
มติสนช.เสียงข้างมากเห็นชอบเซทซีโร่กกต.
มติสนช.117:1ผ่านร่างพ.ร.ป.กกต.และ161:15ให้กกต.ชุดปัจจุบันพ้นจากตำแน่งแต่ให้ทำหน้าที่ต่อจนกว่าจะมีกกต.ชุดใหม่
มติสนช.117:1ผ่านร่างพ.ร.ป.กกต.และ161:15ให้กกต.ชุดปัจจุบันพ้นจากตำแน่งแต่ให้ทำหน้าที่ต่อจนกว่าจะมีกกต.ชุดใหม่
ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มติเสียงข้างมาก 177 ต่อ 1 คะแนนเห็นชอบกับร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อให้ประกาศใช้เป็นกฎหมาย
นอกจากนี้มีมติเสียงข้างมาก 161 ต่อ 15 คะแนนเห็นด้วยกับมาตรา 70 ของร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวที่ว่าด้วยการให้กกต.ชุดปัจจุบันพ้นจากตำแหน่งแต่ให้ทำหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีกกต.ชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่
ภายหลังเมื่อร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฯผ่านความเห็นชอบจากสนช.แล้วจะต้องส่งให้กกต.และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) พิจารณาว่าร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฯที่สนช.แก้ไขนั้นขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยทั้งกกต.และกรธ.จะต้องพิจารณาให้เสร็จและส่งมากลับมาให้ประธานสนช.ภายใน 10 วันตามรัฐธรรมนูญพ.ศ.2560 มาตรา 267
สำหรับตลอดการอภิปราย 7 ชั่วโมง สมาชิกสนช.ได้อภิปรายสอบถามในประเด็นสำคัญ คือ การดำรงอยู่ของกกต.ชุดปัจจุบันทั้ง 5 คน ตามมาตรา 70 ซึ่งบัญญัติว่าให้ประธานกกต.และกกต.ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันที่พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ แต่ให้ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าประธานกกต.และกรรมการกกต.ที่แต่งตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฯมีมติแก้ไขเนื้อหาจากเดิมที่ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฯที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)เสนอมายังสนช.กำหนดให้มีคณะกรรมการสรรหาทำหน้าที่ชี้ขาดคุณสมบัติของกกต.แทน
ทั้งนี้ มีทั้งกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฯเสียงข้างน้อยที่ไม่เห็นด้วยกับมติของคณะกมธ.และสมาชิกสนช.จำนวนหนึ่ง นำโดยนายนรนิติ เศรษฐบุตร นายกล้านรงค์ จันทิก พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกสนช.แสดงความคิดเห็นว่าควรให้กกต.ชุดปัจจุบันดำรงตำแหน่งต่อไป เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมเพราะกกต.ชุดปัจจุบันก็มาจากกระบวนการตามที่กฎหมายกำหนด และต้องการให้ตัวแทนของกรธ.ชี้แจงว่าการกำหนดการคงอยู่ของกกต.ไว้เช่นนี้ จะเป็นบรรทัดฐานสำหรับการเสนอร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับองค์กรอิสระอื่นๆหรือไม่
ขณะที่ นายตวง อันทะไชย ประธานคณะกมธ.วิสามัญฯ กล่าวว่า การพิจารณาของคณะกมธ.วิสามัญฯได้ยึดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญพ.ศ.2560 เป็นสำคัญ โดยพิจารณาแล้วเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนดโครงสร้างของกกต.ใหม่ทั้งหมดทั้งในเรื่องจำนวนของกรรมการหรืออำนาจหน้าที่ในการทำงานเพื่อตรวจสอบการเลือกตั้ง จึงเห็นว่าควรต้องมีการปรับเปลี่ยนกกต.ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
นายภัทระ คำพิทักษ์ กรรมการกรธ.และกรรมาธิการวิสามัญฯ กล่าวว่า การพิจารณาเสนอร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญของกรธ.ในอนาคตอาจจะเหมือนหรือต่างกันกับของกกต.ก็ได้ขึ้นอยู่กับโครงสร้างของแต่ละองค์กระและสนธิสัญญาต่างประเทศที่มีบางองค์กรในไปลงนาม ส่วนกรณีของกกต.นั้นยืนยันว่า ดูเรื่องเจตนารมณ์ คุณสมบัติ และวัตถุประสงค์การปฏิรูป โดยไมได้พิจารณาว่าจะโกรธใคร เกลียดใคร และขอยืนยันอีกว่ากรธ.ไม่ได้เสียจุดยื่นเพราะเป็นการแก้ไขอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญ







