posttoday
ราชสกุลในพระบรมราชจักรีวงศ์ (21)

ราชสกุลในพระบรมราชจักรีวงศ์ (21)

04 มิถุนายน 2560

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงพระนิพนธ์ไว้ตอนหนึ่งว่า

โดย...วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงพระนิพนธ์ไว้ตอนหนึ่งว่า

“เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี เป็นโอรสสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์ และเป็นพระอนุชาของสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี ตามที่ปรากฏในหนังสือพงศาวดารว่า เป็นเจ้านายผู้ใหญ่ในราชการพระองค์หนึ่งในรัชกาลที่ 2 ได้ทรงกำกับราชการกรมมหาดไทยและกรมวังด้วย กล่าวกันว่าเป็นผู้สำเร็จราชการก็มีด้วยเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย ทรงปรึกษาหารือราชการทั่วไปทุกอย่าง ตามคำที่เล่าสืบกันมา กล่าวว่าเจ้าฟ้า กรมหลวงพิทักษ์มนตรี ทรงชำนาญการอื่นอีกหลายอย่างเป็นต้นว่าเป็นจินตกวีและชำนาญในนาฏะศาสตร์ ตลอดจนการช่างต่างๆ ก็ทรงชำนาญ เป็นต้นว่าเกรินที่ยกพระโกศขึ้นตั้งบนรถและบนชั้นได้โดยไม่ต้องเปลื้องเครื่องประกอบ ก็เป็นของเจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรีทรงประดิษฐ์ขึ้น โปรดให้เสด็จอยู่ที่พระราชวังเดิมจนตลอดพระชนมายุ มีคำกล่าวกันมาอีกว่า เมื่อทรงพระราชนิพนธ์บทละครในรัชกาลที่ 2 นั้น เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรีเป็นผู้คิดท่ารำให้ถูกกับบท กล่าวกันว่าเอาพระฉายมาตั้ง และทรงประดิษฐ์ท่ารำโดยกระบวนที่ดูเงาในพระฉายเมื่อยังมีละครข้างใน แม้ในรัชกาลที่ 4 และที่ 5 เวลาไหว้ครู พวกครูละครยังไหว้นบเจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรีด้วยพระองค์หนึ่ง”

ความเรื่องนี้ยังมีข้อสนับสนุนยืนยัน ปรากฏในหนังสือพระราชพงศาวดารรัชกาลที่ 2 ว่า

“...ส่วนบทละครนั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้ทรงทะนุบำรุงมาก...บางตอนเป็นบทครั้งกรุงเก่า มาแต่งซ่อมที่ขาดเมื่อในรัชกาลที่ 1 แต่วิธีรำละครไม่ปรากฏว่าครั้งรัชกาลที่ 1 ฝึกหัดกวดขันเพียงใดนัก มาจนถึงรัชกาลที่ 2 การฝึกวิธีรำจึงกวดขันจนได้ที่ เป็นแบบอย่างของละครรำมาจนตราบเท่าทุกวันนี้ ส่วนบทละครนั้นพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ด้วยพระองค์ทรงเป็นจินตกวีที่อย่างวิเวศพระองค์หนึ่ง ตั้งแต่ในรัชกาลที่ 1 ก็ได้ทรงรับหน้าที่ในหมู่จินตกวี มีพระราชนิพนธ์ปรากฏอยู่ในหนังสือที่ช่วยกันแต่หลายแห่ง ครั้นมาในรัชกาลที่ 2 เมื่อฝึกหัดวิธีรำและเล่นละครได้ดีถึงที่แล้ว บทละครที่แต่งครั้งรัชกาลที่ 1 ซึ่งมิได้แต่งเข้ากับวิธีรำ เล่นบทละครมักจะยืดยาวและรำไม่ได้สะดวก จึงทรงพระราชนิพนธ์บทละครขึ้นใหม่ 7 เรื่อง...ลักษณะที่ทรงพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 2 ทราบว่าบางเรื่องแบ่งกันเป็นตอนๆ แต่ผู้ที่ได้รับแบ่งนั้นน้อยตัวได้ยินแต่สามคือ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ และขุนสุนทร (ภู่) ประชุมแต่งหน้าพระที่นั่ง หรือแต่งแล้วมาตรวจแก้หน้าพระที่นั่ง แต่โดยมากนั้นทรงพระราชนิพนธ์เอง เมื่อพระราชนิพนธ์บทละครเรื่องใดแล้ว พระราชทานให้เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรีคิดวิธีรำท่าบท บางทีบทใดรำขัดข้องต้องแก้บทเข้าหาวิธีรำก็มี ด้วยเหตุนี้ บทละครพระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 2 ซึ่งเล่นละครได้เรียบร้อยดี นับว่าเป็นหนังสือบทละครที่ได้เล่นกันแพร่หลาย และละครรำที่เล่นได้แบบแผนถึงที่มีแต่รัชกาลที่ 2 เป็นต้นมา”

ซึ่งในหนังสือพระราชพงศาวดารรัชกาลที่ 2 นี้ ได้เป็นที่มีปรากฏพระนามสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรีในที่ต่างๆ อยู่ทั่วไป เพราะทรงเป็นเจ้านายผู้ใหญ่ในราชการดังที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ทรงกล่าวไว้ และเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยถึงโปรดให้เป็นผู้สำเร็จราชการต่างพระเนตรพระกรรณ ตามที่เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ได้เขียนไว้ในพระราชพงศาวดาร รัชกาลที่ 2 นั้น จึงนับได้ว่าทรงเป็นบุคคลที่สำคัญยิ่งผู้หนึ่งในรัชสมัยนั้น ทั้งนี้จะเห็นได้จากพอเริ่มขั้นต้นรัชกาลที่ 2 ซึ่งจะมีการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกก็มีกล่าวถึงพระนามไว้ในพระราชพงศาวดารว่า

“...โปรดให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี เป็นผู้อำนวยการพระราชพิธี เริ่มด้วยการพระราชพิธีจารึกพระสุพรรณบัฏ...”

แล้วต่อมาไม่ว่าจะมีการพระราชพิธีใหญ่อย่างใดเมื่อใด ก็โปรดให้สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี ทรงเป็นผู้อำนวยการทั้งสิ้น เช่นการพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระพันปีหลวง เป็นต้น ซึ่งในหนังสือพระราชพงศาวดารกล่าวไว้ว่า 

ราชสกุลในพระบรมราชจักรีวงศ์ (21) เกรินบรรไดนาค : สมเด็จพระสัมพันธวงศ์เธอ กรมหลวงพิทักษ์มนตรี ทรงเป็นผู้ที่คิดค้น

“ถึงเดือน 11 ปีมะเมีย โทศก โปรดให้ตั้งพระราชพิธีสถาปนาพระเกียรติยศสนองพระเดชพระคุณสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นกรมสมเด็จพระอมรินทรามาตย์...เจ้าพนักงานกรมอาลักษณ์ กรมโหร จารึกพระสุพรรณบัฏนี้ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม...เสด็จสรงมุรธาภิเษกแล้ว สมเด็จพระสังฆราชถวายน้ำพระพุทธมนต์ พราหมณ์ถวายน้ำสังข์ เสด็จออกมาถวายข้าวสงฆ์ พระสงฆ์ฉันแล้วได้ฤกษ์ 3 โมง กับ 5 บาท ขุนสารประเสริฐเชิญพานพระสุพรรณบัฏเข้าไป พระอาลักษณ์เป็นผู้ถวายต่อพระหัตถ์ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรีถวายตราประจำที่ แล้วพระราชทานให้เลี้ยงข้าราชการผู้ใหญ่น้อยโดยพร้อมกัน”

ครั้นถึงงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ก็เช่นเดียวกัน ในหนังสือพระราชพงศาวดารกล่าวไว้ตอนหนึ่ง ความว่า

“...แล้วเชิญพระบรมโกษฐขึ้นบนเกรินบรรไดนาคอย่างของกรมหลวงพิทักษ์มนตรีคิดขึ้นใหม่ แต่ก่อนใช้เป็นไม้ล้มลุกไม่ดีเหมือนเกรินบรรไดนาค จึงเป็นแบบอย่างมาจนทุกวันนี้ ขันช่อกว้านเกรินเลื่อนขึ้นไปสุดบรรไดนาค แล้วเจ้าพนักงานกรมภูษามาลาเลื่อนพระบรมโกษฐไปประดิษฐานเหนือพระเบญจาทอง ภายใต้พระมหาเศวตฉัตรในพระเมรุทอง...”

ต่อมาได้มีการพระราชพิธีลงสรงเฉลิมพระนามสมเด็จ พระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ามงกุฎฯ (คือพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ ในหนังสือพระราชพงศาวดารก็ได้กล่าวไว้ว่า)

“สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าพระองค์ใหญ่ พระชนมายุได้  9 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริว่า การพระราชพิธีโสกันต์เจ้าฟ้า ตามแบบอย่างครั้งกรุงเก่า ก็ได้ทำในรัชกาลที่ 1 มีแบบแผนอยู่สำหรับแผ่นดินแล้ว แต่การพระราชพิธีลงสรงเฉลิมพระนามเจ้าฟ้าตามตำราเก่า ยังหาได้ทำไว้เป็นแบบอย่างไม่ ผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคยเห็นก็แก่ชราเกือบจะหมดตัวไปแล้ว แบบแผนพระราชพิธีอันนี้จะสาบสูญเสีย ควรจะทำไว้ให้เป็นแบบอย่างอยู่สำหรับราชการแผ่นดินต่อไป ถึงเดือน 4 ปีวอก จัตวาศก นั้น จึงรับสั่งให้สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี เป็นผู้อำนวยการ กับเจ้าพระยาธรรมาธิราช (บุญรอด) จัดตั้งพระราชพิธีลงสรง สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าพระองค์ใหญ่...”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท