
นายกฯเตือนจนท.-สื่อระวังการทำคดี-เสนอข่าว ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพให้เหมาะสม
"ประยุทธ์" เตือนเจ้าหน้าที่รัฐ-สื่อ ทำคดี-เสนอข่าว ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ ด้วยความระมัดระวัง อย่าให้เป็นการยกยอปอปั้นจนเยาวชนเข้าใจผิด
"ประยุทธ์" เตือนเจ้าหน้าที่รัฐ-สื่อ ทำคดี-เสนอข่าว ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ ด้วยความระมัดระวัง อย่าให้เป็นการยกยอปอปั้นจนเยาวชนเข้าใจผิด
พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คำถามกรณีการปฏิรูปตำรวจ โดยล่าสุดมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ระหว่างคุมตัวผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพ โดยนายกฯตอบว่า ในกรณีการฆ่าหั่นศพตำรวจมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมก็ต้องลงโทษทางวินัย
สำหรับการแถลงข่าวเรื่องการให้ข่าวและมีผลกระทบต่อคน ก็ให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการไปตามขั้นตอน โดยให้ลดการเสนอข่าว หรือให้ข่าวโดยไม่จำเป็น แต่ต้องเสนอข่าวภายหลังทราบผลการปฏิบัติแล้ว ต้องเสนอข่าวและแจ้งให้ทราบให้ชัดเจน
ส่วนการปฏิรูปตำรวจนั้น มีหลายประเด็นที่กำลังดำเนินการอยู่ โดยเฉพาะเรื่องโครงสร้าง กระบวนการบริหารงาน เป็นเรื่องที่ต้องทำไปพร้อมๆกัน เพราะเป็นเรื่องที่รัฐธรรมนูญกำหนดระยะเวลาไว้ชัดเจน สำหรับการทำงานของตำรวจทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติรับทราบแล้วทุกเรื่อง
ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า นายกฯติงเจ้าหน้าที่ของรัฐว่าการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาให้ระมัดระวังอย่างที่สุด อย่าให้ใครหยิบยกการปฏิบัติตัวของเจ้าหน้าที่ไปให้เกิดความเสื่อมเสียแก่หน่วยงานได้ เจ้าหน้าที่ควรมีวิจารณญาณอะไรควรทำ ไม่ควรทำ แม้ว่ากฎหมายไม่ได้กำหนดไว้ แต่เป็นเรื่องที่คนทั่วไปดูแล้วเกิดความรู้สึกติฉินนินทาว่าไม่เหมาะ อย่างกรณีการจับผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ
นอกจากนี้ประชาชนร้องเรียนมาให้รัฐบาลเป็นตัวกลางสื่อความหมายไปยังสื่อมวลชนบางส่วนที่นำเสนอข้อมูลการฆ่าหั่นศพแบบละเอียด ทำให้คนเสพสื่อโดยเฉพาะวัยรุ่นและเด็กเกิดความเข้าใจผิดว่าการกระทำนั้นเป็นฮีโร่และจะเป็นการยกยอปอปั้นผู้กระทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งตัวอย่างที่ดีก็มี อย่าง น้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ โปรเม เอรียา จุฑานุกาล เป็นต้น ให้นำเสนอเรื่องเหล่านี้ดีกว่า
ขณะเดียวกันรัฐบาล ก็ต้องระมัดระวังการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ถ้าทั้งรัฐบาลและสื่อมวลชนต่างพยายามที่จะปรับในสิ่งที่ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์เชื่อมั่นว่าการทำหน้าที่ในวันข้างหน้า เชื่อมั่นว่าเราทั้ง 2 จะได้รับการยอมรับจากประชาชนมากขึ้น







