
มาตรการรัฐไม่ตอบโจทย์ เกษตกรขอม.44สั่งใช้ยางในประเทศ
เกษตกรชาวสวนยางพารามองมาตรการช่วยเหลือราคายางของก.เกษตรยังไม่ตอบโจทย์เสนอนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ใช้ม.44
ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
ราคายางพาราที่ตกลงอย่างต่อเนื่อง ในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาตกวูบลงถึงกิโลกรัมละ 10-15 บาท ซึ่งล่าสุด ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา ก็เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพาราตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เสนอมา 4 มาตรการ ประกอบด้วย 1.ขยายเวลาโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่เกษตรกรต่อไปอีก 3 ปี ภายในกรอบวงเงินสินเชื่อ 1 หมื่นล้านบาท 2.ขยายระยะเวลาโครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางออกไปอีก 90 วัน 3.ขยายระยะเวลาโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกร เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง วงเงินสินเชื่อ 1 หมื่นล้านบาท ออกไปอีก 1 ปี และ 4.สนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการยางพาราอีกจำนวน 1 หมื่นล้านบาท
แต่ในมุมมองของเกษตรกรชาวสวนยาง พวกเขามองว่ามาตรการเหล่านี้ไม่ตอบโจทย์
สมพงศ์ ราชสุวรรณ ประธานกรรมการกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยาง สกย.นาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา ผู้ประกอบการน้ำยางสดรายใหญ่ เห็นว่า มาตรการที่รัฐบาลออกมาช่วยเหลือกลับเข้าสู่รอบเดิมเมื่อครั้งก่อนเช่นที่ดำเนินการมาแล้ว คือให้สถาบันเกษตรกร เช่น สหกรณ์ กลุ่มยาง กู้เงินจากรัฐบาลไปแล้วก็นำเงินไปซื้อยางในราคาที่สูง แต่เวลาออกขายยางจะได้ราคาที่ต่ำจึงประสบภาวะขาดทุน เงินที่กู้ก็หมดไป ไม่มีความก้าวหน้าและอนาคต และกลับมีแต่เพิ่มหนี้สิน
"ประการสำคัญไม่ได้ทำให้ราคายางขยับขึ้นและมีเสถียรภาพแต่อย่างใด" สมพงศ์ กล่าว
สมพงศ์เห็นว่า การสนับสนุนช่วยเหลือชาวสวนยางที่ตรงประเด็นและมีความก้าวหน้า ที่จะขอเสนอต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาล คือต้องทำให้ยางเพิ่มมูลค่า โดยจะต้องแปรรูปยางภายในประเทศ เช่น ก่อสร้างถนน ยางพาราแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ และสร้างโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปยางพาราเป็นผลิตภัณฑ์ล้อยาง
สาย อิ่นคำ คณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า มาตรการต่างๆ ที่ออกมาคือมาตรการเดิมบางด้านที่ยังทำไม่เรียบร้อยมีคงค้าง เหมือนรัฐบาลไม่ได้ช่วยเหลืออะไรเลย
"มีเพียงวิธีเดียวคือ ขอให้รัฐบาลใช้อำนาจพิเศษในการสั่งให้ใช้ยางภายในประเทศ และแปรรูปยางพารา
เพื่อสร้างมูลค่า จะเป็นการกระตุ้นราคายางพาราให้กลับมามีเสถียรภาพดังเดิม และยังทำให้เป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนด้วย เพราะเมื่อยางที่ผลิตออกมาถูกนำไปใช้ทำให้เกิดกลไกการตลาดตามอุปสงค์และอุปทาน ไม่ต้องมีกลไกการตลาดแบบนายทุนเข้ามาแทรกแซง"
การส่งเสริมให้ใช้ยางภายในประเทศดูเหมือนจะเป็นวิธีการที่หลายฝ่ายเห็นพ้อง
สุพจน์ วงค์ใจ อดีตคณะกรรมการเครือข่ายเกษตรกรยางพาราจังหวัดพะเยา มองว่า มาตรการเดียวที่เป็นมาตรการเร่งด่วนและแก้ปัญหาได้ผลจริงจัง คือ รัฐบาลมีคำสั่งให้ใช้ยางพาราในประเทศ เพื่อไม่ให้ยางค้างสต๊อก รวมทั้งยางพาราที่ให้ผลผลิตปีต่อๆ ไป หากใช้ในประเทศ และรัฐบาลให้สัดส่วนการส่งออกยางอย่างต่ำร้อยละ 40 ของโควตาส่งออกยางทั้งประเทศให้แก่สถาบันเกษตรกรที่มีศักยภาพในการส่งออกยางได้ จะทำให้กลไกการตลาดด้านราคายางมีเสถียรภาพอย่างมั่นคง
ด้าน ถนอมเกียรติ ยิ่งฉ้วน ที่ปรึกษาประธานเครือช่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศ กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการเครือข่ายฯ ก็มีมติเสนอข้อเรียกร้องมาตรการแก้ปัญหาเพิ่มเติมไปยังรัฐบาล คือ ขอให้นายกรัฐมนตรีประกาศใช้อำนาจตามมาตรา 44 ประกาศให้มีการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐในทันที โดยเฉพาะเริ่มจากการใช้ยางพาราทำถนน
น่าจับตาว่า ข้อเรียกร้องให้รัฐบาลหาทางเร่งการใช้ยางภายในประเทศจะได้รับการตอบสนองจากภาครัฐอย่างไร และภายในสัปดาห์นี้ เครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางจะกำหนดท่าที ต่อไปอย่างไร รวมถึงแนวทางการขอเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอแนวทางการแก้ปัญหายางพาราอย่างเป็นระบบ จะยังดำเนินการต่อหรือไม่







