
เปิดร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯฉบับภูมิใจ(ไทย)นำเสนอ
กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันทีสำหรับการผลักดัน ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำผิดเนื่องในการชุมนุมทางการเมืองของประชาชนของ พรรคภูมิใจไทย.....
กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันทีสำหรับการผลักดัน ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำผิดเนื่องในการชุมนุมทางการเมืองของประชาชนของ พรรคภูมิใจไทย.....
โดย....ชลธิชา เหลิมทอง
กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันทีสำหรับการผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำผิดเนื่องในการชุมนุมทางการเมืองของประชาชน ของ พรรคภูมิใจไทย เพื่อนิรโทษกรรม ทั้งกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือ ที่เราเรียกกันว่า กลุ่มคนเสื้อเหลือง และกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือกลุ่มคนเสื้อแดง โดยกลุ่มคนเสื้อเหลืองมีจุดไคลแมกซ์ในการชุมนุมด้วยการยึดทำเนียบ และ ปิดสนามสุวรรณภูมิ-สนามบินดอนเมือง ช่วงเดือน พ.ค. - ธ.ค. 2551
ขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดงก็ไม่น้อยหน้าเพราะหลังจากเปลี่ยนขั้วรัฐบาลก็เผาบ้านเผาเมืองถึง 2 ครั้ง 2 คราทั้ งเดือนเม.ย. 2552 และ ช่วงเดือน พ.ค. 2553 ซึ่งขณะนี้คดีต่างๆ อยู่ในระหว่างการพิจารณาของกระบวนการยุติธรรม
ขณะที่การตอบรับเรื่องนี้เป็นที่ชัดเจนจากฝั่งประชาธิปัตย์ทั้ง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ออกอาการไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน เพราะเห็นว่า เป็นการจงใจช่วย เหลือผู้ที่ผ่าฝืนกฎหมาย การออกกฎหมายแบบนี้จะทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ได้ และเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน
ด้านท่าทีของแกนนำเสื้อเหลืองอย่าง สุริยะใส กตะศิลา และแกนนำเสื้อแดง อย่าง จตุพร พรหมพันธ์ ก็ประกาศชัดว่า ไม่จำเป็นต้องออกกฎหมายนี้ เพราะพร้อมพิสูจน์ตัวเองในศาล
อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้ใส่ใจกับความเห็นเหล่านี้มากนัก เพราะล่าสุด บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรค พรรคภูมิใจไทย ระบุว่า แม้พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยก็ไม่มีปัญหา เพราะพรรคภูมิใจไทยยังมีช่องทางในการเสนอกฎหมายนี้ด้วยล่าชื่อประชาชนเพื่อเสนอกฎหมายนี้เข้าสู่สภา โดยย้ำเรื่องนี้เป็นประโยชน์ของประชาชนไม่ใช่ประโยชน์ทางการเมืองเพื่อการเลือกตั้ง เหตุที่เสนอกฎหมายนี้เพื่อต้องการทำให้การปรองดองมีรูปธรรมชัดเจน
รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า ร่างกฎหมายที่เราจะเสนอจะครอบคลุม 3 เหตุการณ์ คือ1.เหตุการณ์ที่มีผู้กระทำความผิดระหว่างวันที่ 25 พ.ค.- 3 ธ.ค. 2551 หรือ ช่วงเวลาที่กลุ่มพันธมิตรฯมีการชุมนุมยึดสนามบิน ยึดทำเนียบ 2.เหตุการณ์ผู้กระทำผิดระหว่างวันที่ 26 มี.ค.- 14 เม.ย. 2552 หรือช่วงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่เกิดการเผารถเมล์ทั่วกรุงเทพฯ และ3.ทางพรรค จะเสนอร่าง พ.ร.บ.อีกฉบับซึ่งสามารถพิจารณาในคราวเดียวกันได้โดยจะครอบคลุมเหตุการณ์การ ชุมนุมของกลุ่ม นปช. ที่สะพานผ่านฟ้าและแยกราชประสงค์ (12 มี.ค.-19 พ.ค. 2553)
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2552 ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ได้ยื่นร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องในการชุมนุมทางการเมืองของประชาชน ระหว่างวันที่ 25 พฤษภาคม ถึงวันที่ 3 ธันวาคม 2551 และระหว่างวันที่ 26 มีนาคม ถึงวันที่ 14 เมษายน 2552 พ.ศ…ไปแล้ว
ส่วนที่กฎหมายฉบับดังกล่าวยังไม่ครอบคลุมเหตุการณ์การชุมนุมของคนเสื้อแดงที่สะพานผ่านฟ้า และ สี่แยกราชประสงค์ ของคนเสื้อแดงที่มีการเผาบ้าน เผาเมืองเช่นนั้น ปัญญา ศรีปัญญา ส.ส.ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย มือกฎหมายของพรรค บอกว่า ไม่ถือว่าเป็นปัญหาเพราะสามารถใช้ร่างเดิมแล้วเขียนเพิ่มเหตุการณ์การชุมนุมของคนเสื้อแดงในช่วงวันที่ 12 มี.ค.ถึง วันที่ 19 พ.ค. 2553 เข้าไปได้เลย เพราะเราต้องการให้มีการนิรโทษกรรมการชุมนุมทางการเมืองครั้งล่าสุดด้วย
สำหรับเนื้อหาของ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องในการชุมนุมทางการเมืองฯ ที่พรรคภูมิใจไทยเสนอค้างไว้ในสภาเมื่อเดือน ส.ค.2552 มีสาระดังนี้
หลักการและเหตุผลระบุไว้ว่า ด้วยปรากฏว่าประเทศไทยเกิดเหตุการณ์ไม่สงบทางการเมือง มีการแบ่งแยกทางแนวความคิด ทำให้เกิดการประท้วง มีการรวบรวมกลุ่มและการชุมนุมของประชาชน ซึ่งการชุมนุมดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้ความคิดและความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรง จึงเป็นผลให้มีการกระทำผิดทางอาญาและขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อพิจารณาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเห็นว่าประชาชนเหล่านี้ล้วนแสดงออกทางความเห็นทางการเมืองโดยสุจริต การเกิดเหตุวุ่นวายและนำมาซึ่งความร้ายแรงตามกฎหมายก็ได้ยุติไปแล้ว เพื่อให้ประเทศชาติมีความรัก สามัคคีและรู้จักการให้อภัย จึงเห็นควรออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับผู้ชุมนุมทางการเมือง ได้แก่ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ จึงจำเป็นต้องตรา พ.ร.บ.นี้
มาตรา 1 พ.ร.บ.นี้เรียกว่า พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องในการชุมนุมทางการเมืองของประชาชน ระหว่างวันที่ 25 พ.ค.ถึงวันที่ 3 ธ.ค. 2551 และระหว่างวันที่ 26 มี.ค. ถึงวันที่ 14 เม.ย. 2552 และระหว่างวันที่ 12 มี.ค.ถึง 19 พ.ค. 2553 พ.ศ. ...
มาตรา 2 พ.ร.บ.นี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา 3 พ.ร.บ.นี้ไม่มีผลนิรโทษกรรมการกระทำอันเป็นความผิดในลักษณะ 1 ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หมวด 1 ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามมาตรา 107 ถึงมาตรา 112 แห่งประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 4 บรรดาการกระทำทั้งหลายทั้งสิ้นของบุคคลใดๆ ซึ่งเรียกตนเองว่า กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่เกิดขึ้นไม่ว่าในสถานที่ใดซึ่งเกี่ยวกับการชุมนุมในทางการเมืองของประชาชน ระหว่างวันที่ 25 พ.ค.ถึงวันที่ 3 ธ.ค. 2551 และได้กระทำใน ระหว่างวันที่ 25 พ.ค.ถึงวันที่ 3 ธ.ค. 2551 ไม่ว่าจะได้กระทำในฐานะเป็นตัวการ ผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำหรือผู้ถูกใช้ หากการกระทำนั้นผิดกฎหมายก็ให้ผู้กระทำพ้นจากความผิด และความรับผิดทั้งในทางอาญาและทางแพ่งโดยสิ้นเชิง
มาตรา 5 บรรดาการกระทำทั้งหลายทั้งสิ้นของบุคคลใดๆ ซึ่งเรียกตนเองว่า กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ที่เกิดขึ้นไม่ว่าในสถานที่ใดซึ่งเกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมืองของประชาชน ระหว่างวันที่ 26 มี.ค. ถึงวันที่ 14 เม.ย. 2552 และระหว่างวันที่ 12 มี.ค.ถึง 19 พ.ค. 2553 ไม่ว่าจะได้กระทำในฐานะตัวการ ผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำหรือผู้ถูกใช้ หากการกระทำนั้นผิดกฎหมายก็ให้ผู้กระทำพ้นจากความผิดและความรับผิดในทางอาญาและทางแพ่งโดยสิ้นเชิง
มาตรา 6 บรรดาการกระทำของเจ้าพนักงานหรือผู้ช่วยเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการเกี่ยวกับหรือกระทำต่อบุคคลที่ร่วมชุมนุม และได้กระทำขึ้นภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ตามมาตรา 4 และมาตรา 5 ไม่ว่าจะได้กระทำในฐานะผู้ออกคำสั่งหรือผู้ปฏิบัติตามคำสั่ง หากการกระทำนั้นผิดกฎหมายก็ให้ผู้กระทำพ้นจากความผิดและความรับผิดในทางอาญาและทางแพ่ง รวมทั้งความผิดทางวินัยโดยสิ้นเชิง
มาตรา 7 โดยผลของการนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ.นี้ ให้ศาลปล่อยตัวจำเลยทั้งหมดซึ่งถูกฟ้องหรือคุมขังอยู่และให้พนักงานสอบสวนยุติการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดซึ่งถูกกล่าวหา
บรรดาการกระทำที่เป็นเหตุให้จำเลยถูกฟ้องหรือผู้ต้องหาถูกกล่าวหาในคดีตามวรรคหนึ่งถ้ามิได้รับนิรโทษกรรมตามมาตรา 4 และมาตรา 5 และการกระทำนั้นผิดกฎหมาย ก็ให้จำเลยพ้นจากความผิดและความรับผิดด้วย
มาตรา 8 การนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ.นี้ ไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่ผู้ได้รับนิรโทษกรรมในอันที่จะฟ้องร้องเรียกสิทธิหรือประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น และ
มาตรา 9 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตาม พ.ร.บ.
ทั้งนี้คำว่า”นิรโทษกรรม” ถือว่าเป็นคำที่อ่อนไหวอย่างมากกับระบบนิติรัฐของรัฐไทย จึงต้องติดตามว่าปลายทางของกฎหมายฉบับนี้จะเป็นอย่างไร







