
5 เรื่องสำคัญ แก้ปัญหาจุดตายของเด็กไอที
โดย...มูลนิธิสยามกัมมาจล
โดย...มูลนิธิสยามกัมมาจล
เมื่อประเทศไทยเข้าสู่ยุค 4.0 อย่างเต็มตัว สิ่งสำคัญที่จะมองข้ามไปไม่ได้ นั่นคือการพัฒนากำลังคนของประเทศ เช่น โครงการต่อกล้าให้เติบใหญ่ ที่ดำเนินงานโดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) สนับสนุนโดยธนาคารไทยพาณิชย์และมูลนิธิสยามกัมมาจล ร่วมกันบ่มเพาะเยาวชนไอทีที่มาจากเวทีการประกวดเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งประเทศไทย ให้ก้าวสู่การเป็นนักพัฒนาผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เข้าถึง เข้าใจ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ได้จริง
ปีนี้มีผลงานของเยาวชนที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการจำนวน 26 ทีม จากผลงานทั่วประเทศ ล้วนแต่เป็นเยาวชนที่มีศักยภาพในการคิดสร้างผลงาน ทั้งที่เป็นผลงานด้านซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ แต่ยังเป็นเพียงต้นแบบทางความคิดที่ไม่สามารถนำไปใช้ได้จริง
โครงการต่อกล้าให้เติบใหญ่จึงได้เสริมศักยภาพ 5 เรื่องหลักในการพัฒนาต่อยอดผลงานของเยาวชนไอที ได้แก่ เรื่องที่ 1 การรู้จักตนเองและเชื่อมโยงตัวเองกับสังคม เรื่องนี้ต้องการให้เยาวชนไอทีค้นหาและสำรวจผลงานของตนเอง ดูว่างานที่ทำมันไปเชื่อมโยงกับชีวิตคนในสังคมอย่างไรฝึกวิเคราะห์เชื่อมโยงตัวเองกับสังคม เพื่อให้ได้โจทย์ปัญหาและความต้องการของกลุ่มเป้าหมายมาใช้ในการพัฒนาผลงาน
เรื่องที่ 2 การวิเคราะห์ผู้ใช้งาน หัวข้อนี้ได้ออกแบบให้เยาวชนเรียนรู้ผ่านกิจกรรมจำลองการสัมภาษณ์ CEO มุ่งให้เยาวชนได้ทำความเข้าใจผู้ใช้งานจริง โดยฝึกให้เยาวชนรู้จักเก็บข้อมูลจากการตั้งคำถาม และการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง User Experience (UX)/User Interface (UI) ที่อยากให้ผู้เรียนลองออกแบบผลิตภัณฑ์โดยยึดจากประสบการณ์ของผู้ใช้มาช่วยออกแบบกระบวนการวิจัยหรือผลิตรวมไปถึงรูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่คนเห็นแล้วเข้าใจง่าย หรือเมื่อได้ลองใช้แล้วรู้สึกประทับใจ
เรื่องที่ 3 การพัฒนาผลงานที่มีความแตกต่างอย่างสร้างสรรค์ คือ ให้เยาวชนฝึกวิเคราะห์ปัญหาและค้นหาเทคโนโลยีมาใช้กับผลงานของตนที่มีความแตกต่างจากสิ่งที่มีอยู่ในตลาด ซึ่งสิ่งนั้นต้องมีคุณค่ากับตนเองและสังคม
เรื่องที่ 4 การสร้างแบรนด์ให้โดนใจ หัวข้อนี้ต้องการให้เยาวชนเกิดทักษะในการสร้างแบรนด์ที่มีความแตกต่าง และเข้าใจเรื่องกลยุทธ์ทางการตลาด เพื่อให้ผู้บริโภคจดจำกับสินค้าหรือผลงานชิ้นนั้นได้
เรื่องที่ 5 เทคนิคการนำเสนองานอย่างมืออาชีพ เรื่องนี้มุ่งเน้นให้เยาวชนไอทีเกิดทักษะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ทั้งต่อทีมและต่อสาธารณะ โดยฝึกการพูดการนำเสนอผลงานให้น่าดึงดูดความสนใจ
ดร.กัลยา อุดมวิทิต ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า นอกจากความรู้ในค่ายแล้ว โครงการนี้ได้พาน้องๆ ออกไปดูงานและพูดคุยกับกลุ่ม Start Up ที่อยู่ในธุรกิจไอที หรือธุรกิจด้านอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้เขาได้เห็นสถานการณ์จริงว่าเวลาใช้งานใช้อย่างไร แล้วคนที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจจริงๆ เขามีประสบการณ์ที่จะพัฒนางานจนกลายเป็นผลงานที่ใช้ได้จริงได้อย่างไร
โครงการต่อกล้าให้เติบใหญ่จึงสร้างแรงบันดาลใจให้กับน้องๆ ในค่าย ที่เห็นตัวอย่างจากผู้ที่ประสบความสำเร็จเป็นแนวทางในการสร้างหรือทำงาน ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการเสริมแนวคิด แต่เด็กจะเป็นคนสังเคราะห์และมองย้อนกลับไปในผลงานตัวเองมากกว่าว่าจะพัฒนาผลงานอะไร ทำเพื่อใคร ประโยชน์คืออะไรบ้าง ซึ่งเป็นสิ่งที่เด็กสามารถนำไปใช้ต่อในอนาคตได้
นอกจากเด็กได้หลักคิดแล้ว ยังได้ทำงานเป็นทีม การอยู่ร่วมกับคนอื่น ซึ่งถือเป็นคุณลักษณะของคนรุ่นใหม่ที่น่าจะสนับสนุนให้เกิดขึ้น
สำหรับความรู้สึกของเยาวชนที่ได้เข้าร่วมโครงการนี้ ภาดา โพธิ์สอาด นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การมาเข้าค่ายครั้งนี้ถือว่าเป็นโอกาสที่ทำให้ได้เรียนรู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน ได้เพิ่มเติมทักษะและประสบการณ์บางอย่างที่เคยเรียนมาให้เข้าใจมากขึ้น เช่น ในคลาสของ UI/UX เป็นบรรยากาศที่ให้ทั้งความสนุก ทำให้เรามองเห็นในมุมของ User มากขึ้น หรือการวางแผนในการพัฒนาผลงานของเราให้ทันในเวลาที่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในขณะเดียวกันก็ได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งดีกว่าการนั่งฟังหรืออ่านจากหนังสือ ได้พูดคุยกับทีมอื่นๆ ได้เห็นมุมมองใหม่จากคนอื่น เพื่อนำไปพัฒนาผลงานของเราเอง จึงคิดว่าค่ายนี้เป็นค่ายที่ให้ทั้งความรู้และโอกาสสำหรับคนที่มี Passion มีฝันอยากทำผลงานไปสู่ผู้ใช้จริงได้
ทรินันท์ คงนคร นักเรียนชั้นม.6 โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย จ.ตรัง สะท้อนว่า พอได้เข้าร่วมโครงการแล้วก็พยายามเก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์ที่เรียนแต่ละครั้งไปให้มากที่สุด ซึ่งก่อนหน้าที่จะได้มานั้นเคยทำโครงงานที่ไม่เป็นระบบ แต่ในค่ายได้สอนให้รู้ว่าขั้นตอนการทำงานจะต้องเริ่มจากอะไร จัดการอย่างไร ผู้ใช้คือใคร งานของเราไปช่วยแก้ปัญหาอะไร
แม้แต่การทำงานเป็นทีมก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะช่วยให้งานเดินไปตามเป้าหมาย รวมไปถึงเทคนิคการนำเสนอผลงาน ทำอย่างไรให้งานเราดูน่าสนใจและคนจดจำได้
อาจารย์พัชรา พงศ์มานะวุฒิ โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย จ.ตรัง กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีที่ 3 ที่โรงเรียนสนับสนุนให้นักเรียนมาร่วมโครงการ เพราะเป็นการให้โอกาสเยาวชนไอทีที่มีฝันพัฒนาผลงานไปถึงมือผู้ใช้จริงในสังคมได้ และยังได้ประสบการณ์ที่ต่างจากในห้องเรียน ทำให้เด็กเข้าใจงานตัวเองได้ชัดขึ้น
นอกจากนี้ กระบวนการสอนในค่ายของโครงการต่อกล้าให้เติบใหญ่ มีประโยชน์มากในแง่การดึงเทคนิคต่างๆ ไปปรับการเรียนการสอนในห้องเรียน เช่น การดึงศักยภาพและความกล้าของเด็กออกมาได้ หรือการจำลองสถานการณ์ให้เด็กคิดและลงมือแก้ปัญหาจริงๆ จะทำให้เขามองเห็นงานตัวเองชัดขึ้น ส่งผลให้เด็กเรียนได้อย่างมีความสุข
โครงการต่อกล้าให้เติบใหญ่จึงเป็นโครงการหนึ่งที่แบ่งปันพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่ไม่ใช่แค่เสริมศักยภาพการพัฒนาผลงานด้านนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้ติดอาวุธทางปัญญาเรื่องอื่นๆ ที่มีความจำเป็นสำหรับ “นักสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีรุ่นใหม่”ซึ่งสามารถช่วยแก้ปัญหา ช่วยพัฒนาให้ชุมชน สังคม จนถึงระดับประเทศในอนาคตอันใกล้







