
ลดปะทะจราจร
ปัญหาโลกแตกกับการจราจรในประเทศไทย ระหว่างตำรวจจราจรกับประชาชนผู้สัญจรบนถนน
ปัญหาโลกแตกกับการจราจรในประเทศไทย ระหว่างตำรวจจราจรกับประชาชนผู้สัญจรบนถนน ที่มักเกิดภาพรุนแรงปะทะคารมกันทุกครั้งเมื่อถูกตำรวจตั้งด่านเรียกตรวจใบขับขี่ ตรวจประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ.รถ รวมทั้งถูกเรียกเพราะกระทำผิดวินัยการจราจรอื่นๆ การเรียกตรวจแต่ละครั้งจะกินเวลาไม่น้อย หนำซ้ำยังทำให้รถติดยาวเป็นหางว่าว
จากการโต้เถียงกันไปมาระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับประชาชน ต่างไม่จำนนต่อความผิด จึงกลายเป็นภาพไม่เหมาะสมปรากฏตามโซเชียลมีเดียมากมาย เช่น ตำรวจขู่ผู้ขับขี่ที่นำกล้องมาถ่ายภาพตำรวจระหว่างเรียกตรวจสอบ ประชาชนยืนต่อว่าการทำงานของตำรวจ แม้แต่การโพสต์ภาพประจานขณะตั้งด่านว่าเป็นด่านเถื่อนหรือไม่ ล้วนเป็นปัญหาคาราคาซังมานาน
ถ้าปัญหาเหล่านี้ยังเกิดขึ้นบนถนนต่อไป เชื่อได้ว่าวินัยจราจรคงจะยังหย่อนยานเช่นเดิม แต่การจะแก้ปัญหาดังกล่าวให้หมดไป ก็คงต้องวางแผนลดแรงเสียดทาน ความเสี่ยงให้เกิดการปะทะกันอย่างเหมาะสม และเป็นมิตรกับผู้ใช้รถใช้ถนนด้วย
การใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้ามาแบ่งเบาภาระงานตำรวจ นับเป็นอีกทางในการจะเข้ามาร่วมแก้ปัญหาดังกล่าว เช่น นำกล้องถ่ายภาพช่วยทำให้การทำงานสะดวกขึ้นและยังลดการโต้เถียงจากหลักฐานที่กล้องนั้นบันทึกไว้ หากประชาชนทำผิดกฎจราจร ตำรวจจะบันทึกภาพไว้ แล้วส่งใบสั่งให้เสียค่าปรับไปยังที่อยู่ตามภูมิลำเนา ซึ่งมาตรการนี้จะทำให้ภาพประชาชนยืนเถียงไปมากับตำรวจค่อยๆ ลดลง เพราะภาพถ่ายคือพยานหลักฐานชัดว่ามีการกระทำผิดจริง และช่วงต้นปีที่ผ่านมา ตำรวจเพิ่งดีเดย์ใช้กล้องจับภาพคนทำผิดกฎจราจร ขับรถเร็วเกินกำหนด ออกใบสั่งอิเล็กทรอนิกส์พร้อมแนบภาพถ่ายผู้ฝ่าฝืนกฎ
นอกจากนั้น ในสัปดาห์หน้าจะเริ่มใช้มาตรการยึดรถชั่วคราว โดยล่าสุดสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีหนังสือแจ้งตามที่คณะรัฐมนตรีมีคำสั่งให้ทุกหน่วยงานเข้มงวดกวดขันในการบังคับใช้กฎหมายจราจร เพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัด ลดอุบัติเหตุและความสูญเสียที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะความผิดที่ส่งผลกระทบให้การจราจรติดขัดและมีความไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ที่ขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด ฝ่าฝืนกฎหมายจราจร ขับรถย้อนศร ขับขี่บนทางเท้า ให้จับกุมและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
ที่สำคัญจะเข้มงวดกวดขันพวกขับขี่รถไม่มีใบอนุญาตขับขี่ หรือไม่มีประกันภัยภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ.รถ จะถูกจับยึดรถชั่วคราว เนื่องจากช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาสดๆ ร้อนๆ ต้องตกใจกับตัวเลขที่พบว่า กว่า 40% ประชาชนไม่มีใบอนุญาตขับขี่และไม่มีประกันภัยภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ.รถ
บนความขัดแย้งที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ตามการเข้มงวดในการบังคับใช้กฎจราจรดังกล่าว จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพิจารณาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ออกปฏิบัติการทุกท่านต้องติดกล้องบันทึก และด่านตรวจทั่วไปตามท้องถนนต้องมีกล้องบันทึกภาพ เพื่อใช้เป็นหลักฐาน ไม่ให้เกิดการโต้เถียงที่เสี่ยงจะปะทะกันมากขึ้นแน่
สำหรับการนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้ามาช่วยแก้ปัญหาโต้เถียงการทำผิดกฎจราจร จะว่าไปไม่ใช่เรื่องใหม่ ที่ต่างประเทศมีการนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น กล้องบันทึกภาพ มาใช้นานหลายปีแล้ว อย่างสหรัฐอเมริกาที่บังคับให้รถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเปิดกล้องหน้ารถยนต์ตลอดเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่ ไม่เช่นนั้นจะมีความผิด ซึ่งพิสูจน์มาแล้วว่าดี เพราะเป็นหลักฐานในการแก้ปัญหาให้กับเจ้าหน้าที่ และยังป้องกันการทุจริตได้ด้วย ส่วนประเทศไทยที่ผ่านมา มีแนวคิดนอกจากนำกล้องติดหน้ารถยนต์เจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ในส่วนของสายตรวจรถจักรยานยนต์ก็มีกล้องติดที่หน้าหมวกบันทึกการปฏิบัติงานเป็นหลักฐานตลอดเวลา
จากประโยชน์ที่มากมายดังกล่าว จึงอยากให้มีการติดกล้องในการปฏิบัติงานจราจรทุกครั้ง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานเอาผิดกับผู้ฝ่าฝืนได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องโต้เถียงหรือเสี่ยงปะทะกัน สร้างความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย







