posttoday
เร่งอัดฉีด2.4ล้านล.

เร่งอัดฉีด2.4ล้านล.

17 มิถุนายน 2560

สมคิดทิ้งทวนเซ็นเมกะโปรเจกต์ปี’61 ลุยไฮสปีดเทรน ทางคู่ รถไฟฟ้า3สาย

สมคิดทิ้งทวนเซ็นเมกะโปรเจกต์ปี’61 ลุยไฮสปีดเทรน ทางคู่ รถไฟฟ้า3สาย

โพสต์ทูเดย์ - “สมคิด” ดันลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2.4 ล้านล้าน ลงนามปี 2561 เร่งรถไฟเร็วสูง ทางคู่ รถไฟฟ้า

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลจะเร่งผลักดันโครงการลงทุนขนาดใหญ่ด้านโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดรวม 2.4 ล้านล้านบาท ให้เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตลอดจนเข้าสู่ขั้นตอนการประมูลและลงนามสัญญาผู้รับเหมาให้ได้ภายในปี 2561 ก่อนที่รัฐบาลชุดปัจจุบันจะลงจากตำแหน่ง

“รัฐบาลตั้งเป้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเพื่อรองรับเม็ดเงินลงทุนขับเคลื่อนโอกาสใหม่ของเศรษฐกิจไทย เพื่อก้าวสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 อย่างยั่งยืน ก่อนที่รัฐบาลจะลงจากตำแหน่ง เพื่อเป็นเครื่องการันตีให้กับนักลงทุนทั้งในและนอกประเทศว่าเดินหน้าโครงการต่างๆ แน่นอนไม่มีล้มเหลวเหมือนที่ผ่านมา” นายสมคิด กล่าว

ทั้งนี้ โดยเฉพาะโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่รัฐบาลตั้งเป้าผลักดันโครงการต่างๆ ให้เกิดขึ้นในปีนี้ อาทิ โครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-ระยอง วงเงิน 1.52 แสนล้านบาท จะเสนอเข้า ครม.ปลายปีนี้ควบคู่ไปกับโครงการรถไฟทางคู่เชื่อม 3 ท่าเรือ ที่จะเริ่มก่อสร้างในปีนี้เช่นกัน

ขณะที่โครงการรถไฟฟ้าในเมือง คาดว่าภายในปีนี้จะเสนอโครงการรถไฟฟ้าอีก 3 สาย รวมมูลค่า 2.78 แสนล้านบาท ประกอบด้วยโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ วงเงิน 1.31 แสนล้านบาท โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกช่วงศูนย์วัฒนธรรม-ตลิ่งชัน วงเงิน 1.21 แสนล้านบาท และโครงการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง 2.6 หมื่นล้านบาท ขณะที่โครงการรถไฟทางคู่ทั้ง 5 เส้นทาง วงเงินรวม 8 หมื่นล้านบาท จะผ่านขั้นตอนการประมูลและได้ผู้รับเหมาภายในเดือน ส.ค.นี้

“หากประเทศไทยสามารถผลักดันโครงสร้างพื้นฐานขนาด 2.4 ล้านล้านบาท พร้อมติดตั้งอินเทอร์เน็ตให้เข้าถึงทั่วประเทศภายในปี 2561 จะส่งผลให้บ้านเราเป็นประเทศที่กลับมาเติบโตทางเศรษฐกิจและสร้างโอกาสได้อย่างมากมายอีกครั้ง” นายสมคิด กล่าว

กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งเรื่องมาตรการเร่งรัดและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา หรือรถไฟไทย-จีน มูลค่าลงทุน 1.79 แสนล้านบาทนั้น เชื่อว่าจะช่วยให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้อย่างรวดเร็ว เป็นไปตามแผนที่กระทรวงคมนาคมตั้งไว้ คือเริ่มงานก่อสร้างได้ในเดือน ก.ย.นี้

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมายอมรับว่าโครงการได้ติดขัดเรื่องระเบียบ กฎเกณฑ์บางอย่าง ดังนั้นเพื่อให้เกิดความสบายใจกับผู้ที่ปฏิบัติงาน นายกรัฐมนตรีจึงต้องแก้ไขปัญหา โดยใช้อำนาจตามมาตรา 44 เพื่อขับเคลื่อนโครงการร่วมกับวันเบลต์วันโรดของจีน ซึ่งจะไปเชื่อมกับรถไฟความเร็วสูง สปป.ลาว-คุนหมิง-เวียงจันทน์ ที่ จ.หนองคาย และมีแผนเชื่อมต่อโครงการรถไฟความเร็วสูงจากกรุงเทพฯ ไปปาดังเบซาร์ ตามแนวเส้นทางจีน-สปป.ลาว-ไทย-มาเลเซีย-สิงคโปร์

“ที่บางฝ่ายตั้งประเด็นว่าโครงการดังกล่าวจะไม่มีความคุ้มค่านั้น บอกได้เลยว่าปัจจุบันมีถึง 29 ประเทศบนโลกที่เชื่อมต่อกันโดยรถไฟ และไทยเป็นจุดศูนย์กลางของอาเซียนตามแผนเส้นทางสายไหมใหม่อีกด้วย มิใช่แค่ทางผ่านของจีนแน่นอน” นายสมคิด กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท