posttoday
ประชารัฐ-โซลาร์เซลล์ ระเบิดเวลา​ถล่มเชื่อมั่น คสช.

ประชารัฐ-โซลาร์เซลล์ ระเบิดเวลา​ถล่มเชื่อมั่น คสช.

08 มิถุนายน 2560

โครงการ “ประชารัฐ” นับเป็นหนึ่งในผลงานชิ้นโบแดงของ คสช. ที่เคยหมายมั่นปั้นมือว่าจะออกมาโกยคะแนนนิยมชาวบ้าน

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

โครงการ “ประชารัฐ” นับเป็นหนึ่งในผลงานชิ้นโบแดงของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เคยหมายมั่นปั้นมือว่าจะออกมาโกยคะแนนนิยมชาวบ้าน ด้วยคุณภาพเห็นผลที่ยั่งยืน พร้อมอุดช่องโหว่ ป้องกันไม่ให้ถูกข้อครหา​เรื่องประชานิยมต่างจากกองทุนหมู่บ้านในอดีต

ทว่าออกตัวไปได้ไม่เท่าไหร่โครงการประชารัฐเริ่มถูกโจมตีในหลายมุม ไล่มาตั้งแต่ประเด็นกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ของประเทศที่ถูกดึงมาร่วมสนับสนุนการเงิน แต่กลับกลายถูกมองว่าอาจเข้าข่ายรุกคืบเข้ามาครอบงำผูกขาดธุรกิจในพื้นที่แทนที่มากกว่าเข้ามาช่วยเหลือ

แต่ประเด็นที่สร้างปัญหาหนักอกเป็นพิเศษคือ เรื่องเงื่อนงำความไม่โปร่งใสในหลายพื้นที่ ทั้งประเด็นการเรียกเก็บค่าหัวคิวเมื่อมีรายงานว่า พบการร้องเรียนว่าในพื้นที่ อ.วิหารแดง จ.สระบุรี มีผู้นำในพื้นที่บางคนเรียกเก็บค่าหัวคิวโครงการ 10% ซึ่งอ้างเป็นค่าดำเนินโครงการ บางโครงการถูกเรียกเก็บเป็นเงินราว 3 หมื่นบาท ​อีกทั้งยังพบการอ้างว่านำเงินไปให้ระดับสูงขึ้นไป

นี่เป็นเพียงหนึ่งในตัวอย่างจากโครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้าน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐที่จะได้รับเงินสนับสนุนหมู่บ้านละ 2.5 แสนบาท ซึ่งดำเนินการตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2559-31 ม.ค. 2560 มีจำนวนโครงการทั้งหมด 82,336 โครงการ จากวงเงิน 18,660 ล้านบาท

ล่าสุด โครงการประชารัฐกลายเป็นข่าวเป็นคราวอีกรอบกับโครงการ “ตู้ประชารัฐ สุขใจ” ที่จัดสร้างเพื่อนำไปเป็นพื้นที่ขายสินค้าโอท็อปของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จำนวน 148 ตู้ทั่วประเทศ ด้วยวงเงิน 122 ล้านบาท ซึ่งใช้วิธีการจัดซื้อด้วยวิธีพิเศษ

นำมาสู่การร้องเรียนถึงความคุ้มค่าในหลายจุด ทั้งเรื่องราคาที่สูงกว่ากว่าท้องตลาด บางแห่งจัดซื้อกว่า 8 แสนบาท และเริ่มพบการชำรุดในหลายจุด อีกทั้งในบางพื้นที่ยังไม่เปิดใช้งาน ​​

ประเด็นนี้ทาง ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. ยืนยันว่า กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปอย่างถูกต้อง การใช้วิธีพิเศษเพราะเป็นโครงการขนาดเล็กวงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท และให้เบิกจ่ายงบฯ ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2558

ทั้งนี้ โครงการพัฒนาสถานีริมทางเพื่อส่งเสริมการค้าและการท่องเที่ยวท้องถิ่น : ก่อสร้างพื้นที่สำหรับการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยวและจำหน่ายสินค้าท้องถิ่นที่ใช้ขายสินค้าโอท็อป ของ ททท.​ จำนวน 148 แห่งทั่วประเทศ มีการทำสัญญาว่าจ้างเอกชนจำนวน 5 ราย ในพื้นที่ 5 ภูมิภาค

สิ่งเหล่านี้มีแต่จะกัดกร่อนความเชื่อมั่นที่มีต่อรัฐบาล คสช.มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะแทนที่โครงการประชารัฐ ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ใช้งบประมาณจำนวนมาก ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศนั้นจะสามารถสร้างงาน สร้างผลงาน สร้างชื่อให้รัฐบาลอย่างที่ตั้งเป้าไว้ ผลลัพธ์ที่ออกมากลับไม่เป็นเช่นนั้น

ตรงกันข้ามนอกจากไม่อาจสร้างผลงานให้เป็นที่ยอมรับแล้ว ในเรื่องประเด็นความคุ้มค่าของเม็ดเงินที่ใช้​ยังกลายเป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบอย่างชัดเจน ​ยิ่งในภาวะที่รัฐบาลกำลังประสบปัญหาเรื่องงบประมาณที่มีจำกัด ​การใช้งบประมาณเช่นนี้ย่อมไม่เป็นผลดี 

ยิ่งมาเผชิญกับเงื่อนงำความไม่โปร่งใส​ที่เริ่มปรากฏในหลายจุดยิ่งมีแต่จะซ้ำเติมปัญหาความเชื่อมั่นรัฐบาล คสช. ซึ่งประกาศเข้ามาสะสางปัญหาทุจริต จำเป็นที่จะต้องดำเนินการแต่ละโครงการให้เกิดความโปร่งใส เพื่อเป็นบรรทัดฐานและวางแนวทางปฏิบัติให้เป็นตัวอย่าง

เมื่อรัฐบาล คสช.​มาเผชิญปัญหาความไม่โปร่งใสเสียเองย่อมกระทบไปถึงทุกสิ่งที่พยายามทำมา รวมไปถึงเส้นทางการปฏิรูปที่กำลังขับเคลื่อนในช่วงโค้งสุดท้าย

ไม่เพียงแค่โครงการประชารัฐ ​อีกโครงการที่สั่งคลอนความเชื่อมั่น รัฐบาล คสช.​ไม่น้อย คือ โครงการจัดซื้อและติดตั้งโคมไฟส่องสว่างโซลาร์เซลล์ที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของ ศอ.บต. ซึ่งใช้งบประมาณมากกว่า 1,000 ล้านบาท ติดตั้งไปแล้วกว่า 1 หมื่นจุดทั่วทุกพื้นที่

ปัญหาอยู่ที่คุณภาพการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในช่วง 2 ปีกว่าที่ผ่านมา รวม 14,318 จุดนั้น ชำรุดเสียหายมากกว่า ​80% ในขณะที่ผู้บริหาร ศอ.บต.ออกมาชี้แจงว่า จากการสำรวจพื้นที่พบเสาไฟโซลาร์เซลล์ชำรุดเสียหายเพียง 531 จุด คิดเป็น​ 4% เท่านั้น โดยมีสาเหตุหลักจากการถูกขโมยแบตเตอรี่

อีกด้านหนึ่ง กลุ่มธรรมาภิบาลเครือข่ายภาคประชาชนต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น ยื่นเรื่องร้องเรียนถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.​​ เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีการคัดเลือกเอกชนผู้ร่วมลงทุนโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินสำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์ภาคการเกษตร พ.ศ. 2560 จำนวน 100 เมกะวัตต์ ขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.)

ทางเครือข่าย ระบุว่า พบกลุ่มบุคคลนำโดยนายทหารระดับนายพล ชื่อย่อว่า เสธ.จ.​ เป็นผู้แอบอ้างชื่อ คสช. เพื่อเรียกรับเงินผลประโยชน์จากเอกชนที่เข้าร่วมลงทุนในโครงการดังกล่าว โดยวิ่งเต้นจัดหาบริษัทที่เป็นพรรคพวกของตนเองมาขึ้นทะเบียนกับ อผศ.ไว้ก่อนตั้งแต่ช่วงปลายปี 2559

​สิ่งที่ทางรัฐบาล คสช.​จำเป็นต้องเร่งดำเนินการเวลานี้คือ การออกมาชี้แจงรายละเอียดถึงความโปร่งใสในโครงการดังกล่าว รวมทั้งต้องทำความกระจ่างเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์ว่ามีมูลความจริงแค่ไหน ​ไม่ให้ทุกอย่างหมักหมมย้อนกลับมาสั่นคลอนความเชื่อมั่น คสช.ในอนาคต

ข่าวล่าสุด

อว. เปิด “Global Medical AI Summit 2026” ปั้น 44 ผู้ประกอบการ Medical AI ไทยสู่มาตรฐานสากล เชื่อมเครือข่าย–จับคู่ธุรกิจ

อว. เปิด “Global Medical AI Summit 2026” ปั้น 44 ผู้ประกอบการ Medical AI ไทยสู่มาตรฐานสากล เชื่อมเครือข่าย–จับคู่ธุรกิจ