
42 เครือข่ายสังคมหนุน บิ๊กตู่ เร่งปฏิรูปตำรวจแยกงานสอบสวน
42 เครือข่ายทางสังคมยื่นหนังสือถึงนายกฯ ขอเร่งปฏิรูปตำรวจแยกงานสอบสวนเพื่อสร้างการถ่วงดุลจากภายนอกให้เป็นสากล หวังแก้ปัญหาทุจริต
42 เครือข่ายทางสังคมยื่นหนังสือถึงนายกฯ ขอเร่งปฏิรูปตำรวจแยกงานสอบสวนเพื่อสร้างการถ่วงดุลจากภายนอกให้เป็นสากล หวังแก้ปัญหาทุจริต
เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นางสมศรี หาญอนันทสุข พร้อมเครือข่ายแรงงานและเครือข่ายทางสังคม 42 องค์กร เดินทางมายื่นจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ขอให้เร่งรัดดำเนินการปฏิรูปตำรวจ เป็นตำรวจจังหวัด และแยกงานสอบสวนเป็นอิสระออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
โดยเนื้อหาในหนังสือ ระบุว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางปฏิรูปตำรวจว่า ควรปรับโครงสร้างเป็นตำรวจจังหวัด และพิจารณาเรื่องการแยกงานสอบสวนออกจากตำรวจนั้น เครือข่ายองค์กรประชาชนเห็นว่า แนวคิดดังกล่าวเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ถือเป็นการปฏิรูประบบในด้านการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย แก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของตำรวจทุกระดับ การรับส่วยสินบนอย่างแท้จริง
เนื่องจากงานของตำรวจทั้งหมดดำเนินการให้จบสิ้นได้ภายในจังหวัด และต้องประสานการปฏิบัติอย่างใกล้ชิดกับฝ่ายปกครองซึ่งมีนายอำเภอ ปลัดอำเภอ กำนันและผู้ใหญ่บ้านเป็นกลไกสำคัญในการรักความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ ดังนั้นหน่วยตำรวจจึงควรอยู่ภายใต้การกำกับควบคุมของหัวหน้าหน่วยการปกครองระดับจังหวัดคือ ผู้ว่าราชการจังหวัดและระดับอำเภอ สอดคล้องกับพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินมาตรา 54 ที่กำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหัวหน้าส่วนราชการจังหวัด มีอำนาจปกครองบังคับบัญชาข้าราชการฝ่ายต่างๆ ในจังหวัด และให้นายอำเภอเป็นหัวหน้าส่วนราชการอำเภอมีอำนาจปกครองบังคับบัญชาข้าราชการฝ่ายต่างๆ ในอำเภอตามมาตรา 62
ส่วนงานสอบสวนคดีอาญา ควรได้รับการปฏิรูปโดยแยกเป็นอิสระออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นสำนักงานสอบสวนคดีอาญา เพื่อสร้างหลักประกันความเป็นอิสระในการปฏิบัติงานสอบสวนตามมาตรฐานวิชาชีพในลักษณะเดียวกับพนักงานอัยการเช่นเดียวกับประเทศที่เจริญแล้วทั่วโลก
ขณะที่การดำเนินการในสองเรื่องดังกล่าวรวมทั้งการโอนตำรวจ 9 หน่วย ได้แก่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจจราจร ตำรวจทางหลวง ตำรวจน้ำ ตำรวจป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ ตำรวจคุ้มครองผู้บริโภค ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจรถไฟ ตำรวจปราบปราบความผิดเกี่ยวกับเทคโนโลยี ไปสังกัดกระทรวงทบวงกรมที่มีหน้าที่ตามกฎหมายตามมติของสภาปฏิรูปแห่งชาติเมื่อเดือน ต.ค.2558 ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบเมื่อวันที่ 30 ก.ย.2558 และส่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับหน่วยเกี่ยวข้องดำเนินการโดยเร็ว ถือว่าเป็นการปฏิรูประบบตำรวจให้มีความเป็นสากล และงานสอบสวนมีการตรวจสอบถ่วงดุลจากองค์กรภายนอก ซึ่งจะแก้ปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบ การรับสินบน การใช้อำนาจเกินขอบเขตได้
ดังนั้นเครือข่ายองค์กรประชาชน เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเร่งรัดดำเนินการดังกล่าว ซึ่งอาจสามารถกระทำได้ตามอำนาจของรัฐบาล เช่น การตราพระราชกฤษฎีกาโอนหน่วยตำรวจ หรือแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับผู้กำกับการลงไปภายในจังหวัดได้ และเมื่อผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการจังหวัด หรือคณะกรรมการตรวจสอบติดตามการบริหารงานตำรวจจังหวัด หรือ กต.ตร. ในปัจจุบัน
