
"มีชัย"เผยคสช.ใช้ม.44ดันอีอีซีเพื่อเร่งระบบราชการ
ประธานกรธ.เผยคสช.ใช้มาตรา44เร่งผลักดันโครงการอีอีซี เพื่อเร่งกระบวนการทำงานของราชการให้เร็วขึ้น
ประธานกรธ.เผยคสช.ใช้มาตรา44เร่งผลักดันโครงการอีอีซี เพื่อเร่งกระบวนการทำงานของราชการให้เร็วขึ้น
นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.เห็นชอบให้มีการใช้อำนาจตามมาตรา 44 เข้าเร่งผลักดันโครงการเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ด้วยการออกเป็นกฎหมายพิเศษ เพื่อร่นระยะเวลาของกระบวนการศึกษาผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนที่มีต่อโครงการของรัฐ (อีเอชไอเอ) ซึ่งส่วนตัวคิดว่านายกรัฐมนตรี คงจะดูแล้วว่าการออกมาตรา 44ไม่ขัดต่อบทหลักของรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ นายกฯไม่ได้ร่นระยะเวลาการทำอีเอชไอเอ แต่ออกคำสั่งเพื่อให้การทำอีเอชไอเอให้เร็วขึ้น ถ้าหากไม่มีคนเพียงพอก็ให้ไปจ้างคนมาช่วยทำ ถ้าหากเวลาไม่พอ ก็ต้องใช้เวลาในช่วงวันเสาร์-วันอาทิตย์ เพื่อทำอีเอชไอเอด้วย เพราะการทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และกระบวนการศึกษาผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนที่มีต่อโครงการของรัฐ (อีเอชไอเอ) นั้น ปกติคนจะไม่ค่อยพออยู่แล้ว
สำหรับการทำ อีเอชไอเอให้เร็วขึ้น คงไม่ไปขัดกับบทหลักของรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะในมาตราที่ว่าด้วยสิทธิชุมชน เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีเจตนารมณ์ที่ต้องการจะให้การทำงานนั้นมีความรวดเร็ว ปราศจากอุปสรรคอยู่แล้ว อะไรที่เคยทำช้า ใช้เวลาถึง 30 วัน ถ้าหากใช้เวลาแค่ 3 วันแล้วทำเสร็จก็จะเป็นเรื่องดี
“เรื่องของความละเอียดรอบคอบนั้น ทางรัฐบาลก็คงจะต้องคำนึงถึงเรื่องนี้เช่นกัน ในเรื่องการรับฟังความเห็นนั้นก็คงจะมีการรับฟังความเห็นประชาชนโดยใช้เวลาเท่าเดิม อาทิ ระเบียบเดิมบอกว่าให้ใช้เวลา 15วัน รับฟังความเห็นของประชาชนก็ยังคงใช้เวลา 15วัน เหมือนเดิม แต่ส่วนที่จะเร่งให้เร็วขึ้นก็คือขั้นตอนของทางราชการ”นายมีชัย กล่าว
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่า ทำไมนายกฯถึงใช้อำนาจตามมาตรา 44 แต่ไม่ใช่กลไกตามรัฐธรรมนูญ นายมีชัย ระบุว่า ตรงนี้ไม่ใช่กลไกตามรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการทำให้กลไกของข้าราชการให้มีความรวดเร็วขึ้น ซึ่งในอนาคตกฎหมายทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการบริการประชาชน ก็คงจะมีการแก้ไขเพื่อให้ประชาชนได้รับบริการเร็วขึ้นเช่นกัน เพื่อให้ตรงกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ







