
พี่ชวน (2)
ที่บ้านถนนวิเศษกุล จ.ตรัง เมื่อก่อนเป็นบ้านเลขที่ 94 แต่ในปัจจุบัน 183 นั้นมีต้นมะพร้าวที่มีความสูงไม่น้อยเลย
โดย...ถาวร หลีกภัย
ที่บ้านถนนวิเศษกุล จ.ตรัง เมื่อก่อนเป็นบ้านเลขที่ 94 แต่ในปัจจุบัน 183 นั้นมีต้นมะพร้าวที่มีความสูงไม่น้อยเลย เมื่อพี่ชวนปีนขึ้นไปได้จนถึงยอดแล้วก็จะต้องเอี้ยวตัวไปทางทะลายมะพร้าว โดยเอามือข้างหนึ่งโอบต้นมะพร้าวไว้ในขณะที่อีกข้างก็จะต้องเอื้อมไปหมุนลูกมะพร้าวให้หลุดออกจากขั้ว หากว่ามีลมพัดมายอดมะพร้าวก็จะไหวโอนไปเอนมาตามแรงลม จึงต้องคอยอยู่จนกว่าลมจะสงบ พี่ชวนถึงได้หมุนลูกมะพร้าวต่อไป จนผลหลุดจากขั้วหล่นลงมายังพื้นดินนั่นแหละ พี่ชวนถึงได้ไต่ลงจากต้นมะพร้าวมา พี่ชวนของผมแข็งแรงอย่างที่ผมว่า
ในปี 2500 เมื่อพี่ชวนและผมจากบ้านเกิดมาเพื่อเรียนต่อที่กรุงเทพฯ เราทั้งคู่ได้อาศัยวัดเป็นที่อยู่ที่พักพิง โดยที่ผมอาศัยอยู่วัดกระจับพินิจ สำเหร่ ธนบุรี ส่วนพี่ชวนอาศัยอยู่วัดอัมรินทรารามที่บางกอกน้อย ผมอยู่ที่วัดกระจับพินิจก็จากความช่วยเหลือของอาจารย์วันทนา กลีบเมฆ อาจารย์ประจำชั้นมัธยม 7 ของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ส่วนพี่ชวนได้อยู่วัดอัมรินทราราม ก็เพราะโชคชะตา ที่ชื่อพี่ชวนไปตรงกับหลวงพี่ชวนที่วัดนี้ จึงได้รับไว้ทั้งที่หลวงพี่ได้บอกปฏิเสธไปแล้วตั้งแต่แรก
ทั้งวัดกระจับพินิจ และวัดอัมรินทรารามแม้ว่าจะอยู่ฝั่งธนบุรีเหมือนกัน แต่ทำเลที่ตั้งก็ห่างไกลกันมาก ผมกับพี่ชวนจึงไม่ค่อยได้ไปมาหาสู่กันนัก อย่างไรก็ตาม เกือบทุกครั้งที่ผมไปหาพี่ชวนก็จะพาเดินไปเลี้ยงอาหารกินข้าวที่ร้านอาหารซึ่งอยู่ที่สี่แยกศิริราช เป็นร้านอาหารตามสั่ง แต่จำได้เราสั่งได้เพียง 2 อย่าง คือ แกงจืดและไข่เจียว และพี่ชวนเคยพาผมไปกินข้าวที่วัดทองหรือวัดสุวรรณาราม ซึ่งอยู่ข้างคลองบางกอกน้อย เพราะว่าพี่ชวนรู้จักและคุ้นเคยกับพระปักษ์ใต้ที่วัดนี้ พี่ชวนบอกผมว่า พระวัดนี้บิณฑบาตอาหารได้มากกว่าพระที่วัดอัมรินทราราม
สำหรับการเดินทางจากวัดกระจับพินิจ ผมต้องประหยัดเงินที่ไม่ค่อยจะมีไปหาพี่ชวน โดยจะนั่งรถเมล์ผ่านวงเวียนใหญ่ วงเวียนเล็ก ข้ามสะพานพุทธยอดฟ้า แล้วมาลงที่สนามหลวง และจากสนามหลวงก็จะเดินมาท่าพระจันทร์เพื่อนั่งเรือข้ามฟากแม่น้ำเจ้าพระยามาขึ้นท่าฝั่งธนบุรีที่พรานนก ต่อจากนั้นก็จะเดินผ่านโรงพยาบาลศิริราชไปจนถึงวัดอัมรินทรารามที่พี่ชวนอยู่
วันหนึ่งไปถึงวัดได้เห็นพี่ชวนกำลังทำความสะอาดห้อง ผมจึงได้เห็นและนั่งดูวิธีทำความสะอาดห้องของพี่ชวน ซึ่งไม่เหมือนกับชาวบ้านเขาทำกัน
คือพี่ชวนใช้ผ้าขี้ริ้วที่เป็นจีวรเก่าที่พระไม่ใช้แล้ว ขนาดพอเหมาะมือบิดน้ำพอหมาดๆ แล้วได้เริ่มถูพื้นตรงมุมห้องก่อนโดยใช้วิธีโก้งโค้งถูพื้น แบบว่าโก้งโค้งถอยหลังไปถูไป แนวพื้นที่ถูแล้วจึงไม่ถูกเท้าเหยียบ เมื่อถูเสร็จแนวที่หนึ่งก็ค่อยมาเริ่มแนวที่สองที่ติดอยู่กับแนวที่หนึ่งต่อแล้วโก้งโค้งถูถอยหลังอีกเหมือนกับที่แนวแรก และทำเช่นนี้ไปจนเสร็จถึงจนทั่วทั้งห้องที่พี่ชวนบอกว่า ได้ทั้งงานและได้ออกกำลังไปในตัวด้วย นี่ก็คือความประทับใจในวัยเด็กของผมที่มีต่อพี่ชวนอีกอย่างหนึ่งละ ผู้ใดจะลองทำตามดูก็ได้
ในบางครั้งที่ผมไปหาพี่ชวนที่วัดและได้ทราบจากเด็กวัดว่า พี่ชวนไปทำงานที่วัดพระแก้ว ผมจึงตามไปและได้เห็นพี่ชวนอยู่บนนั่งร้านสูงภายในบริเวณวัดพระแก้ว กำลังเขียนลายพนมฝาผนังของพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทอยู่พร้อมกับเพื่อนๆ ผมจึงได้แต่ตะโกนทักทายไป เพราะว่าอยู่ไกลกันมาก ผมได้ยืนดูอยู่พักหนึ่งจึงกลับด้วยไม่อยากรบกวนสมาธิของพี่ชวน
พี่ชวนทำงานที่วัดพระแก้วนี้ได้ค่าจ้างตารางหลาละ 90 บาท ถือว่าไม่น้อยเลยสำหรับค่าของเงินในเวลานั้น การหารายได้พิเศษเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระอันหนักหนาของพ่อกับแม่ในขณะนั้นได้เป็นอย่างมากทีเดียว เพราะพ่อกับแม่ไม่เพียงแต่ส่งเงินให้แค่ผมกับพี่ชวนเท่านั้น ท่านต้องดูแลลูกๆ ทุกคน ไล่เรียงกันไป พี่กิจลูกคนโตสอบได้ทุนครูวาดเขียนไปเรียนเพาะช่าง พี่สวัสดิ์คนที่ 2 กำลังเรียนหนังสือในประเทศจีน พี่ชวนคนที่ 3 และผมคนที่ 4 เรียนในกรุงเทพฯ ส่วนน้องๆ จงจิตต์คนที่ 5 ระลึกคนที่ 6 จงใจคนที่ 7 และจำเนียรคนสุดท้อง กำลังเรียนอยู่ที่ จ.ตรัง และทุกคนก็เรียนได้ดี







