
เฉลิมปัดเกี่ยวข้องคดียุบพรรค ปชป.
"เฉลิม" โต้ทนาย ปชป.พาดพิงคดียุบพรรค เผย ส.ส.ปชป.มาให้ข้อมูลถึงบ้านริมคลอง ไม่ใช่ดีเอสไอ
"เฉลิม" โต้ทนาย ปชป.พาดพิงคดียุบพรรค เผย ส.ส.ปชป.มาให้ข้อมูลถึงบ้านริมคลอง ไม่ใช่ดีเอสไอ
เมื่อเวลา 13.00 น.ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานสส.พรรคเพื่อไทย เปิดแถลงข่าวกรณีที่นายบัณฑิต ศิริพันธุ์ ทีมทนายความพรรคประชาธิปัตย์ ได้ซักค้านพ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันตชัย อดีตรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะพยานในคดียุบพรรคโดยมีเนื้อหาพาดพิงในระหว่างการไต่สวนคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ว่า การให้ข้อมูลของพ.ต.อ.สุชาติให้ข้อมูลพาดพิงตนถึง 3 ประเด็น คือ
1.นายบัณฑิต พยายามซักค้านว่าพ.ต.อ.สุชาติ เป็นคนเอาข้อมูลมาให้ตน ในประเด็นนี้ยืนยันว่าไม่เป็นความจริงเพราะคนที่เอาข้อมูลมาให้ตน คือ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โดยได้เดินทางมาหาตนถึงบ้านพักริมคลองเพราะส.ส.คนนี้ไม่พอใจพรรคประชาธิปัตย์ เดิมทีเรื่องนี้พวกตองหนึ่ง(อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย111คน)เคยคัดค้านตนว่าจะทำให้พรรคเพื่อไทยพัง แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าพรรคประชาธิปัตย์กำลังจะพังเสียเอง
2.ยืนยันว่าไม่เคยรู้จักนายประจวบ สังข์ขาว ผู้บริหารบริษัทเมสไซอะมาก่อน และไม่มีความคิดที่จะล้มล้างพรรคประชาธิปัตย์ และที่ผ่านมานายประจวบเองก็เคยติดต่อให้ตนทำการบันทึกปากคำ แต่ตนได้ปฎิเสธว่าทำไม่ได้เพราะไม่มีกฎหมายรองรับเอาไว้ จึงแนะนำให้นายประจวบไปให้ข้อมูลกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง และ ดีเอสไอ แทน
3.ในระหว่างการไต่สวนมีการพาดพิงว่าตนเองได้ให้เงินสองแสนบาทเพื่อช่วยงานศพบิดาของพ.ต.อ.สุชาตินั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เงินแม้แต่บาทเดียวก็ไม่เคยให้แค่ไปจับมือกันเท่านั้น การซักค้านของทนายความพรรคประชาธิปัตย์ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นว่าไม่เข้าใจหัวอกของคนที่ทำหน้าที่ทหารหรือตำรวจ
“ขอปฎิเสธข้อพาดพิงที่มาถึงผมอย่างสิ้นเชิงในทุกประเด็น การซักค้านพยานแบบที่นายบัณฑิตกระทำที่ผ่านมานั้นเหมือนกับเป็นซักค้านพยานในคดีอาญาที่มุ่งเน้นการทำลายน้ำหนักในการคำให้การของพยาน ทั้งที่ในคดีนี้ประเด็นมันอยู่ตรงที่ว่าเมื่อพรรคประชาธิปัตย์ได้รับเงินมาแล้วมีการนำเอาไปใช้ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่อย่างไรเท่านั้น ซึ่งส่วนตัวรู้สึกเสียดายที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้เรียกผมไปให้ข้อมูลในระหว่างการพิจารณาของศาล แต่อย่างไรก็ตามผมจะทำคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้พิจารณาต่อไป ส่วนจะมีการฟ้องร้องฐานสร้างความเสียหายแก่เสียงหรือไม่คงต้องพิจารณาอีกครั้ง” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว







