
ตั้งมั่นไม่ทำร้ายโลก มาตรฐานใหม่ของ ‘หัวใจ’ ดวงเดิม
หลายเดือนก่อน โชคชะตานำพาให้ผมได้พบกับหนังสือเล่มหนึ่ง หน้าปกสีฟ้าขนาดกะทัดรัด ตัวหนังสือระบุว่า “ง่ายงามในความธรรมดา”
โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน
หลายเดือนก่อน โชคชะตานำพาให้ผมได้พบกับหนังสือเล่มหนึ่ง หน้าปกสีฟ้าขนาดกะทัดรัด ตัวหนังสือระบุว่า “ง่ายงามในความธรรมดา” ผู้ประพันธ์คือ เพม่า โชดรัน ภิกษุณีชาวอเมริกัน ศิษย์แถวหน้าของวัชราจารย์เชอเกียม ตรุงปะ ริมโปเช
เนื้อหาภายในเป็นคำสอนสายปฏิบัติของทิเบต เขียนถึง “คำมั่นสามประการ” ซึ่งจะช่วยยกระดับจิตใจของผู้ที่ตั้งสัจอธิษฐานให้สูงขึ้น
คำมั่นข้อแรกคือ “ตั้งมั่นไม่ทำร้าย” ในทุกๆ สรรพสิ่ง ผ่านทุกๆ การกระทำ
การให้คำมั่นไม่ทำร้ายในแง่หนึ่งเป็นการฝืนสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ เอกบุรุษผู้งามพร้อมตรัสไว้เมื่อ 2,500 ปีก่อนว่า ธรรมชาติของจิตจะไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำเหมือนน้ำ ฉะนั้นการยกระดับจิตจะต้องทวนกระแส
แน่นอนว่า การฝึกฝนเพื่อละจากความเคยชินเดิมๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย และคงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผมจะเริ่มต้นฝึกฝนความแข็งแกร่งด้านในบ้าง ฝึกให้รู้จักความอดทน อดกลั้น ผ่านพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน
ผมประกาศคำมั่นแก่ตัวเองว่า จากนี้เป็นต้นไปจะหยุดทำร้ายโลก โดยเริ่มต้นจากเรื่องง่ายๆ คือละการใช้ “พลาสติก”
ไม่น่าเชื่อว่าในแต่ละวัน ผมเพียงคนเดียวกลับใช้ถุงพลาสติกมากมายมหาศาล ลำพังแวะเข้าไปในร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อกาแฟและหาอะไรเบาๆ มารองท้อง ความเคยชินผลักให้ผมกลายเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการชำเราโลกอย่างบ้าคลั่งไร้สติ
พนักงานในร้านชงกาแฟแล้วเทลงแก้วพลาสติก ปิดผนึกด้วยฝาพลาสติก พร้อมหยิบหลอดพลาสติกที่ห่อหุ้มอยู่ในพลาสติกใส่ลงมาในถุงหิ้วพลาสติกก่อนยื่นมาให้ผม
จากนั้นก็หยิบกล้วยน้ำว้า 1 ลูก ซึ่งบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกหย่อนลงในถุงพลาสติกอีกใบ
อีกไม่เกิน 10 วินาทีต่อมา ผมฉีกพลาสติกหุ้มหลอดกาแฟทิ้งถังขยะ เช่นเดียวกับพลาสติกที่หุ้มกล้วย และถุงพลาสติกหูหิ้วอีก 2 ใบ เหล่านั้นกลายเป็นขยะ
ช่วงเที่ยง ผมมักจะเดินฝ่าเปลวแดดออกไปซื้อของกินจากตลาด เมนูประจำคือข้าวนึ่ง 1 ก้อน ผัดหรือแกงอะไรสัก 1 อย่าง จากนั้นก็ล้างปากด้วยผลไม้
ข้าว 1 ก้อนในถุงพลาสติกทนความร้อนถูกโยนใส่ถุงพลาสติกหูหิ้วแล้วส่งมาที่ผม เช่นเดียวกับกับข้าวอีก 1 อย่างที่ตักใส่ถุงพลาสติก ใส่ถุงหูหิ้ว แล้วส่งมาให้ผมอีกครั้ง
ผมเดินต่อไปซื้อผลไม้ร้านถัดไป แน่นอนว่าก็ได้ถุงซ้อนถุงอีกเช่นกัน
ระยะเวลาเพียงแค่ครึ่งวัน ผมสร้างขยะไปแล้ว 12 ชิ้นเป็นอย่างน้อย เฉลี่ยแล้วในหนึ่งวันผมน่าจะสร้างขยะไม่ต่ำกว่า 20 ชิ้น ซึ่งหากพฤติกรรมเช่นนี้คงเส้นคงวาไปตลอดทั้ง 356 วัน จะก่อกำเนิดเป็นขยะพลาสติก 7,300 ชิ้น จากน้ำมือผมเพียงคนเดียว และต้องใช้เวลาราวๆ 100-450 ปี ถึงจะย่อยสลาย
สถิติปี 2558 ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรวบรวมเอาไว้ ในแต่ละวันคนไทยจะสร้างขยะเฉลี่ย 1.1 กิโลกรัม หรือรวมแล้วปีละ 27 ล้านตัน โดย 1 ใน 5 เป็นถุงพลาสติก
ขณะที่งานวิจัยของ Jenna R. Jambeck ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา ระบุไว้ว่า ในปี 2558 ประเทศไทยทิ้งขยะพลาสติกลงสู่มหาสมุทรเป็นอันดับ 6 ของโลก โดยในอนาคตคาดการณ์ว่าทุกๆ การจับปลา 3 ตัน จะมีขยะพลาสติก 1 ตัน
แน่นอนว่า สถานการณ์อันเลวร้ายทั้งหมดจะคลี่ออกได้ด้วยการตั้งมั่นที่จะไม่ทำร้ายโลกผ่านความเคยชิน และความสะดวกสบายเดิมๆ
นิวัฒน์ ร้อยแก้ว ปราชญ์ชาวบ้านแห่งเชียงของ จ.เชียงราย เคยบอกกับผมเมื่อนานมาแล้วว่า มนุษย์ต้องมีจิตวิญญาณเสรี ขณะเดียวกันจำเป็นต้องมีกฎเกณฑ์ให้กับตัวเองเฉกเช่นพระสงฆ์ที่ต้องมีวัตรปฏิบัติ
โลกจะงดงาม ถ้าเคารพธรรมชาติและศรัทธาความเท่าเทียมกันของมนุษย์
คำมั่นเพียงข้อเดียวช่วยยกระดับหัวใจเราให้เบิกบาน เป็นมาตรฐานใหม่ของหัวใจดวงเดิม







