
กอร.รส.เปิดอบรมอาสาฯป้องกันเหตุร้าย
กอร.รส. เปิดอบรมอาสาสมัครรักษาความปลอดภัยและการแจ้งเหตุ ช่วยเป็นหูเป็นตาเจ้าหน้าที่ ป้องกันเหตุร้าย
กอร.รส. เปิดอบรมอาสาสมัครรักษาความปลอดภัยและการแจ้งเหตุ ช่วยเป็นหูเป็นตาเจ้าหน้าที่ ป้องกันเหตุร้าย
เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พล.ต. สันติพงศ์ ธรรมปิยะ รองแม่ทัพภาคที่ 1 เป็นประธานเเถลงเปิดโครงการอบรมอาสาสมัครรักษาความปลอดภัยและการแจ้งเหตุ รุ่นที่ 1และ 2 โดยทางกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย บริเวณโดยรอบพระบรมหาราชวัง (กอร.รส. )ร่วมกับ ศูนย์อาสาสมัครมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (VFD) โดยมี พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่า กทม. และพล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผู้บังคับการอารักขาควบคุมฝูงชน ร่วมแถลงข่าวด้วย
พล.ต.สันติพงศ์ กล่าวว่า ตนมีความยินดีอย่างยิ่ง ที่ได้เป็นผู้แทน พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพ ภาคที่1 ในฐานะผอ.กอร.รส. ให้มาเป็นประธานเปิดงานอบรมครั้งนี้ ทั้งนี้ที่ผ่านมา ประชาชนทุกภาคส่วน รวมทั้งเอกชน ทุกท่าน เดินทางมา ถวายความอาลัยพระบรมศพฯ เป็นจำนวนมาก ซึ่งที่ผ่านมาเราอำนวยความสะดวกประชาชนอย่างต่อเนื่อง จนทำให้มีความเรียบร้อยอย่างดีทุกพื้นที่ เพราะ กอร.รส. ตำรวจ ทหาร กทม. ส่วนราชการต่างๆ เกี่ยวข้องได้ร่วมแรงร่วมใจกันอำนวยความสะดวกทุกอย่าง ให้ประชาชนได้รับความสะดวก และมีความปลอดภัย ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ก็ก็ทำหน้าที่ดียิ่ง ทั้งยังมีพี่น้องประชาชนมาเป็นอาสาสมัครด้วย อย่างไรก็ในโอกาสต่อไปจะใกล้จะถึงเดือนต.ค.ทางกอร.รส. ได้ร่วมคิดร่วมทำว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนเกิดความปลอดภัยที่สุดไม่เกิดเหตุร้าย ดังนั้นในวันนี้จึงได้เปิดหลักสูตรอบรม เพื่อให้พวกเราทุกคนมีโอกาสมาดูแล และช่วยเป็นหูเป็นตา แจ้งเตือนสิ่งผิดปกติให้เจ้าหน้าที่ และที่สำคัญมีส่วนร่วมถวายงานต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 โดยตนคาดหวังว่าการอบรมครั้งนี้อาสาสมัครทุกท่าน จะได้รับความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ มาถ่ายทอด ความรู้ต่างๆ นำไปปฏิบัติได้อย่างดี
"การอบรม ครั้งนี้ผมอยากให้ประชาชนเป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ คอยดูสิ่งผิดปกติ แจ้งเตือน ถ้าเห็นอะไรไม่เรียบร้อยก็ไปบอกเจ้าหน้าที่ได้เลย เพื่อเกิดความปลอดภัย ในเมื่อทุกคนมีความรู้ มีความเข้าใจ อะไรดีแล้ว อาสาสมัครก็จะสังเกต จดจำ รายงาน แจ้ง เจ้าหน้าที่ทราบ ซึ่งจะแก้ปัญหารวดเร็ว" พล.ต.สันติพงศ์ กล่าว และว่า ในอนาคตเราจะขยายโครงการหลักสูตรอบรมต่อไปให้ครอบคลุมทุกพื้นที่อีกด้วย ไม่ใช่เฉพาะแค่พื้นที่สนามหลวง
รองแม่ทัพภาคที่1 กล่าวว่า สำหรับช่องทางการแจ้งเหตุ สามารถแจ้งได้3 ช่องทาง คือ 1.แจ้งไปที่กอร.รส. เบอร์ 1441 หรือแจ้งไปที่ไลน์ ไอดี call_army 2.แจ้งที่ กทม. เบอร์ 02-226-6801 หรือไลน์ call_callbkk และ3.ตำรวจนครบาล เบอร์1442 หรือไลน์ call_police
"ตอนนี้กล้องวงจรปิดเรามี13,000 กล้อง เราประสานส่วนต่างๆ ทั้งส่วนที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานเอกชน และประชาชน เพื่อจะนำกล้องเชื่อมต่อกัน มาดูได้ทั้งหมด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ และเรื่องอาสาสมัครที่อยู่ที่บ้าน หรือโฮมการ์ดนั้น อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล เพื่อให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ใกล้ รัศมี 2 กิโลเมตรได้ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่"พล.ต. สันติพงศ์ กล่าว
ขณะที่ พล.ต.ท.อำนวย กล่าวว่า ในเรื่องกล้องวงจรปิด CCTV เราได้ดำเนินการ โดยมีคณะกรรมการ ทั้งกองทัพภาคที่ 1 นครบาล กทม ร่วมกันกำหนดจุด ท้องสนามหลวงและพื้นที่ต่อเนื่อง รัศมี2 กิโลเมตร และนำกล้องดีที่สุดในขณะนี้มาใช้ ส่วนจะมีปรับองศา หรือมีกี่ตัวนั้น ขอไม่บอก เพราะเป็นเรื่องความมั่นคง ซึ่งหลังจากนี้จนถึงเดือนต.ค. จะมีประชาชนเดินทางมาสนามหลวงกันมากขึ้น จึงจะมีการขยายจุดคัดกรองออกไปอีกประมาณ 1-2 กิโลเมตร จากสนามหลวง และในขณะนี้ทางกทม.ได้ให้ทางเขตต่างๆคัดกรองคน ทั้งคนที่อยู่ในพื้นที่ ว่าใครทำอะไร เป็นใคร มาจากไหน รวมทั้งให้ดูด้วยว่าในสถานที่พัก อพาร์ทเมนต์ หรือหอพัก มีใครพักอยู่บ้าง ในช่วงเวลาไหน
สำหรับโครงการอบรมอาสาสมัครรักษาความปลอดภัยและการแจ้งเหตุ มีจุดประสงค์เพื่อให้สามารถช่วยดูแลตรวจตราผู้ไม่หวังดี เล็ดลอดเข้ามาในพื้นที่ รวมทั้งสามารถตรวจหาสิ่งผิดปกติ วัตถุต้องสงสัยที่คาดว่าเป็นวัตถุระเบิด เเละป้องกันเหตุที่ก่อให้เกิดความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต โดยอาสาสมัครที่เข้าอบรมส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้าง กระทรวงมหาดไทย กรมการขนส่งกรุงเทพ ผู้ประกอบการด้านที่พักอาศัย สถานบันเทิงและห้างร้านต่างๆ จำนวน 1,000 คน ซึ่งการอบรมเน้นให้อาสาสมัครเรียนรู้การสังเกตุลักษณะของวัตถุต้องสงสัย ยานพาหนะ หากพบสิ่งปกติให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที ทั้งนี้รวมไปถึงให้ความรู้ด้านกฏหมายอีกด้วย







