
โพลล์เผยคนไม่เชื่อมั่นตำรวจยุควิเชียร
กรุงเทพโพลล์เผยประชาชนไม่เชื่อมั่นตำรวจไทยยุควิเชียรชี้ภาพลักษณ์ยังเหมือนเดิม
กรุงเทพโพลล์เผยประชาชนไม่เชื่อมั่นตำรวจไทยยุควิเชียรชี้ภาพลักษณ์ยังเหมือนเดิม
ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง "ประชาชนคิดอย่างไรกับนโยบายของ ผบ.ตร. คนใหม่”หลังการเข้ารับตำแหน่งของพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 1,134 คน เมื่อวันที่ 10 - 12 กันยายน
จากนโยบาย 5 ด้านที่ประกาศ มีเพียง 2 ด้านที่ประชาชนเชื่อว่าจะทำได้ ร้อยละ70.1 คือ ตำรวจจะพิทักษ์รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ และร้อยละ61.2คือการยกระดับตำรวจ ให้เป็นที่ยอมรับของประชาชน ให้เห็นผลภายในระยะเวลา 1-3 ปี
ส่วนอีก 3 ด้านที่เชื่อว่าทำไม่ได้ ร้อยละ81.5 คือตำรวจทุกนายจะใส่ใจบริการประชาชนไม่ใส่เกียร์ว่าง เลิกรับส่วย สินบน และข่มขู่รีดไถ ร้อยละ64.5 คือ ตำรวจจะควบคุมปัญหาอาชญากรรม ปัญหายาเสพติด ปัญหาสังคมทั่วไป ให้อยู่ในภาวะไม่กระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชน โดยจะปฏิบัติให้เห็นผลในระยะเวลา 1 ปี
ร้อยละ60.4คือ ตำรวจต้องเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง โดยมีกิริยา วาจาสุภาพ ยิ้มแย้ม แจ่มใส เมื่อประชาชนมาขอความช่วยเหลือ รวมทั้งสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างข้าราชการตำรวจทุกระดับชั้นและเสริมสร้างสำนึกการทำประโยชน์ เพื่อส่วนรวม โดยปฏิบัติตนอยู่ภายใต้กฎหมายเช่นเดียวกับประชาชนทุกคน โดยจะปฏิบัติให้เห็นผลภายในระยะเวลา 6 เดือน
ส่วนประเด็นเรื่องการยึดหลักความเป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ โดยใช้ระบบคุณธรรมและอาวุโสเพื่อแก้ปัญหาการซื้อขายตำแหน่งนั้นประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 56.2 เชื่อว่าทำไม่ได้
สำหรับความเห็นต่อภาพลักษณ์ของตำรวจไทยภายหลังการเข้ารับตำแหน่งของ ผบ.ตร. คนใหม่ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 70.1 เห็นว่าภาพลักษณ์ตำรวจยังคงเหมือนเดิม มีเพียงร้อยละ 25.2 ที่เห็นว่าภาพลักษณ์ดีขึ้น และอีกร้อยละ 4.7 คิดว่าภาพลักษณ์แย่ลง
เมื่อถามถึงอุปสรรคในการพัฒนาการทำงานของตำรวจ ประชาชนมองว่าอุปสรรคสำคัญที่สุดอันดับแรกในการพัฒนาการทำงานของตำรวจไทยให้มีประสิทธิภาพ สามารถเป็นที่พึ่งของประชาชนได้คือร้อยละ 26.9 การไม่มีจิตสำนึกในหน้าที่ของตน รองลงมาร้อยละ 22.5คือ ค่านิยมในแวดวงตำรวจ เช่น การใช้อำนาจข่มขู่ รีดไถ รับสินบน และร้อยละ 21.6การถูกแทรกแซงจากภาคการเมือง
สำหรับปัญหาที่ต้องการให้ตำรวจเน้นแก้ไขเป็นอันดับแรกในขณะนี้ได้แก่ ร้อยละ 26.5ปัญหายาเสพติด รองลงมาร้อยละ 24.3คือ ปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และร้อยละ 11.8ปัญหาการสร้างสถานการณ์และความไม่สงบทางการเมือง







