
ผบ.ทบ.ถล่มบีอาร์เอ็น
รับไม่ได้ทำร้ายเด็ก มือบึ้มสารภาพหลังญาติถูกลูกหลงบึ้มบิ๊กซี
รับไม่ได้ทำร้ายเด็ก มือบึ้มสารภาพหลังญาติถูกลูกหลงบึ้มบิ๊กซี
โพสต์ทูเดย์ - ผู้บัญชาการทหารบก ห่วงประชาชนและเด็กพื้นที่ชายแดนใต้ได้รับผลกระทบเหตุความรุนแรง เร่งปรับแผนงานข่าว
พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เปิดเผยว่า หลังจากคนร้ายร่วมกันก่อเหตุคาร์บอมบ์ห้างบิ๊กซี จ.ปัตตานี จนมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก จึงมีความห่วงใยสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะผู้ก่อเหตุวางระเบิดในเขตชุมชนและมีเด็กตกเป็นเหยื่อ ถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่โหดร้ายมาก
“ผมมีความกังวล ถ้าหากเขาสร้างความรุนแรงกับทหารที่เป็นคู่กรณีหรือคู่ต่อสู้กัน แต่กลับพี่น้องประชาชนซึ่งมีเด็กด้วยและเป็นเรื่องที่เลวร้าย ในสมัยก่อนเคยมีการคุยกันและเขาก็ยอมรับว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่ทำ และที่ผ่านมาเขาก็ไม่ได้ทำ แต่การกลับมาก่อเหตุในลักษณะนี้ผมคิดว่าเลวสุดๆ” พล.อ.เฉลิมชัย กล่าว
ผบ.ทบ. กล่าวว่า ที่ผ่านมา นายสแปอิง บาซอ ผู้นำกลุ่มบีอาร์เอ็นคนก่อน ได้เลิกก่อเหตุการณ์ที่มีเด็กเกี่ยวข้องไปแล้ว แต่พบว่านายดูนเลาะห์ แวมานอ ผู้นำกลุ่มบีอาร์เอ็นคนใหม่ กลับมาทำเรื่องเช่นนี้ ส่วนตัวรับไม่ได้ ขอฝากถึงด้วยว่าในทางปฏิบัติคู่กรณีกันก็ต้องมาพูดคุย
ทั้งนี้ ยังมีประชาชนทั้งไทยพุทธและมุสลิมในพื้นที่เป็นผู้บริสุทธิ์และมีเด็ก แต่ผู้เห็นต่างยังใช้วิธีการแบบนี้เป็นเรื่องที่เลวร้าย มนุษย์เขาไม่ทำกัน ถ้ามีอะไรให้มาพูดคุยกัน ถ้าไม่มีอะไรพูดคุยก็จะใช้กำลังเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งมีหน้าที่ปกป้อง
พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ต้องปรับรูปแบบและวิธีการที่เคยคิดว่าฝ่ายตรงข้ามจะเข้ามาพูดคุยหยุดดำเนินการทางทหาร หรือดำเนินการเฉพาะคู่กรณี คือเจ้าหน้าที่รัฐกับเขาเท่านั้น แต่เวลานี้รูปแบบเหล่านี้ต้องมีการเปลี่ยนไป โดยต้องเข้มงวดตามชายแดนมากขึ้น รวมถึงด้านการข่าวการค้นหาต้องปรับรูปแบบตามสถานการณ์
พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า ส่วนการพูดคุยกับผู้บัญชาการทหารบก ประเทศมาเลเซีย อยู่ระหว่างปรับสถานการณ์ เช่นเดียวกับการให้จัดตั้งผู้ช่วยทูตตำรวจอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยฝ่ายความมั่นคงไทยพยายามสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ เชื่อว่าทุกอย่างน่าจะดีขึ้น
ด้าน นายสุไฮมี สะมะแอ ซึ่งถูกควบคุมตัวด้วย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ยอมรับสารภาพเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อเหตุวางระเบิดคาร์บอมบ์ห้างบิ๊กซี เมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังพบว่าญาติตัวเองได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดครั้งนี้ เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวทำแผนประกอบคำรับสารภาพต่อไป
นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดใน 13 ปีที่ผ่านมา เป็นการกระทำของขบวนการบีอาร์เอ็น เพื่อหวังแบ่งแยกดินแดน โดยสลายโครงสร้างเก่าในพื้นที่ ทั้งด้านการเมืองและทหาร
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายความมั่นคงมีข้อกังวล คือ จำนวนไทยพุทธในพื้นที่เหลือเพียง 6 หมื่นกว่าคน จาก 1.3 แสนคน หากไทยพุทธลดลงเรื่อยๆ กลุ่มบีอาร์เอ็นอาจจะมาแทรกแซง และข้อกังวลทางการเมือง คือ กลุ่มบีอาร์เอ็นจัดตั้งเครือข่ายภาคประชาชนถึง 18 องค์กร อยากฝากถึงหน่วยความมั่นคงให้เร่งแก้ไขโดยด่วน







