
ผงะระเบิด4ลูกเขย่ากรุง
M67ส่งไปรษณีย์โผล่ร้านพัสดุบางเขน คสช.เชื่อสั่งซื้อหวังข่มขู่
M67ส่งไปรษณีย์โผล่ร้านพัสดุบางเขน คสช.เชื่อสั่งซื้อหวังข่มขู่
โพสต์ทูเดย์ - ระทึกระเบิดเอ็ม 67 จำนวน 4 ลูก ส่งทางไปรษณีย์สภาพพร้อมใช้ ปลายทาง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี
ร.ต.อ.จตุพงศ์ อาจหาญ รอง สว.(สอบสวน) สน.บางเขน รับแจ้งพบระเบิดภายในร้านเคอรี่เอ็กซ์เพรส สาขาบางเขน ถนนพหลโยธินขาเข้า แขวงอนุสาวรีย์ กรุงเทพฯ จึงไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 1 ห้อง เปิดเป็นร้านรับส่งพัสดุของเอกชน ภายในร้านพบกล่องไปรษณีย์ภายในบรรจุระเบิด เอ็ม 67 จำนวน 4 ลูก ลักษณะพร้อมใช้งาน
สำหรับกล่องไปรษณีย์ดังกล่าวระบุผู้ส่งคือ นายอิสรพงศ์ พรหมบุตร ภูมิลำเนากรุงเทพฯ ไม่เขียนที่อยู่ ในกล่องนำส่งนายแม็ก บ้านเลขที่ 33/1 หมู่ 6 ต.กุฏโง้ง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี
ทั้งนี้ น.ส.รัชนีกร รุจิปราชญ์ อายุ 37 ปี พนักงานของบริษัทให้การว่า ระเบิดใส่ในกล่องนำมาส่งวันที่ 6 พ.ค. แต่กล่องไปรษณีย์ถูกตีกลับ ซึ่งตามกฎของบริษัทหากไม่มีผู้รับ ทางบริษัทจะติดต่อภายใน 7 วัน แต่กล่องดังกล่าว ทางบริษัทติดต่อผู้รับและผู้ส่งไม่ได้จึงตีกลับมาที่เกิดเหตุซึ่งเป็นจุดรับส่งของในตอนแรก เมื่อเปิดตรวจสอบดู เห็นภายในเป็นกล่องยุทธภัณฑ์จึงเขย่าดู คิดว่าเป็นอุปกรณ์น้ำมันเครื่องแต่ผู้เชี่ยวชาญพบว่าไม่ใช่ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบผู้ส่งว่าเป็นใครและจะเชิญมาให้ปากคำเพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป
พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า เป็นระเบิด เอ็ม 67 จำนวน 4 ลูก สภาพพร้อมใช้ มีสลักมีกระเดื่องสมบูรณ์ อยู่ในกล่องทรงกระบอก มีวัสดุกันกระแทกอย่างดี 4 กล่อง เจ้าหน้าที่ได้เก็บไปตรวจพิสูจน์แล้ว
พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ซึ่งพัสดุระบุชื่อผู้ส่ง แต่เมื่อส่งไปแล้วไม่มีผู้รับจึงได้ตีกลับมายังจุดส่ง และขอร้องกับประชาชนว่าอย่าได้ตื่นตระหนกเพราะเป็นเพียงการส่งพัสดุธรรมดาเท่านั้น ทั้งนี้ภายในกล่องพัสดุพบวัตถุระเบิดจำนวน 4 ลูกดังกล่าว เบื้องต้นทราบว่าไม่ได้เตรียมไปก่อเหตุที่ไหน แต่เป็นการซื้อขายหรือต้องการส่งไปข่มขู่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง
พ.อ.ปิยพงศ์ กล่าวว่า หากประชาชนหรือเจ้าหน้าที่มีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องเพิ่มโทษเป็นสองเท่า นอกจากความผิดทางคดีอาญาแล้วยังมีความผิดทางวินัยด้วย ซึ่งนายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการทหารบก ได้เน้นย้ำเสมอหากมีข้อมูลว่าเป็นทหาร ทางกองทัพบกก็พร้อมให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่