นอกจากนี้เห็นว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 260 เพื่อดำเนินการปฏิรูปตามแนวทางในมาตรา 258 นายกรัฐมนตรีควรพิจารณาบุคคลผู้จะแต่งตั้งเป็นประธานและกรรมการควรเป็นผู้ที่เห็นและตระหนักถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน จากระบบงานตำรวจในปัจจุบัน รวมทั้งมีความกล้าหาญทางจริยธรรมและแนวความคิดในการปฏิรูปตำรวจเป็นตำรวจจังหวัด และการแยกงานสอบสวนออกจากตำรวจสร้างระบบตรวจสอบถ่วงดุลกระบวนการยุติธรรมทางอาญาของประเทศด้วย
สำหรับรายชื่อ 42 องค์กรประชาชนที่เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีรีบดำเนินการปฏิรูปตำรวจโดยเร็วที่สุด มีดังนี้
1.เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (Police Watch)
2.มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (มสพ.)
3.มูลนิธิเพื่อนหญิง
4.คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35
5.คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.)
6.คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.)
7.มูลนิธิผสานวัฒนธรรม
8.สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย
9.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.)
10.สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.)
11.สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.)
12.คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.)
13.มูลนิธิพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย
14.เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนจังหวัดนนทบุรี
15.มูลนิธิผู้หญิง
16.สมาพันธ์คนงานรถไฟ (สพ.รฟ.)
17.มูลนิธิสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (มธ.สรส.)
18.เครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจแอลกอฮอล์ ภาคประชาชน
19.เครือข่ายสตรี 4 ภาค
20.มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN.)
21.สมาพันธ์แรงงานเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และโลหะแห่งประเทศไทย
22.มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ
23.สำนักงานสุขภาวะและพัฒนาสังคม
24.สถาบันสังคมประชาธิปไตย (Social Democracy Think Tank)
25.เครือข่ายคุ้มครองสิทธิชุมชนและทรัพยากรสิ่งแวดล้อม จังหวัดสระแก้ว
26.เครือข่ายศูนย์ประสานงานแรงงานนอกระบบ
27.สหภาพเยาวชนแรงงาน (ํYoung Worker Union)
28.คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)
29.ศูนย์เผยแพร่และส่งเสริมงานพัฒนา (ผสพ.)
30.เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย (คชท.)
31.มูลนิธิรณรงค์เพื่อการรักษาเอดส์
32.เครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม
33.สภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย
34.วิทยุชุมชน ส่งเสริมเยาวชน ข่าวสารวัฒนธรรมและบันเทิง (๙๙.๒๕ และ ๙๗.๗๕)
35.เครือข่ายอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กรุงเทพมหานคร (อพม.กทม.)
36.เครือข่าย ปปส. พัฒนาร่วมใจ กทม.
37.คณะทำงานส่งเสริมบทบาทหญิงชายในการพัฒนาจังหวัดพะเยา
38.เครือข่ายแม่หญิงพะเยา
39.สถาบันท้องถิ่นพัฒนาหรือ (LDI.)
40.อมูลนิธิพิทักษ์สตรี (AAT.)
41.องค์การความร่วมมือเพื่อการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอันดามัน (ARR.)
42.เครือข่ายพลังทนายความเพื่อความเป็นธรรม







