
มือยักษ์พิทักษ์เวนิส
โดดเด่นสะดุดตาจนนักท่องเที่ยวซึ่งผ่านไปมาอดไม่ได้ที่จะหยุดถ่ายรูปคู่กับมือยักษ์สีขาวบนผนังตึกเก่าแก่ในย่านสำคัญของเวนิส
โดย...เพ็ญแข สร้อยทอง
โดดเด่นสะดุดตาจนนักท่องเที่ยวซึ่งผ่านไปมาอดไม่ได้ที่จะหยุดถ่ายรูปคู่กับมือยักษ์สีขาวบนผนังตึกเก่าแก่ในย่านสำคัญของเวนิส ประเทศอิตาลี ผลงานศิลปะชิ้นนี้นอกจากจะงดงามน่าทึ่งแล้ว ยังเกิดขึ้นมาพร้อมกับเจตนายิ่งใหญ่เพื่อส่งสารเกี่ยวกับมนุษย์ โลก และสิ่งแวดล้อม
ประติมากรรมชิ้นนี้เป็นผลงานของ โลเรนโซ ควินน์ อดีตนักแสดงและประติมากรชาวอิตาเลียน-อเมริกัน ผู้เคยสร้างสรรค์ผลงานเพื่อการกุศลและสังคมมาไม่น้อย โดยมีโอกาสได้ทำงานร่วมกับยูเนสโก รวมทั้งบริจาคผลงานของเขาให้กับพิพิธภัณฑ์คนตาบอดในมาดริด ประเทศสเปน เป็นต้น
สำหรับผลงานชิ้นล่าสุดของ โลเรนโซ ควินน์ นี้มีชื่อว่า “Support” เป็นประติมากรรมรูปมือ 2 ข้าง สูง 30 ฟุต หนักมากกว่า 2,000 กิโลกรัม สร้างขึ้นจากโฟมเคลือบด้วยเรซิน ติดตั้งอยู่ที่ผนังด้านนอกโรงแรมซากรีโด อาคารสมัยศตวรรษที่ 14 อันหรูหราเก่าแก่ ซึ่งสามารถมองเห็นวิวของคลองสายสำคัญและมีชื่อเสียงมากที่สุดในเวนิสคือ แกรนด์คาแนล
โลเรนโซ ควินน์ สร้างประติมากรรมรูปชิ้นนี้ขึ้นมาโดยมีมือของลูกชายเป็นแบบ แรกนั้นเขาตั้งใจจะนำไปติดตั้งในพาวิลเลียนที่งานมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ เวนิส เบียนนาเล ซึ่งจะจัดในช่วงปลายปีนี้ แต่ก็เปลี่ยนมาติดตั้งไว้ที่นี่แทน
ศิลปินบอกว่า เขาต้องการปั้นชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์ที่ยากและท้าทายมากที่สุด “มือเป็นอวัยวะซึ่งมีอำนาจมาก อำนาจที่จะรัก เกลียด สร้าง หรือทำลาย”
มือยักษ์ที่ยื่นโผล่ออกมาจากน้ำช่วยพยุงและป้องกันตัวอาคาร สะท้อนความคิดเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำหน้าที่เป็นสิ่งคอยย้ำเตือนว่ามนุษย์สร้างความเสียหายและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งสองมือของมนุษย์ทุกๆ คนสามารถทำลายหรือสร้างสรรค์โลกได้อยู่ที่เราเลือก
นานมาแล้วที่เมืองเวนิสต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมอย่างต่อเนื่องและรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกปีๆ และมีรายงานว่า หนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่สวยและโรแมนติกที่สุดในโลกอย่างเวนิสจะจมน้ำในอีกไม่นาน สาเหตุจากระดับน้ำทะเลซึ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ คาดการณ์ว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นอีก 50 เซนติเมตร ภายในปี 2100
ที่ผ่านมาถึงแม้เวนิสจะน้ำท่วมบ่อยๆ แต่ทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวราว 40 ล้านคนมาเยือนเวนิส ถึงจะต้องสวมรองเท้าบู๊ตลุยน้ำท่องเที่ยวก็ตามที โดยแต่ละปีจะมีราว 2 เดือนซึ่งระดับน้ำขึ้นสูงมากจนกิจการทุกอย่างในเมืองต้องปิดชั่วคราว ในอดีตเมื่อปี 1966 เมืองมรดกโลกแห่งนี้ประสบภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างมหาศาล ด้วยเกรงว่าเหตุอุทกภัยเช่นนั้นจะเกิดขึ้นอีก จึงมีความพยายามที่จะช่วยเวนิสในหลากหลายหนทาง รวมทั้งโครงการป้องกันน้ำท่วมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งใช้เงินมหาศาลเพื่อสร้างประตูบานพับเป็นกำแพงกั้นทะเลกับเมืองเวนิส หากทุกอย่างเป็นไปตามคาด กำแพงยักษ์นี้จะเสร็จและเริ่มใช้งานได้ในปี 2018
เพราะว่าการแก้ไขปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้เป็นหน้าที่ของนักวิทยาศาสตร์หรือผู้ใดผู้หนึ่งเท่านั้น ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมด้วย ไม่ยกเว้นแม้แต่ศิลปินผู้มีอิทธิพลทางความคิด กระตุ้นจิตสำนึกความรู้สึก รวมทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนผ่านผลงานของเขา อย่างที่ โลเรนโซ ควินน์ พยายามทำ
ตอนนี้มือยักษ์ Support กลายมาเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมของเวนิส และประติมากรรมชิ้นนี้จะติดตั้งอยู่ที่นี่ไปจนถึงปลายเดือน พ.ย. เพื่อดึงให้ผู้คนหันมาตระหนักและรับรู้เกี่ยวกับปัญหาของโลก ก่อนเมืองท่องเที่ยวอันเป็นที่รักของผู้คนจะจมหายไปอยู่ใต้น้ำตลอดกาล







