posttoday
สามีพาภรรยาป่วยท้องบวมร้องมูลนิธิปวีณาช่วยรักษา

สามีพาภรรยาป่วยท้องบวมร้องมูลนิธิปวีณาช่วยรักษา

24 พฤษภาคม 2560

ปทุมธานี-สามีพาภรรยาป่วยท้องบวมร่างกายซูบผอมเหลือหนังหุ้มกระดูกร้องมูลนิธิปวีณา หงสกุลช่วยเหลือพาไปหาหมอช่วยรักษาโรค

ปทุมธานี-สามีพาภรรยาป่วยท้องบวมร่างกายซูบผอมเหลือหนังหุ้มกระดูกร้องมูลนิธิปวีณา หงสกุลช่วยเหลือพาไปหาหมอช่วยรักษาโรค

เมื่อวันที่24พ.ค.60 เวลา 13.00 น. นายประพันธ์ ซื่อตรง อายุ 53 ปี อาชีพรับจ้างตกแต่งภายใน ได้พานางมาลี คำสินลา อายุ 50 ปี ภรรยา ซึ่งอยู่ในสภาพท้องบวมโต ร่างกายซูบผอมเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก เดินไม่ไหวต้องนั่งรถเข็นเดินทางมายังมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เข้าร้องขอความช่วยเหลือกับนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ เนื่องจากทางครอบครัวมีฐานะยากจน นางมาลีต้องอยู่อย่างทนทุกข์ทรมานแสนสาหัส จึงต้องการมาร้องขอความช่วยเหลือให้ช่วยเหลือพาส่งร.พ. 
 
นายประพันธ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนกับภรรยาช่วยกันทำมาหากินสู้ชีวิตกันมา โดยนางมาลีทำงานเป็นช่างเสริมสวย แต่เมื่อประมาณ 6 ปีก่อน นางมาลีก็มีรูปร่างที่เปลี่ยนไปโดยท้องเริ่มบวมโตขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังรับประทานอาหารได้ตามปกติ โดยที่ไม่มีอาการที่จะบ่งบอกว่าเป็นโรคอะไร ตอนแรกทุกคนก็คิดว่าการที่นางมาลีท้องโตคงเป็นเพราะอ้วนจนลงพุงก็ได้ จนล่วงเลยมานานกว่า 3 ปี ท้องก็ยังบวมและใหญ่มากขึ้น คล้ายคนท้อง 6-7 เดือน ตนกับแม่ยายจึงพานางมาลีไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง โดยแพทย์ได้ตรวจเลือดและนำตัวเข้าเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ จากนั้นก็บอกว่า นางมาลีเป็นมะเร็ง หากจะต้องรักษาต้องให้คีโม ซึ่งตนกับญาติของนางมาลีก็คิดว่า การักษาด้วยวิธีดังกล่าวอาจจะมีผลข้างเคียงต่อสุขภาพตามมาจึงยังไม่ได้ตัดสินใจรักษา จากนั้นทางโรงพยาบาลก็ได้ส่งตัวมาตรวจที่โรงพยาบาลอีกแห่ง ซึ่งมีสิทธิ์บัตรทองอยู่โดยมีแม่ยายตนพานางมาลีมาตรวจและแพทย์ก็ดูจากประวัติคนไข้ ทำการตรวจตามขั้นตอน จากนั้นก็ได้บอกกับญาติว่า นางมาลีเป็นเนื้องอก ซึ่งจะมีการรักษาตามขั้นตอนหลายอย่าง
 
นายประพันธ์ กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นเมื่อแม่ยายตนพานางมาลีกลับมาที่บ้าน ตนและญาติก็ได้ปรึกษาหารือกันว่าจะทำอย่างไรดี แต่ตอนนั้นนางมาลีถึงแม้จะท้องโตแต่ก็ไม่มีอาการเจ็บปวดแต่อย่างใด ซ้ำยังคงรับประทานอาหารได้ตามปกติ เพียงแต่ร่างกายจะซูบผอมลงบ้าง แต่ก็ยังคงทำงานได้อย่างคนปกติ ประกอบกับความกลัวที่จะรักษาเพราะคิดว่าจะมีผลข้างเคียงตามมา จึงไม่ได้รีบร้อนหรือกระตือรือร้นที่จะไปพบแพทย์อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็มีญาติ เพื่อนสนิทและคนที่คุ้นเคยมาแนะนำต่างๆนานา ให้ไปรักษาตามแบบโบราณความเชื่อที่โน่นที่นี่ และกินยาหม้อ ยาสมุนไพรที่นำมาต้มดื่มกิน แรกๆ ก็รู้สึกดีขึ้นมีแรงทำงาน รับประทานอาหารได้เยอะขึ้น แต่ท้องก็ยังไม่ยุบแถมยังคงโตขึ้นเรื่อยๆ จนกินยาหม้อมาได้ประมาณ 2 ปี จึงหยุดกิน จนระยะหลังท้องโตมากจนทำให้การเดินเหินไม่ไหว และต้องใช้วอล์กเกอร์ 4 ขา ช่วยพยุงตัวเวลาเดิน กระทั่งเมื่อวันที่ 30 เม.ย.นางมาลีมีอาการปวดท้องอย่างหนัก มีน้ำไหลออกมาทางสะดือ ทางบ้านจึงได้รีบพาส่งโรงพยาบาล โดยแพทย์ก็ได้ดูจากประวัติการรักษาครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อนที่บอกว่าเป็นมะเร็ง และได้บอกว่าปล่อยเวลามาจนล่วงเลยท้องใหญ่ขนาดนี้หากผ่าตัดก็อาจจะไปกระทบกระเทือนกับอวัยวะส่วนอื่นและมีความเสี่ยงเป็นอย่างมาก จากนั้นแพทย์ก็ได้ให้ยารักษาตามอาการที่ไปพบจนดีขึ้นและให้กลับบ้านได้ในวันที่ 5 พ.ค. รวมเวลาที่อยู่โรงพยาบาลทั้งสิ้น 5 คืน จนถึงขณะนี้นางมาลีก็มีความทุกข์ใจมาก ทั้งยังเดินเหินไม่สะดวกต้องนอนอยู่กับที่จนเป็นแผลกดทับที่ขาทั้ง 2 ข้าง และตนกับญาติๆก็ยังไม่เห็นหนทางว่าจะช่วยนางมาลีได้อย่างไร จึงปรึกษากันและตัดสินใจเข้าร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ ขอให้ติดต่อโรงพยาบาลให้ภรรยาตนเข้านอนรักษาตัวในโรงพยาบาล เพราะขณะนี้คนป่วยมีอาการปวดท้องมาก และปวดบาดแผลกดทับ ซึ่งตนก็ไม่มีเงินที่จะเรียกรถพยาบาล ซึ่งต้องจ่ายครั้งละ 800 บาท รับส่งไปโรงพยาบาลทุกวัน และอยากทราบว่าจะสามารถรักษาอาการป่วยอย่างไรให้พ้นทุกข์ทรมาน
 
หลังนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิะปวีณาฯ รับเรื่อง ได้ประสานไปยัง พล.อ.ต. สันติ ศรีเสริมโภค ผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เพื่อพานางมาลี คำสินลา เข้าพบและตรวจอาการในวันที่ 30 พ.ค.นี้ เวลา 10.00 น. ณ อาคารคุ้มเกล้า ชั้น 3 เพื่อหาสาเหตุอาการป่วยและทำการรักษาต่อไป 

 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท