
ฝนกระหน่ำยาวก.ย.เสี่ยงพายุ
ฝนส่อลากยาวเตือน ส.ค.-ก.ย.เสี่ยงพายุจากฝั่งเวียดนามทะลักเข้าไทย จี้รัฐแจงเส้นทางระบายน้ำ
โพสต์ทูเดย์ - ฝนส่อลากยาวเตือน ส.ค.-ก.ย.เสี่ยงพายุจากฝั่งเวียดนามทะลักเข้าไทย จี้รัฐแจงเส้นทางระบายน้ำ
ศ.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล ประธานสถาบันโลกร้อนศึกษาประเทศไทยและภาคีสมาชิกราชบัณฑิตยสภา เปิดเผยว่า ประเทศไทยจะมีฝนตกยาวตลอดฤดูฝน และเมื่อเข้าสู่ช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย. ตั้งแต่พื้นที่ภาคเหนือลงมาถึงภาคกลางเสี่ยงมีพายุจากทางฝั่งเวียดนามพัดเข้ามาในฝั่งประเทศไทย ซึ่งจะทำให้มีฝนตกหนักขึ้น
อย่างไรก็ดี ฝนจะทิ้งช่วงหยุดตกช่วงเดือน ก.ค. และไม่ต้องกังวลว่าจะมีอุทกภัยเหมือนที่เคยเกิดขึ้นเหมือนเมื่อปี 2554 แต่หลายจุดก็เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและเกิดปัญหาดินถล่มได้
“หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเริ่มสำรวจระบบระบายน้ำจุดต่างๆ เช่นที่คลองพระยาบันลือ ที่เคยชำรุดเสียหายว่าขณะนี้ยังใช้การได้หรือไม่ หรือพนังกั้นน้ำในพื้นที่ภาคเหนือลงมาถึงภาคกลางตลอดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาว่ามีจุดไหนที่ชำรุดเสียหายและยังใช้งานได้หรือไม่” ศ.ธนวัฒน์ กล่าว
ทั้งนี้ เนื่องจากได้รับรายงานว่า หลายจุดแตกร้าว ชำรุดเสียหายจากภัยแล้งช่วงปี 2555 และเพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจในความพร้อมที่จะรับมือจากอุทกภัย
นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการเตรียมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมมาก่อนเข้าฤดูฝน แต่ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้น ยังเป็นลักษณะท่วมเฉพาะจุด โดยมั่นใจว่าจะไม่เกิดน้ำท่วมแบบปี 2554 เนื่องจากน้ำในเขื่อนน้อยและดินแห้งมาก
นายทองเปลว กล่าวว่า ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกและติดตามการพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ที่มีเครื่องมือตรวจวัดสภาพอากาศและนำมาวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้าน
“ปริมาณฝนตกมามากส่งผลดีน้ำไหลเข้าเขื่อนภูมิพลถึงวันละ 5-6 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมทั้งเขื่อนขนาดใหญ่ 34 แห่งทั่วประเทศ มีพื้นที่รับน้ำได้มาก โดยขณะนี้ในลุ่มน้ำต่างๆ ยังไม่มีที่ไหนน้ำล้นตลิ่ง” นายทองเปลว กล่าว







