
สมองยังพัฒนาต่อเนื่อง
วันนี้ผมขอแนะนำความรู้และการฝึกฝนแบบใหม่อีกหนึ่งวิธี เพื่อเพิ่มความสามารถของการพัฒนาศักยภาพของคนเรา
โดย...ดร.ทายาท ศรีปลั่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะไนล์
วันนี้ผมขอแนะนำความรู้และการฝึกฝนแบบใหม่อีกหนึ่งวิธี เพื่อเพิ่มความสามารถของการพัฒนาศักยภาพของคนเราให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น
การวิจัยทางสมองและระบบประสาทจิตวิทยาพบความมหัศจรรย์ของสมองว่า สมองของคนที่เติบโตเต็มที่แล้วยังสามารถพัฒนาอย่างต่อเนื่องได้อีก เราเรียกความสามารถนี้ว่า Plasticity
ดังนั้น Neuroplasticity จึงหมายถึงความสามารถของสมองที่จะเปลี่ยนแปลงได้ตลอดชีวิต โดยการปฏิรูปตัวเองด้วยการสร้างส่วนเชื่อมต่อ หรือ “Connections” ระหว่างเซลล์ประสาท (Neurons) ปัจจัยที่สามารถทำให้สมองเกิดการเปลี่ยนแปลงได้นอกเหนือจากปัจจัยทางพันธุกรรมแล้ว เรายังพบว่ามีปัจจัยต่างๆ ที่อยู่รอบตัวของเรา รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ของคนเราต่างมีบทบาทต่อการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสมองได้ทั้งนั้น
Plasticity มีความหมายว่า สมองของคนเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้ด้วยการเรียนรู้ (Learning) การนำความรู้นั้นไปใช้จริง การเกิดการปรับเปลี่ยนในขณะลงมือทำ อารมณ์ความรู้สึกต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างการลงมือทำและเมื่องานสำเร็จลง ความทรงจำเกี่ยวกับเรื่องราวทั้งหมดนั้น วงจรนี้ทำให้สมองของเราพัฒนาขึ้นไปอีก (อ้างอิง : นพ.มานิตย์ วัชร์ชัยนันท์, BRAIN PLASTICITY: HOW LEARNING CHANGE YOUR BRAIN, 31 ธันวาคม พ.ศ. 2555)
การเปลี่ยนแปลงที่ว่านั้น จะเกิดขึ้นตรงบริเวณเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาทสมองนั่นเองและเมื่อส่วนเชื่อมต่อถูกสร้างขึ้นใหม่ โครงสร้างภายใน เช่น บริเวณจุดประสานประสาท (Synapse) ก็มีการเปลี่ยนแปลงพร้อมกันไปด้วย
ตัวอย่างง่ายๆ คือ ถ้าท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องใดเรื่องหนึ่งท่านจะพบว่า สมองส่วนที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานที่ท่านมีความถนัด ความเชี่ยวชาญจะเจริญงอกงามขึ้น การเปลี่ยนแปลงของสมอง (Plasticity) ยังสามารถพบเห็นในคนที่พูดได้ถึงสองภาษา ที่เป็นเช่นนั้น เป็นเพราะการใช้ภาษาที่สองจำเป็นต้องเรียนรู้ โดยผ่านการเปลี่ยนแปลงในสมอง โดยทำให้ส่วนที่เป็น Left inferior parietal cortex มีขนาดโตมากกว่าคนที่ใช้ภาษาเดียว
นอกจากนั้น การเปลี่ยนแปลงของสมองยังพบเห็นในนักดนตรี โดยพบว่าสมองส่วนที่เป็นสีเทาจะมีปริมาณมากกว่าคนที่ไม่ใช่นักดนตรี ซึ่งเป็นส่วนที่เรียกว่า Motor regions, anterior superior parietal areas และ Inferiors temporal areas
ล่าสุดนี้ในโลกธุรกิจก็ได้นำความรู้นี้มาใช้กันพอสมควรแล้ว นักธุรกิจชาวอเมริกัน ชื่อ John Assaraf พูดเรื่อง Neuro Plasticity ความว่าคนที่พัฒนาตนเองเสมอ มีแรงปรารถนา ลงมือทำ ทุ่มเท เรียนรู้ สำเร็จ เกิดความสุข เบิกบาน ควบคู่ไปกับการกระทำ มีผลต่อการพัฒนาต่อเนื่องของสมองผู้ใหญ่
วันนี้อ่านบทความเรื่อง Brain Plasticity: How learning changes your brain Posted by Dr. Pascale Michelon เน้นว่าต้องมีความจำใหม่เกิดขึ้น มีการเรียนรู้ใหม่ มีพฤติกรรมใหม่ อันหมายถึงพัฒนาการของสมองเกิดขึ้นในวัยผู้ใหญ่ มีการค้นพบว่า คนที่ไม่เคยมีวิสัยทัศน์ กล่าวคือมองภาพรวมไม่เป็น คาดการณ์ล่วงหน้าไม่ได้
เมื่อได้จับกลุ่มกับเด็กฝรั่งนี่เก่งมากเรื่อง Visionary และคนคนนั้นฝึกตัวเองเสมอ เช่น พูดคุยกับเพื่อนต่างชาติที่คิดเก่งๆ ดู TV ช่องที่มีคนฉลาดๆ มาถกปัญหา คาดการณ์อนาคต จนวันหนึ่งเขาเกิดอารมณ์ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนกับการมีวิสัยทัศน์ จนเขาเห็นหลักการหาหลักคิด สภาพแวดล้อม ลักษณะการสนทนา ต่อมาคนคนนั้นก็เริ่มรู้สึกว่า เขามองภาพรวมเป็น มองการณ์ไกลได้ดีขึ้น มีความสุขกับความสามารถใหม่ๆ นี้
ผมพัฒนาการวาดเป็นภาพบนกระดาษ A4 แล้วโยงภาพต่อเข้าด้วยกัน เทคนิคนี้สังเกตจากเพื่อนเก่งๆ มักเขียนภาพไปด้วย และโยงเส้นเข้าด้วยกัน ดังนั้นเขาก็ก้าวทันคนอื่นๆ ได้ สมองเราก็พัฒนาต่อเนื่องได้ ลองทำสิครับ ผลพลอยได้คือ ผู้อ่านแก่ช้าลงกว่าคนวัยเดียวกัน เพราะชอบหาชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เสมอ







