
ผบ.ตร.เผยเหตุระเบิดรพ.พระมงกุฎโยงหน้ากองสลาก-โรงละครแห่งชาติ
ผบ.ตร.ยอมรับเหตุระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎฯโยงหน้ากองสลาก-โรงละครแห่งชาติ พร้อมเตรียมปรับมาตรการป้องกันเหตุ
ผบ.ตร.ยอมรับเหตุระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎฯโยงหน้ากองสลาก-โรงละครแห่งชาติ พร้อมเตรียมปรับมาตรการป้องกันเหตุ
เมื่อวันที่ 22 พ.ค. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. ด้านความมั่นคง พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. พล.ต.ต.ธวัธชัย เมฆประเสริฐสุข ผบก.พฐก. และทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเพื่อติดตามเหตุระเบิดบริเวณห้องจ่ายยานายทหารสัญญาบัตร ชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก โดยใช้เวลาประนานกว่า 1 ชั่วโมง
พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า ได้มีการแบ่งหน้าที่ให้กับทุกหน่วย และตั้งคณะกรรมการระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขึ้นมาทำงาน1 ชุด ประกอบด้วย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ นครบาล สอบสวนกลาง กองปราบปราม
ทั้งนี้ ได้นำ3 คดีที่เกิดขึ้นตั้งแต่เหตุระเบิดที่หน้ากองสลากเก่า เมื่อวันที่ 5 เม.ย. เหตุระเบิดที่หน้าโรงละครแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 พ.ค. มารวมกัน ซึ่งหน่วยเก็บกู้และตรวจสอบวัตถุระเบิด หรือ อีโอดี ให้ข้อมูลว่าผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มเดียวกัน คือ กลุ่มไม่หวังดีต่อประเทศชาติ ส่วนจะเกี่ยวข้องกับวันครบรอบ 3 ปี รัฐประหารหรือไม่ ส่วนตัวไม่ทราบ ซึ่งแนวทางการสืบสวนยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง
"ขอประณามคนการการก่อเหตุในครั้งนี้ เป็นคนจิตใจอำมหิต และหากฟ้าดินมีจริงขอให้จับได้ เป็นการซ้ำเติมคนไข้ ขัดหลักมนุษยธรรม และผมขอรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงผู้เดียวในฐานะผู้นำหน่วย"พล.อ.จักรทิพย์ กล่าว
ส่วนการวางระเบิดในครั้งนี้แตกต่างจากการวางระเบิด2ครั้งก่อน ที่หน้ากองสลากเก่าและหน้าโรงละครแห่งชาติ เนื่องจากในที่เกิดเหตุพบตะปู ที่ใส่เป็นสะเก็ดระเบิด ถ้าหากประชนที่อยู่ใกล้อาจเสียชีวิตได้ หรืออาจบาดเจ็บสาหัส ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า เป็นระเบิดแสวงเครื่อง บรรจุท่อพีวีซี (ไปป์บอมป์) นำใส่ไปในแจกัน ส่วนการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ยอมรับว่าบางส่วนไม่สามารถใช้งานได้ และพื้นที่บริเวณดังกล่าวประชาชนภายนอกสามารถเข้าออกได้
อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีฐานข้อมูลการประกอบเฉพาะบุคคลซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบเพื่อหาความเชื่อมโยงการประกอบระเบิด ส่วนจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่นั้นยังไม่ระบุ และยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ในทางการข่าวพบว่ามีการแจ้งเตือนว่าจะมีการก่อเหตุในพื้นที่กรุงเทพ
อย่างไรก็ดี แต่เนื่องจากพื้นที่กรุงเทพเป็นพื้นที่กว้างจึงไม่ทราบจุดก่อเหตุที่จัดเจนของคนร้าย ซึ่งหลังจากนี้จะต้องมีการเพิ่มมาตรการความเข้มข้นในการรักษาความปลอดภัยทุกพื้นที่ที่มีคนสัญจรไปมาจำนวนมากและนำบทเรียนที่ได้จากเหตุระเบิดมาป้องกันการก่อเหตุซ้ำ และ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ จะไปประชุมเพื่อวางมาตรการรักษาความปลอดภัยที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งหลังจากนี้อีก 6 ชั่วโมงก่อนจะหมดวันครบรอบ3ปีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เจ้าหน้าที่จะคุมเข้มรักษาความปลอดภัยพื้นที่สัญลักษณ์มากเป็นพิเศษ







