
ขรก.แฉมงคลเซ็นเช่าคอมพ์ฉาวมท.3พันล้าน
มหาดไทยฉาวซ้ำ!ข้าราชสุดทน แฉ “มงคล”หลับหูหลับตา ลงนามเช่าคอมพ์ฉาวฯ 3,490 ล้านบาทแล้ว ประกาศขอเดินหน้าสู้เพื่อความถูกต้อง
มหาดไทยฉาวซ้ำ!ข้าราชสุดทน แฉ “มงคล”หลับหูหลับตา ลงนามเช่าคอมพ์ฉาวฯ 3,490 ล้านบาทแล้ว ประกาศขอเดินหน้าสู้เพื่อความถูกต้อง
นายวิเชียร ชิดชนกนารถ ผู้อำนวยการส่วนบริหารและพัฒนาเทคโนโลยีการทะเบียน สำนักบริหารการทะเบียน (สบท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดขอบข่ายงาน (ทีโออาร์) โครงการเช่าคอมพิวเตอร์เพื่อจัดทำระบบให้บริการประชาชน ทางด้านการทะเบียน และทำบัตรประชาชนแบบใหม่ของกรมการปกครองวงเงิน 3,490 ล้านบาท กล่าวว่า นายมงคล สุระสัจจะ อธิบดีกรมการปกครอง ได้ลงนามเช่าโครงการระบบคอมพิวเตอร์ฯกับบริษัทคอนโทรล ดาต้า (ประเทศไทย) จำกัด แล้ว ทั้งที่มีข้อทักท้วงจากหลายหน่วยงานเรื่องความไม่โปร่งใส ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน กรมบัญชีกลาง หรือแม้แต่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่เห็นว่าการประมูลโครงการไม่โปร่งใส และไม่เป็นไปตามทีโออาร์ เพราะมีการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัท
ทั้งนี้ที่ผ่านมาได้เรียกร้องให้มีการทดสอบให้ถูกต้อง แต่กลับมีคำสั่งให้ย้ายไปทำงานที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และมีการตั้งคณะกรรมการประกวดราคาชุดใหม่ขึ้นมาทันทีซึ่งเป็นกระบวนการที่เร่งรีบและมีพิรุธมาก ทำให้มีการทักท้วงจากหลายหน่วยงาน แต่ก็ทางกระทรวงก็ไม่ได้สนใจ และเรื่องก็เงียบหายไป จนทราบว่ามีการลงนามกันแล้ว
"ผมเองก็เพิ่งรู้ตอนที่บริษัทคอนโทรล ดาต้าฯ ส่งหนังสือมาเพื่อจะทำการติดตั้งระบบใหม่ทั้งหมดในกระทรวง ทำให้ผมแปลกใจมาก ว่าโครงการที่กำลังอยู่ในการตรวจสอบเรื่องความโปร่งใสผู้มีอำนาจทั้ง นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สำนักงบประมาณ ปล่อยให้มีการอนุมัติแบบนี้ได้อย่างไร เพราะโครงการนี้ใช้เงินจำนวนมากถึง 3,490 ล้าน ซึ่งล้วนแล้วแต่มาจากภาษีประชาชนทั้งสิ้น ซึ่งเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง และจะมีความเสียหายตามมาอีกมาก เพราะหากระบบคอมพิวเตอร์ผิดพลาดจะกระทบต่อระบบทะเบียนราษฎร์ ทั้งประเทศ ซึ่งถือเป็นภัยความมั่นคงต่อประชาชนอย่างมาก"นายวิเชียร กล่าว
นายวิเชียร กล่าวว่า เรื่องนี้อยากให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะเป็นผู้บริหารสูงสุดของประเทศทราบว่าทางกระทรวงมีเรื่องความไม่โปร่งใสเกิดขึ้นอยู่ โดยก่อนนี้นายกฯ ประกาศว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเรื่องบุคลากร แต่หากเรื่องใดที่เป็นนโยบายหากมีความผิดหรือไม่โปร่งใสจะไม่ยอมปล่อยเด็ดขาด แต่ถามว่านายกฯ ปล่อยให้โครงการนี้มีการลงนามได้อย่างไร ทำไมไม่เข้ามาแก้ไขเพื่อทำให้ถูกต้อง ทั้งนี้หากนายกฯยังเมินเฉยประชาชนคงไม่สามารถพึ่งใครได้ อีกทั้งโครงการนี้กำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ ถ้าคิดว่าไม่สำคัญจากนี้ไปก็ไม่จำเป็นต้องมีการตรวจสอบใดๆแล้ว
ขณะนี้ไม่อยากจะพูดเรื่องนี้มากนัก แต่ไม่สามารถทนได้ เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ของประชาชน และตอนนี้กำลังถูกสอบสวนว่าทำผิดวินัยร้ายแรงอยู่ โดยหยิบยกเรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2542 มาเล่นงานกัน เพราะได้คัดค้านโครงการนี้มาตั้งแต่ต้นเพราะเหมือนมีการล็อคสเปคไว้ รวมทั้งนายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิพาณิชย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง และอดีตอธิบดีกรมการปกครองที่ไม่ยอมลงนามโครงการดังกล่าวก็ถูกสอบสวนเอาผิดทางวินัยร้ายแรงเช่นกัน
"ตอนนี้ไม่ว่าจะพูดอะไรออกไป ก็โดนขู่แต่ว่าจะไล่ออกๆ ซึ่งไม่เป็นไร เพราะถ้าให้สู้กันจริงๆ อย่างตรงไปตรงมาผมก็พร้อมจะออกเหมือนกัน เพราะผมเชื่อว่าผมได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน"นายวิเชียร กล่าว
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบโทรศัพท์สอบถาม นายมงคล ที่ปฏิบัติราชการอยู่ที่ จ.อุดรธานี แต่ไม่สามารถติดต่อ เนื่องจากนายมงคล ไม่รับสาย และปิดโทรศัพท์ในที่สุด







