
รถไฟฟ้าคุมเข้มความปลอดภัยหลังเหตุวางบึ้มโรงพยาบาล
รฟม.สั่งเพิ่มความเข้มงวดดูแลความปลอดภัยรถไฟฟ้า พร้อมแนะประชาชนหากพบเหตุผิดปกติ-สิ่งของต้องสงสัยให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
รฟม.สั่งเพิ่มความเข้มงวดดูแลความปลอดภัยรถไฟฟ้า พร้อมแนะประชาชนหากพบเหตุผิดปกติ-สิ่งของต้องสงสัยให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
นายธีรพันธ์ เตชะศิรินุกูล รองผู้ว่าการ (กลยุทธ์และแผน) รักษาการแทน ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า ภายหลังจากเหตุการณ์ระเบิดภายในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า รฟม. ได้เน้นย้ำมาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งภายในสถานีรถไฟฟ้า ขบวนรถไฟฟ้า และบริเวณรอบพื้นที่สถานีรถไฟฟ้าและสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน เพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนเป็นการสร้างความมั่นใจในการใช้บริการให้แก่ผู้โดยสาร โดยได้สั่งการเอกชนผู้ให้บริการต้องเฝ้าระวังสถานการณ์และเพิ่มความเข้มงวดของมาตรการรักษาความปลอดภัย ทั้งภายในสถานีรถไฟฟ้า บริเวณพื้นที่รอบสถานีรถไฟฟ้า รวมถึงอาคารและลานจอดรถ อาทิ
การจัดวางกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ควบคู่ไปกับมาตรการ เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสัมภาระผู้โดยสารและท้ายกระโปรงรถยนต์ที่เข้าใช้บริการบริเวณโดยรอบสถานีและอาคารจอดรถ นอกจากนี้ยังได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยทำลายวัตถุระเบิด (EOD.) และสุนัข K-9 ตรวจตราและเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมงร่วมกับการรักษาเขตทางเพื่อการรุกล้ำพื้นที่ อีกทั้งยังได้มีการตรวจตราและเฝ้าระวังสถานการณ์ด้วยระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ภายในสถานีรถไฟฟ้าและบริเวณโดยรอบสถานีรถไฟฟ้า ทั้งนี้ ขอความร่วมมือผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT โปรดให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และหากพบเห็นเหตุการณ์ผิดปกติ สิ่งของต้องสงสัย หรือบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหรือเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน หรือติดต่อโทรศัพท์ 0-2938-3666 ตลอด 24 ชั่วโมง
นายวิสุทธิ์ จันมณี กรรมการ และรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานของรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยให้ปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งบริษัทฯได้ปฏิบัติมาโดยตลอดในการให้บริการแก่ผู้โดยสารในระบบรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ อย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนในการใช้บริการโดยมีมาตรการหลากหลายด้าน ได้แก่ การเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสัมภาระผู้โดยสารบริเวณสถานีรถไฟฟ้าทุกสถานีร่วมกับคุมเข้มการตรวจสอบบุคคลและวัตถุต้องสงสัยที่เข้าสู่ระบบรถไฟฟ้าและยังเตรียมเจ้าหน้าที่ตรวจวัตถุระเบิดตลอดจนเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ดูแลความปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร นอกจากนี้ยังเพิ่มการตรวจใต้ท้องรถยนต์และท้ายรถยนต์ที่จะเข้ามาในลานจอดรถสถานีรถไฟฟ้ามักกะสันอีกด้วย
นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รักษาการแทน ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า การรถไฟฯ ได้วางบมาตรการป้องกันความปลอดภัยเพื่อดูแลผู้โดยสารที่ใช้บริการดังนี้
1. ให้ผู้เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มงวดในการดูแล เฝ้าระวังและรักษาความปลอดภัยในเขตสถานีต่าง ๆ ที่มีการโดยสาร ห้องสุขา ห้องรับฝากสัมภาระ ที่รับส่งสินค้า (ห่อวัตถุและสัมภาระ) ที่หยุดรถ ป้ายหยุดรถ (ที่หยุดรับ-ส่งผู้โดยสาร) ทุกแห่งทั่วประเทศ สถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง (ICD) ลาดกระบัง และให้เพิ่มมาตรการป้องกันเฝ้าระวัง รักษาความปลอดภัย สถานีต่าง ๆ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเป็นกรณีพิเศษ
2. อาคารสถานที่ทำการ โรงรถจักรทุกแห่ง ตลอดจนพื้นที่ตลาดนัดสวนจตุจักร ที่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ของเอกชน หรือยาม ให้หมั่นตรวจสอบ ดูแล วัตถุต้องสงสัยที่วางทิ้งไว้ผิดสังเกตโดยไม่มีเจ้าของ หากพบให้แจ้งเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่บ้านเมืองทราบทันที อย่างได้เข้าใกล้ หยิบฉวย หรือเปิดดูเป็นอันขาด
3. ให้ผู้เกี่ยวข้องทุกพื้นที่ ตรวจสอบเส้นทางรถไฟ ตลอดจนระบบอาณัติสัญญาณ หากพบสิ่งต้องสงสัยให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเข้าตรวจสอบทันที
4. ให้ตรวจสอบเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) อุปกรณ์ไฟส่องสว่างในเขตสถานีและย่านรับส่งสินค้าฯ ทั่วประเทศ ให้ใช้การได้ดีและมีแสงสว่างเพียงพอ ตลอดจนอุปกรณ์อื่น ๆ ที่จำเป็นให้พร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา
5. ให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายฯ สำนักงาน ทุกพื้นที่ มอบหมายให้มีผู้รับผิดชอบการแก้ไขปัญหาเมื่อมีเหตุการณ์ไม่สงบอันอาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ระมัดระวังบุคคลภายนอก ที่อาจแปลกปลอมเข้ามาในบริเวณที่ทำการ โดยเฉพาะเมื่อเห็นหรือทราบว่ามีสิ่งใดผิดสังเกตหรือมีบุคคลใดมีพิรุธเป็นที่น่าสงสัยหรือไม่เป็นที่น่าไว้วางใจ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบ พร้อมแจ้งผู้บริหารระดับสูงในส่วนกลางในโอกาสแรกทันที
6. เตรียมช่องทางการติดต่อสื่อสารเมื่อมีเหตุการณ์ไม่สงบเรียบร้อยเกิดขึ้น รับแจ้ง และประสานงานผู้เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบ พร้อมแจ้งผู้บริหารระดับสูงในส่วนกลางในโอกาสแรกทันที
7. กำชับตำรวจรถไฟทุกหน่วยเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย ทั้งในเขตสถานีและบนขบวนรถ โดยเพิ่มความถี่ในการตรวจตราอย่างละเอียด







