
ปธพ.ผนึกแพทย์เฉพาะทาง จัดโครงการรักษาฟรี22คลินิก
“การไม่มีโรคถือเป็นลาภอันประเสริฐ” ประโยคนี้ถือเป็นพรประเสริฐที่ทุกคนอยากได้ เพราะถ้าร่างกายไม่แข็งแรง
โดย...จะเรียม สำรวจ
“การไม่มีโรคถือเป็นลาภอันประเสริฐ” ประโยคนี้ถือเป็นพรประเสริฐที่ทุกคนอยากได้ เพราะถ้าร่างกายไม่แข็งแรงทรัพย์สินเงินทองก็จะลดหดหายไปด้วย ดังนั้น เราควรรักษาร่างกายให้แข็งแรงตลอดเวลา เพื่อความสุขกายสบายใจของชีวิต
แต่บางครั้งชีวิตของคนเราก็ไม่สามารถเลือกเวลาในการเจ็บไข้ได้ป่วยได้ เช่นเดียวกับกลุ่มประชาชนคนไทยที่มีรายได้น้อยในต่างจังหวัด ซึ่งหากพูดถึงการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ดี ถือว่ายากมาก ด้วยเหตุนี้มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ แพทยสภา สถาบันพระปกเกล้า กระทรวงสาธารณสุข ชมรมนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์ (ปธพ.) จึงเล็งเห็นความสำคัญในเรื่องดังกล่าว ด้วยการจัดโครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจขึ้นมา เพื่อรักษาพยาบาลประชาชนชาวไทยที่อยู่ในต่างจังหวัดแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งปีนี้ถือเป็นปีที่ 5 แล้วที่ได้ทำโครงการดังกล่าว
นพ.เกษม วัฒนชัย นายประธาน มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ กล่าวว่า โครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจ เป็นงานจิตอาสาที่เกิดจากชมรมนักศึกษา ปธพ.ที่มีการร่วมแรงร่วมใจกันระหว่างแพทย์ทั้ง 4 เสาหลัก คือ ผู้บริหารแพทย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ จากกระทรวงสาธารณสุข จากภาครัฐคือหน่วยงานแพทย์ 4 เหล่าทัพกรุงเทพมหานครและท้องถิ่น รวมทั้งผู้บริหารแพทย์จากโรงพยาบาลเอกชน ร่วมกันมอบโอกาสในการเข้าถึงการรักษาด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางให้กับประชาชน
สำหรับปีนี้ได้จัดโครงการดังกล่าวที่เป็นปีที่ 5 โดยนักศึกษา ปธพ.ได้เลือกโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี เป็นสถานที่จัดโครงการรักษาประชาชน ขณะเดียวกันยังถือเป็นการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในวโรกาสที่ทรงครองสิริราชสมบัติ โดยในส่วนของวันจัดงานตรวจรักษาฟรีได้จัดขึ้นในวันที่ 13-14 พ.ค. 2560 ณ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี โดยมีแพทย์กว่า 200 คน เปิด 22 คลินิกเฉพาะทาง พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ท้องถิ่นขาดแคลน ให้บริการตรวจ รักษา-ผ่าตัด โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
ในส่วนของคลินิกเฉพาะทาง 22 คลินิกที่ได้ทำการเปิดรักษาในครั้งนี้ ประกอบด้วย คลินิกศัลยกรรม จักษุคลินิก คลินิกโรคหัวใจและหลอดเลือด คลินิกทันตกรรม คลินิกการสื่อความหมายและแก้ไขการได้ยิน คลินิกผ่าตัดโรคหู คลินิกสูตินรีเวชและหญิงวัยทอง คลินิกชายวัยทอง คลินิกโรคส่องกล้องระบบทางเดินอาหารและตับแข็ง คลินิกโรคผิวหนัง คลินิกอายุรกรรมเบาหวานและโรคไต คลินิกเทคนิคการแพทย์ คลินิกตรวจสุขภาพและคัดกรองโรคทั่วไป คลินิกบริจาคโลหิต คลินิกพัฒนาการเด็ก คลินิกออร์โธปิดิกส์ คลินิกกายอุปกรณ์ คลินิกเวชศาสตร์ฟื้นฟู คลินิกแพทย์แผนไทยและแผนจีน คลินิกสุขภาพจิตและเลิกบุหรี่ คลินิกอายุรกรรมประสาท และคลินิกที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ซึ่งตลอดระยะเวลา 2 วันที่เปิดรับการรักษาคาดว่าจะสามารถตรวจรักษาผู้ป่วยได้ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นราย
เหตุผลที่ทำให้โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้รับเลือกเป็นสถานที่ในการรับรักษาพยาบาลในโครงการแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติฯ เพราะโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเป็นโรงพยาบาลที่มีการรักษาแบบผสมผสานทั้งในส่วนของแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนไทย โดยเฉพาะการักษาด้านแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรถือว่ามีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก เห็นได้จากการผลิตยาสมุนไพรออกไปจำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อนำเงินที่ได้มาบำรุงปรับปรุงโรงพยาบาลให้มีความทันสมัยจนเป็นต้นแบบของโรงพยาบาลที่มีการรักษาแบบผสมผสานในยุค 4.0
ด้าน นพ.จรัญ บุญฤทธิการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า ในนามของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรและชาวปราจีนบุรี ต้องขอขอบคุณ “โครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร” ที่เลือกมาจัดที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพราะโครงการนี้ถือเป็นกิจกรรมที่ให้โอกาสผู้ป่วยใน จ.ปราจีนบุรี และจังหวัดใกล้เคียง ได้มีโอกาสในการตรวจรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
หลังจากได้รับเลือกให้เป็นสถานที่ตรวจรักษาในโครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้มีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าเป็นเวลานาน โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมของคนไข้ เพื่อรอรับการรักษาในวันที่ 13-14 พ.ค. 2560 ด้วยการจัดระบบลงทะเบียนล่วงหน้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนไข้ที่ต้องมาพร้อมกันเป็นจำนวนมากในวันจัดงาน
นอกจากจะใช้พื้นที่ของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเพื่อรักษาผู้ป่วยแล้ว ในการรักษาพยาบาลครั้งนี้ยังใช้โรงเรียนปราจีนกัลยาณีเป็นสถานที่ในการรักษาพยาบาลอีกด้วย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่จะเข้ามาทำการรักษา โดยในส่วนของพื้นที่ของโรงเรียนปราจีนกัลยาณีจะใช้เป็นสถานที่สำหรับการการรักษาตา หรือจักษุคลินิกอีกด้วย ซึ่งประชาชนที่สนใจจะได้รับการรักษาตั้งแต่เวลา 07.00-16.00 น.
นพ.จรัญ กล่าวต่อว่า ก่อนที่จะถึงวันรักษาจริงก็มีแพทย์บางส่วนทำการรักษาล่วงหน้าไปก่อนบ้างแล้ว เนื่องจากบางโรคที่ผู้ป่วยเข้ามาทำการรักษาต้องทำการคัดกรองและวินิจฉัยโรคก่อน ซึ่งหลังจากทำการรักษาแล้วก็จะมีการติดตามผล เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการรักษา
อย่างไรก็ดี เพื่อให้การรักษาในครั้งนี้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โครงการแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติฯ จึงได้มีการนำหน่วยรถเคลื่อนที่อัลตราซาวด์มะเร็งเต้านมจากโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งปัจจุบันมีอยู่เพียงคันเดียวที่ใช้ทำการรักษา นำมาให้บริการประชาชนสำหรับการรักษาในครั้งนี้อีกด้วย
ขณะเดียวกัน ยังได้มีการแจกแว่นสายตากับประชาชนจำนวน 1,000 อัน ให้กับประชาชนที่ได้เข้ารับการตรวจรักษาสายตา รวมไปถึงการแจกขาเทียมให้กับประชาชน ซึ่งได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ก่อนวันจัดงาน เพื่อให้การรักษามีความรวดเร็วมากขึ้น
ทั้งนี้ นอกจากจะทำการรักษาพยาบาลแล้ว โครงการแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติฯ ยังได้มีการรับบริจาคโลหิต ตั้งแต่วันที่ 12-14 พ.ค. โดยในวันที่ 12 พ.ค. มียอดบริจาคโลหิตอยู่ที่ประมาณ 700 ยูนิต และวันที่ 13 พ.ค. มียอดบริจาคโลหิตอยู่ที่ประมาณ 300 ยูนิต ซึ่งในส่วนของโลหิตที่ได้นอกจากจะใช้ภายในโรงพยาบาลเจ้าพระอภัยภูเบศรแล้ว ยังมีการกระจายโลหิตที่รับบริจาคไปยังโรงพยาบาลต่างๆ ใน จ.ปราจีนบุรี และส่งกลับมาที่สภากาชาดไทย กรุงเทพมหานคร
นพ.จรัญ กล่าวอีกว่า ในฐานะที่เป็นคนใน จ.ปราจีนบุรี โครงการนี้ถือเป็นโครงการที่ดีมาก เพราะทำให้ผู้ป่วยได้เข้ารับการรักษาด้วยหมอที่เชี่ยวชาญ และเครื่องมือที่ทันสมัยเหมือนกับผู้ป่วยที่อยู่ในกรุงเทพฯ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ให้บริการรักษาฟรีคาดว่าจะมีประชาชนเข้ามาทำการรักษาไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นคนอย่างแน่นอน
ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมาหลักสูตร ปธพ.ได้ให้การรักษาคนไข้ในระดับตติยภูมิไปแล้วกว่า 2.2 หมื่นราย ในพื้นที่ 4 จังหวัด ประกอบด้วย โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา โรงพยาบาลหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จ.กาญจนบุรี และโรงพยาบาลค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา
วิทวัส ชัยภาคภูมิ รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า สถาบันพระปกเกล้ามีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ในฐานะที่สถาบันได้ร่วมกับแพทยสภาจัดทำหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์สำหรับผู้บริหารระดับสูง (ปธพ.) ขึ้น ติดต่อกันเป็นรุ่นที่ 5 แล้ว พบว่าหลักสูตรดังกล่าวได้รับการยอมรับ และมีผลการประเมินหลักสูตรจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกในระดับดีเยี่ยม เป็นหลักสูตรที่มุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้ในเรื่องธรรมาภิบาลแก่ผู้บริหารสายแพทย์และสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องรวมทั้งภาคเอกชน โดยมุ่งนำ “ธรรมาภิบาล” ไปสู่การปฏิบัติจริงในการแก้ปัญหาด้านสาธารณสุขของประเทศ ผ่านงานวิจัยและการสร้างกิจกรรมจิตอาสา “โครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร” จึงเป็นทั้งกระบวนการการเรียนในหลักสูตร และการแสดงพลังจิตอาสาของนักศึกษาร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตด้านสาธารณสุขให้กับคนไทย







