
กลาโหมเผยความเห็นเวทีปรองดอง สะท้อนประชาชนตื่นตัวเรื่องการเมือง
โฆษกกลาโหม เผยข้อมูลความเห็นร่วมของประชาชนจากเวทีปรองดอง สะท้อนถึงโอกาส-ความตื่นตัวของประชาชน ต่อประเด็นการเมือง
พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกลาโหม และ ประธานอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ กล่าวถึง ความคืบหน้าของกระบวนการสร้างความสามัคคีปรองดองว่า ข้อมูลจากการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จากกระบวนการสร้างความสามัคคีปรองดอง ได้ถูกรวบรวมและสังเคราะห์ตามหลักวิชาการ ร่วมกับผลการศึกษาด้านการสร้างความสามัคคีปรองดองที่มีมา สู่การจัดทำ "เอกสารความเห็นร่วม" โดยคณะอนุกรรมการบูรณาการขัอคิดเห็น ที่มี พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผบ.ทหารสูงสุด. เป็นประธาน ที่ส่งให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม และส่งให้อนุกรรมการจัดทำข้อเสนอกระบวนการ โดยมี พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำร่าง "สัญญาประชาคม"
สำหรับข้อมูลจาก "เอกสารความเห็นร่วม" ซึ่งรวบรวมความเห็น ความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ทั่วประเทศ จากทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
"ในภาพรวมสะท้อนถึงความตื่นตัวและความสนใจในประเด็นการเมืองและการปรับเปลี่ยนทางการเมืองมากที่สุด"
โดยส่วนกลาง ประชาชนให้ความสนใจ ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ด้านความเหลื่อมล้ำในการครอบครองที่ดินและการบริหารจัดการน้ำ
ด้านสังคม เศรษฐกิจ การศึกษา สาธารณสุข รวมทั้งด้านสื่อมวลชนและการป้องกันทุจริต ลดหลั่นลงมาตามลำดับ
ซึ่งพรรคการเมืองส่วนใหญ่และกลุ่มการเมืองให้ความสำคัญ ประเด็นด้านการเมือง ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ความเท่าเทียมของพรรคการเมืองเป็นหลัก หากจำแนกภาคส่วนต่างๆ มีท่าทีที่แตกต่างกัน โดย ภาคเศรษฐกิจ ต้องการรักษาผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของตนเองเป็นสำคัญ
ภาคประชาสังคมให้ความสำคัญกับ ปัญหาความเหลื่อมล้ำในทุกๆด้านรวมทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ
ในขณะที่ องค์กรสื่อมวลชน มุ่งเน้นสิทธิเสรีภาพของตนเองและต้องการให้สื่อดูแลกันเองโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทำงาน
ในส่วนภูมิภาค ประชาชนมีความสนใจด้านการเมืองมากที่สุดและให้ความสำคัญ ด้านเศรษฐกิจ สังคมการศึกษา สาธารณสุข ด้านความเหลื่อมล้ำในการครอบครองที่ดินและการบริหารจัดการน้ำ รวมทั้งกระบวนการยุติธรรมตามลำดับ โดยพื้นที่ภาคกลาง มีความสนใจด้านการเมือง มากกว่าด้านอื่นๆอย่างชัดเจน
ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้ความสนใจด้านการเมือง การบุกรุกพื้นที่ป่าและด้านสังคม ส่วนพื้นที่ภาคเหนือให้ความสนใจด้านการเมืองและต้องการบริหารจัดการน้ำอย่างมีส่วนร่วม สำหรับพื้นที่ภาคใต้มีความสนใจด้านความเหลื่อมล้ำในการครอบครองที่ดินและการบริหารจัดการน้ำ
หากจำแนกลักษณะของผู้ให้ความคิดเห็นตามกลุ่มต่างๆ สามารถระบุท่าทีที่สำคัญ ได้แก่ กลุ่มการเมือง จะมุ่งเน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเป็นธรรม
ขณะที่กลุ่มนักวิชาการ นักศึกษาและสื่อมวลชน จะเน้นถึงกติกาทางการเมือง แนวทางการนำไปสู่การลดความขัดแย้ง ปัญหาคอร์รัปชั่น และความจริงใจของภาครัฐในการแก้ปัญหาต่างๆ
ทั้งนี้ กลุ่มข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีความสนใจในการแก้ปัญหาระดับท้องถิ่น เช่น การเอารัดเอาเปรียบของกลุ่มนายทุนต่อราคาพืชผลทางการเกษตร และการเมืองระดับท้องถิ่น
ในขณะที่ กลุ่มผู้นำชุมชนและชาวบ้าน สนใจเพิ่มเติม ในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำและที่ดินทำกินในท้องถิ่นเป็นสำคัญ
พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า การสะท้อนความคิดเห็นผ่านผู้แทนองค์กรภาคส่วนต่างๆ จากเวทีการรับฟังความเห็นของประชาชนทั่วประเทศในกระบวนการสร้างความสามัคคีปรองดองที่ผ่านมา ถือเป็นข้อมูลที่บริสุทธิ์ซึ่งผ่านการสังเคราะห์ทางวิชาการครั้งใหญ่ ที่แสดงถึงความตื่นตัวทางการเมืองของประชาชน
ปัญหาที่มีในแต่ละพื้นที่และความต้องการของประชาชนทุกภาคส่วน รวมทั้งการมองอนาคตที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสงบ สันติสุข ซึ่งเป็นโอกาสครั้งสำคัญยิ่งของสังคม ที่ประชาชนทุกคนจะได้ร่วมเรียนรู้และทำความเข้าใจไปด้วยกัน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนคลี่คลายปัญหาของสังคมครั้งใหญ่ สู่เป้าหมายร่วมคือ "การปฏิรูปประเทศ"
ภาพจาก กรมประชาสัมพันธ์







