
J-Cruises 1
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น (JNTO) ประจำประเทศไทย ได้เชิญไปร่วมงาน
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น (JNTO) ประจำประเทศไทย ได้เชิญไปร่วมงาน Asean-Japan Cruise Tourism Promotion Seminar in Bangkok เพื่อเสนอทางเลือกใหม่ในการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยเรือสำราญ ประกอบกับบริษัทตัวแทนเรือสำราญในไทยหลายลำก็มาเชื้อเชิญให้ผมไปชมเรือเพื่อให้เกิดความเข้าอกเข้าใจมากขึ้น จนผมได้มีโอกาสจัดทริปไปล่องเรือสำราญกับลูกค้าที่ญี่ปุ่นมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว (10-17 พ.ค. 2560) และพบว่าเหมาะกับลูกค้าบางกลุ่มโดยเฉพาะผู้หลักผู้ใหญ่ที่รักความสบาย ไม่ต้องย้ายโรงแรมบ่อยๆ ตัวนี้เหมาะมาก เลยอยากนำประสบการณ์ล่าสุดสดๆ ร้อนๆ มาถ่ายทอดให้ท่านผู้อ่านรับทราบ เผื่อมีใครกำลังสนใจจะไปล่องเรือและยังไม่เคยไป จะได้นำข้อมูลที่ผมจะเขียนนี้ไปประกอบการตัดสินใจได้มากขึ้น
ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกับตลาดเรือสำราญในเอเชียกันก่อน ในปี 2012 มีคนเอเชียไปล่องเรือสำราญกันเพียง 7.7 แสนคน แต่พอถึงปี 2015 จำนวนเพิ่มมากขึ้นเป็น 2.08 ล้านคน เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าตัว และมีจำนวนเรือสำราญที่เข้ามาวิ่งในน่านน้ำเอเชียเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในระยะเวลาเพียง 4 ปี ไม่น่าเชื่อว่าตัวเลขการเติบโตของคนไทยไปเที่ยวเรือสำราญมากขึ้นเป็นลำดับ 2 รองจากฮ่องกง แต่เติบโตมากกว่าจีน ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซียเสียอีก จากจำนวน 5,234 คน ในปี 2012 เพิ่มมาเป็น 24,954 คนในปี 2015 ทั้งๆ ที่เราไม่มีท่าจอดเรือสำราญและอาคารผู้โดยสารที่ดีมีคุณภาพเหมือนสิงค์โปร์ ฮ่องกง และจีน เสียด้วยซ้ำ จากเดิมที่มีเรือสำราญวิ่งจากประเทศโน้นประเทศนี้แวะบ้านเราเป็นทางผ่าน ปัจจุบันเริ่มมีเรือที่ใช้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางหรือจุดเริ่มต้นกันบ้างแล้ว ไม่เพียงแค่บ้านเราเท่านั้น แต่ประเทศที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวอย่างญี่ปุ่นก็ถูกเลือกให้เป็นเส้นทางเดินเรือยอดนิยมไปด้วย เรือหลายลำจากหลายค่ายนำเรือสำราญมาบริการลูกค้าถึงที่ทั้ง Princess Cruises, Royal Caribbean International หรือ Costa ต่างออกแบบเส้นทางญี่ปุ่นใหม่ๆ ไว้ขายนักท่องเที่ยวแดนอาทิตย์อุทัย และนักท่องเที่ยวเพื่อนบ้านอย่างไต้หวัน เกาหลี มากมาย ซึ่งบังเอิญว่าเพื่อนรักและรุ่นพี่ที่เคารพรักของผม ทำงานอยู่ในบริษัทที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายเรือหลายลำในประเทศไทย จึงได้มีการพบปะและเชื้อเชิญให้ไปเยี่ยมชมเรือตอนมาเทียบท่าที่แหลมฉบัง แต่ความที่มีเวลาน้อยอีกทั้งไม่สามารถเข้าถึงบริการทุกอย่างได้ ผมจึงตัดสินใจจัดทริปไปล่องเรือที่ญี่ปุ่น เพื่อลองใช้บริการจริงๆ อันเป็นที่มาของบทความหลายตอนต่อจากนี้
เรือลำที่ผมเลือกไปใช้บริการคือ Costa neoRomantica เป็นเรืออิตาลีที่อยู่ภายใต้บริษัท Carnival Corporation ซึ่งเป็นบริษัทที่มีกองเรือสำราญใหญ่ที่สุดในโลก เป็นเจ้าของเรือแบรนด์ดังๆ ถึง 10 แบรนด์ อาทิ Princess, Cunard, P&O, Holland America และ Costa มีเรือในสังกัดถึง 100 ลำ และกำลังต่อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เรือ Costa นั้นมีพื้นเพอยู่ที่เมืองท่าเจนัว ก่อตั้งขึ้นในปี 1854 เพื่อดำเนินกิจการขนส่งสินค้าทางเรือ หรือ Cargo Ships และได้ผันตัวมาทำกิจการเดินเรือสำราญในปี 1947 เส้นทางแรกที่เปิดให้บริการคือ อเมริกาใต้ ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจนสามารถขยายเส้นทางและกองเรือติดอันดับต้นๆ ของเรือสำราญสัญชาติยุโรป และถูกควบรวมกิจการมาอยู่ภายใต้ร่มธง Carnival ในปี 2000 ปัจจุบันกองเรือของ Costa ประกอบด้วยเรือ 8 ขนาด ตั้งแต่ 4.82 หมื่นตัน ไล่ขึ้นไปถึง 132,500 ตัน รวม 15 ลำ วิ่งให้บริการในน่านน้ำแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน สแกนดิเนเวีย ทะเลบอลติก และเอเชีย ปัจจุบันกำลังต่อเรือขนาด 1.35 แสนตัน อีก 2 ลำเพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวชาวจีนโดยเฉพาะ มีกำหนดเสร็จในปี 2019-2020 และเรือขนาด 183,200 ตัน ซึ่งจะใหญ่ที่สุดในกองเรือ Costa ก็มีกำหนดออกให้บริการในปี 2019 และ 2021 ด้วยเช่นกัน
สำหรับเรือ Costa neoRomantica ที่ถูกส่งมาวิ่งในน่านน้ำญี่ปุ่นนั้น เริ่มให้บริการครั้งแรกในปี 1993 โดยใช้ชื่อ Romantica หลังจากปรับปรุงและตกแต่งใหม่ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น neoRomantica ในปี 2012 เป็นเรือขนาด 56,769 ตัน มีห้องพักรวม 789 ห้อง รองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 1,800 คน เริ่มให้บริการเมื่อวันที่ 26 เม.ย.เป็นเที่ยวแรก ผมไปลงวันที่ 11 พ.ค.เป็นเที่ยวที่ 4 ของเส้นทางนี้ และเป็นคณะทัวร์ไทยคณะแรกของเรือลำนี้ โดยมีตารางเดินทางเริ่มต้นจากท่าเรือ Hakata จังหวัด Fukuoka ล่องเลียบชายฝั่งทะเลญี่ปุ่น โดยจอดแวะยังท่าเรือ Maizuru, Kanazawa, Sakaiminato และ Busan ประเทศเกาหลี ก่อนจะกลับมาที่ Fukuoka รวม 6 วัน 5 คืน ในฐานะของคนทำทัวร์ญี่ปุ่นต้องถือว่าเป็นเส้นทางที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย เพราะสามารถแวะเที่ยวได้หลายจังหวัด ไม่ว่าจะเป็น Kyoto ตอนเหนือ Ishikawa Tottori และ Shimane ซึ่งปกติเดินทางไปกันยากพอสมควร แต่เมื่อไปโดยเรือก็สามารถเข้าถึงที่เที่ยวได้โดยไม่ลำบาก







