
แฉเทปลับประจวบโยงมาร์ครู้เงื่อนงำเมซไซอะห์
อดีตหัวหน้าชุดสอบสวนคดียุบปชป.แฉ "เทปลับ" ประจวบ ซัดทอด "อภิสิทธิ์-บัญญัติ-วิทยา-เทพไท"รู้เห็นเงื่อนงำเมซไซอะห์ฯ
อดีตหัวหน้าชุดสอบสวนคดียุบปชป.แฉ "เทปลับ" ประจวบ ซัดทอด "อภิสิทธิ์-บัญญัติ-วิทยา-เทพไท"รู้เห็นเงื่อนงำเมซไซอะห์ฯ
ในวันนี้(13ก.ย.)ศาลรัฐธรรมนูญได้นัดไต่สวนพยานในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ในฝั่งผู้ร้องเป็นนัดสุดท้าย โดยมีพ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันตชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ในฐานะหัวหน้าชุดสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้เบิกความในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์นัดสุดท้ายในส่วนพยานผู้ร้อง
พ.ต.อ.สุชาติเบิกความว่า ระหว่างที่หาข้อมูลในช่วงแรกเคยให้เจ้าหน้าที่แฝงตัวไปพูดกับ นายประจวบ สังข์ขาว ผู้บริหารเมซไซอะห์ฯ พร้อมบันทึกเทป ซึ่งในเทปนายประจวบระบุว่าเงินที่ผ่านมาเข้ามาจากบริษัททีพีไอยังบริษัทเมซไซอะห์ฯ แต่ไม่มีการทำงานจริง จึงต้องไปหาซื้อใบกำกับภาษีปลอม จนตำรวจไปตามจับที่บ้านนายประจวบ ทำให้ต้องหนีไปตั้งหลักแล้วโทรฯหาผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ให้ช่วย
"ในเทป นายประจวบระบุว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายวิทยา แก้วภราดรัย นายเทพไท เสนพงศ์ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ก็รู้เรื่องนี้ ซึ่งตอนนั้นนายประจวบไม่รู้จะทำอย่างไร จึงโทรไปหานายเทพไท เสนพงษ์ โดยนายเทพไทได้โทรหานายอภิสิทธิ์ แล้วนายอภิสิทธิ์ก็โทรหานายวิทยา ซึ่งนายประจวบได้ขอเงิน 1ล้านบาทด้วย"พ.ต.อ.สุชาติกล่าว
พล.ต.อ.สุชาติ กล่าวว่า จากการตรวจสอบในเรื่องการชำระภาษีพบว่า กระบวนการทั้งหมดระหว่างบริษัททีพีไอฯ พรรคประชาธิปัตย์ และ บริษัทเมซไซอะห์ฯ เป็นการฉ้อฉล เพราะพบข้อพิรุธมากโดยเฉพาะการออกใบกำกับภาษีปลอมของบริษัท เมซไซอะฯกับ 3 บริษัทที่ไม่ได้มีการประกอบธุรกิจ คือบริษัท ชัยชวโรจน์ จำกัด บริษัท พีจีซี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และ หจก.สินวัฒนา เอเชีย เอนเตอร์ไพรส์
อย่างไรก็ตาม นายบัณฑิต ศิริพันธุ์ ทนายความพรรคประชาธิปัตย์ ได้พยายามซักค้านทำลายน้ำหนักพยานปากนี้ว่า มีหน้าที่สืบสวนในคดียุบพรรคซึ่งเป็นเรื่องนายทะเบียนพรรคการเมือง และเห็นว่าพล.ต.อ.สุชาติ มีอคติกับพรรคประชาธิปัตย์ และเข้าข้าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และซักถามว่าเคยตกลงกับนายประจวบให้มาเป็นพยานซัดทอดประชาธิปัตย์แลกกับเงิน 5 ล้านบาทพร้อมสัญญาว่าพาไปเก็บตัวที่พัทยา หรือไม่
นอกจากนี้ นายบัณฑิต ยังถามว่า นำเอกสารคดีนี้ไปให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานสส. เพื่อไทย ใช้ในการอภิปรายหรือไม่ เพราะนายประจวบระบุว่าเอกสารการเงินมีเพียง4ชุด อยู่ที่ นายประจวบ ส.ต.อ.ทชภล พรหมจันทร์ นายอภิสิทธิ์ และนายวิทยา และร.ต.อ.เฉลิมเคยใส่ซองช่วยงานศพบิดาของพ.ต.อ.สุชาติ ถึง สองแสนบาทหรือไม่
ขณะที่ พ.ต.อ.สุชาติ ยืนยันว่า ทำหน้าที่ทั้งหมดด้วยความถูกต้อง ไม่มีอคติแต่อย่างไร และกล่าวว่าไม่อยากให้นำเรื่องบิดาที่เสียชีวิตไปแล้วมาเกี่ยวเพราะไม่เกี่ยวอะไรกับคดียุบพรรค ส่วนเรื่องเงินสองแสนตนจำไม่ได้และกล่าวว่าเรื่องจ้างนายประจวบมาเป็นพยานก็ไม่จริง แต่เรื่องแบบนี้ ถึงเป็นจริงใครก็ต้องตอบว่าไม่จริง อย่างไรก็ตามยืนยันว่า ตั้งแต่รับราชการมาไม่เคยทำเรื่องเช่นนี้
ญาติอดีตเลขาปชป.ชี้โอนเงินเข้าบัญชีญาติเลี่ยงถูกอายัด
นายธงชัย คลศรีชัย ญาตินายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเบิกความว่า จากการรับช่วงทำของชำร่วยจากนายประจวบ สังข์ขาว ผู้บริหารบริษัทเมซไซอะห์ มูลค่า 27 ล้านบาท นายประจวบ หักกำไรไว้แล้ว 15% เหลือเงินมาถึงตน23ล้านบาท ซึ่งส่วนนี้ตนจะได้กำไร 2-3 ล้านบาท โดยได้รับเงินเป็นงวดๆ งวดแรก 13 ล้านบาทเศษ และ งวดที่สอง 9.5 ล้านบาท
นายธงชัย ชี้แจงว่า สาเหตุที่หลังจากได้รับเงิน 13.7 ล้านบาทโอนเงินให้ญาติเนื่องจากขอยืมมาลงทุนไว้ก่อนหน้านี้ ส่วนงวดหลังส่วนเงิน 9.5 ล้านบาท ที่โอนเงินให้ญาติๆ บัญชีละ 1.9 ล้านบาท รวม 5 บัญชี ก่อนจะนำเงินไปจ่ายให้กับบริษัทซัพพลายเอร์ที่ซื้อของแบบเครดิตมาเนื่องจาก ตนเองเป็นคนล้มละลายหากนำเงินเข้าบัญชีตัวเองอาจจะถูกแช่เข็งบัญชีได้
เงินส่วนนี้ไม่มีการยื่นบัญชีเพื่อเสียภาษี เนื่องจาก นายประจวบ รับปากว่าจะรับผิดชอบในส่วนภาษีให้ ซึ่งที่ผ่านมาการทำงานเป็นแบบชาวบ้านไม่มีการทำบัญชีแต่อย่างไร อย่างไรก็ตาม หลังจากเข้าไปรับช่วงงานทำแผนโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้บริษัททีพีไอต่อจากนายประจวบ ได้เกิดการทะเลาะและแยกทางกัน
ในการซักค้านของ นายบัณฑิต ศิิริพันธ์ ุทนายความพรรคประชาธิปัตย์ นายธงชัย ได้ชี้แจงว่าไม่มีห้องทำงานอยู่ทีี่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เป็นคนสั่งให้นำป้ายหาเสียงที่ทำเสร็จแล้วไปไว้ตามจังหวัดต่างๆ ซึ่และไม่เคยเอาเงินไปให้กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ตามการเบิกความของพยานหลายคนก่อหน้านี้ และ ไม่เคยถูกเก็บตัวที่ยุโรปตามที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบ
ศาลรธน.นัดมาร์คไต่สวนยุบปชป.นัดสุดท้าย18ต.ค.
นายนุรักษ์ มาประณีต ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านรายงานการพิจารณาคดี ว่าทางผู้ร้องได้ขอเพ่ิมพยานไต่สวน 2 ปากได้แก่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานสส.พรรคเพื่อไทย และ พล.ต.มนูญกฤติ รูปขจร อดีตประธานวุฒิสภา ซึ่งศาลพิพิจารณาแล้วเห็นว่าให้ทำคำชี้แจงเป็นรายลักษณ์อักษรมาภายใน7 วัน และเมื่อได้รับจะสำเนาไปให้ฝ่ายผู้ถูกร้องเพื่อทำคำคัดค้านกลับมาภายใน 3 วัน
นอกจากนี้ จากที่ฝ่ายผู้ถูกร้อง(พรรคประชาธิปัตย์) เสนอไต่สวนพยาน 53 ปาก ได้ตัดเหลือ14 ปากโดยนัดไต่สวน ครั้งแรกในวันจันทร์ที่ 27 ก.ย. ได้แก่ นายอิสระ ลิ้มศิริวงศ์ ประธานชุดสอบสวนคณะกรรมการการเลือกต้ง (กกต.) ม.ล.ปทีป จรูญโรจน์ ประธานคณะทำงานนายทะเบียนพรรคการเมือง และนายคมสัน โพธิ์คง อดีตคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ
นัดที่ 2 วันที่ 4 ต.ค. นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีตเลขาธิการพรรค นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรองเลขาธิการพรรค นายประพร เอกอุรุ สส.สงขลา พรรรคประชาธิปัตย์
นัดที่ 3 วันที่ 11 ต.ค. นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ นายอาภรณ์ รองเงิน สมุห์บัญชีเลือกตั้งปี 2548 นางอรุณี รวยสูงเนิน ผู้ตรวจสอบบัญชี นัดที่ 4 18 ต.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายพีระพันธ์ุ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช อดีต รองหัวหน้าพรรค นายถาวร เสนเนียม อดีตรองเลขาธิการพรรค







