู้เชี่ยวชาญด้านพระพุทธศาสนาแห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย กล่าวว่า พระญี่ปุ่นมักเรียกตัวเองเป็นพระสงฆ์ หรือ Monk แต่ท่านจะโต้กลับว่า “ไม่ ไม่ใช่ พวกท่านไม่ใช่พระ พวกท่านป็นแค่อนุศาสนาจารย์ (หรือ Priest) เพราะไม่ได้ถือพระวินัย”

คำตอบของ ศ.เธอร์แมน เป็นการสรุปสถานะของ “พระ” ญี่ปุ่นได้ชัดเจนที่สุด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท