
เกษตรกรอ่วมหนี้
รัฐบาลตั้งทีมเฉพาะกิจแก้หนี้เกษตรกร 8.4 หมื่นล้าน กลุ่มวิกฤต 2,500 ราย ยอดหนี้ 1.5 หมื่นล้าน หัวละ 6 ล้าน
รัฐบาลตั้งทีมเฉพาะกิจแก้หนี้เกษตรกร 8.4 หมื่นล้าน กลุ่มวิกฤต 2,500 ราย ยอดหนี้ 1.5 หมื่นล้าน หัวละ 6 ล้าน
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจ (กฟก.) ครั้งที่ 1/2560 ว่า ที่ประชุมได้ตั้งอนุกรรมการ 4 ชุด เพื่อมาสะสางหนี้ของเกษตรกรอย่างเร่งด่วน
ทั้งนี้ เกษตรกรสมาชิกกองทุนที่ขึ้นทะเบียนประมาณ 512,889 ราย มีมูลหนี้รวมประมาณ 84,710 หมื่นล้านบาท แต่มีกลุ่มที่ต้องช่วยเหลือเร่งด่วนตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใน 180 วัน มีจำนวน 2,500 ราย มูลหนี้ 1.5 หมื่นล้านบาท หรือคนละ 6 ล้านบาท แบ่งเป็น 7 กลุ่ม ได้แก่ 1.หนี้ล้มละลาย 47 ราย มูลหนี้ 245 ล้านบาท 2.หนี้เอ็นพีเอ 2,300 ราย มูลหนี้ 1,170 ล้านบาท 3.หนี้บังคับคดี 7,700 ราย มูลหนี้ 5,300 ล้านบาท 4.หนี้ดำเนินคดี 1.3 หมื่นราย มูลหนี้ 8,400 ล้านบาท อยู่ระหว่างดำเนินการ คือหนี้ผิดนัดชำระ 1.5 แสนราย มูลหนี้ 3.3 หมื่นล้านบาท หนี้ปกติ 2.5 แสนราย มูลหนี้ 3.4 หมื่นล้านบาท และหนี้กลุ่มอื่นๆ 7.3 หมื่นราย มูลหนี้ 1,800 ล้านบาท
“กรรมการจัดทำหลักเกณฑ์หนี้จะไปทำรายละเอียดและแยกแยะมาว่ากลุ่มไหนเร่งด่วนที่จะต้องเร่งเข้าไปช่วยเหลือ เนื่องจากจะถูกบังคับคดียึดที่ดินทำกิน” พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว
นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยภาวะสังคมไทยไตรมาสแรกปี 2560 ว่า ผลสำรวจความสามารถในการชำระหนี้ โดยหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภคที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวม (เอ็นพีแอล) พบว่ามีมูลค่า 1.1 แสนล้านบาท หรือมีสัดส่วน 2.82% เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/2559 ที่มีสัดส่วน 2.71% ส่วนใหญ่เป็นหนี้เสียจากสินเชื่อที่อยู่อาศัย
ขณะที่การผิดนัดชำระหนี้เกิน 3 เดือนขึ้นไปของสินเชื่อบัตรเครดิต มูลค่ารวม 9,859 ล้านบาท แม้จะลดลง 10.1% แต่คิดเป็นสัดส่วน 3% ของยอดสินเชื่อคงค้างทั้งระบบ 3.3 แสนล้านบาท ซึ่งยังต้องติดตามเฝ้าระวังเพื่อไม่ให้เกิดเป็นหนี้เสียเพิ่มขึ้นต่อไป
สำหรับภาวะหนี้สินครัวเรือนไตรมาสแรกปีนี้มีแนวโน้มชะลอตัวลงต่อเนื่อง สะท้อนจากยอดสินเชื่อคงค้างเพื่อการอุปโภคบริโภคของธนาคารพาณิชย์ที่ชะลอตัวลงเหลือ 4.6% เป็นการชะลอลงของสินเชื่อที่อยู่อาศัยจาก 7% ในไตรมาส 4/2559 มาอยู่ที่ 6.1% ในไตรมาสนี้ ขณะที่สินเชื่อเพื่อซื้อหรือเช่าซื้อรถยนต์เพิ่มขึ้นจาก 1.3% เป็น 2.8% ส่งผลให้สัดส่วนหนี้สินครัวเรือนต่อจีดีพีลดลงจากช่วงปี 2558-2559 ที่สูงถึง 81% ต่อจีดีพี มาอยู่ที่ระดับ 79.89%
นายปรเมธี กล่าวว่า สถานการณ์แรงงานโดยรวมในไตรมาส 1/2560 มีการจ้างงานรวมอยู่ที่ 37.4 ล้านคน ลดลงจากไตรมาสก่อน 0.6% โดยภาคการเกษตรลดลงมากสุดที่ 1.4% เนื่องจากเคลื่อนย้ายแรงงานไปสู่นอกภาคการเกษตรจากปัญหาภัยแล้งและการปรับโครงสร้างแรงงานสูงอายุออกจากระบบ ส่วนการจ้างงานนอกภาคเกษตรลดลงมากสุดในกลุ่มอุตสาหกรรมและก่อสร้าง เนื่องจากการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนยังฟื้นตัวไม่เต็มที่
ขณะที่อัตราการว่างงานไตรมาสแรกปีนี้ พบว่ามีจำนวน 4.6 แสนคน หรือ คิดเป็นสัดส่วน 1.2% เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/2559 ที่อยู่ 0.97% ถือเป็นการขยายตัวเพิ่มขึ้นจากอัตราการว่างงานรวมทั้งปี 2559 ที่มีสัดส่วน 1%







