
สื่อมวลชนกับรัฐธรรมนูญ
หลายสัปดาห์ที่ผ่านมาท่านผู้อ่านคงจะได้รับรู้รับทราบถึงความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องของการกำกับ ดูแล หรือควบคุม
โดย..เจษฏ์ โทณะวณิก
หลายสัปดาห์ที่ผ่านมาท่านผู้อ่านคงจะได้รับรู้รับทราบถึงความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องของการกำกับ ดูแล หรือควบคุมสื่อมวลชนกันอยู่พอสมควร ที่ทางสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ได้มีการเสนอกฎหมายออกมาในลักษณะไปควบคุมตน จนต้องร้อนถึงหัวหน้า คสช.
หากจะลองมองเรื่องกฎบทกฎหมายที่เกี่ยวพันถึงสื่อมวลชนทั้งหลาย อาจจะต้องมองสูงสักหน่อย ว่ากันไปที่กฎหมายสูงสุดของประเทศคือ รัฐธรรมนูญกันเลย โดยมาตรา 35 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ได้กำหนดเรื่องเกี่ยวกับวิชาชีพสื่อมวลชนไว้โดยเฉพาะ ในส่วนของวิชาชีพ หรืออาชีพอื่นๆ รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 เพียงกำหนดไว้ในมาตรา 40 ว่า “บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการประกอบอาชีพ
การจำกัดเสรีภาจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้น”
วิชาชีพอื่น หรืออาชีพอื่นนั้น ได้รับความเอาใจใส่โดยรวม แต่วิชาชีพสื่อมวลชนนั้นเป็นอาชีพเดียวที่มีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญรับรองไว้เป็นที่ประจักษ์ชัดเจน ดังจะเห็นได้จากมาตรา 35 ที่กล่าวไป ซึ่งกำหนดว่า
“บุคคลซึ่งประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนย่อมมีเสรีภาพในการเสนอข่าวสารหรือการแสดงความคิดเห็นตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ
การสั่งปิดกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นเพื่อลิดรอนเสรีภาพตามวรรคหนึ่ง จะกระทำมิได้
การให้นำข่าวสารหรือข้อความใดๆ ที่ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนจัดทำขึ้นไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจก่อนนำไปโฆษณาในหนังสือพิมพ์หรือสื่อใดๆ จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะกระทำในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะสงคราม
กรณีให้เงินหรือทรัพย์สินอื่นเพื่ออุดหนุนกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นของเอกชน รัฐจะกระทำมิได้ หน่วยงานของรัฐที่ใช้จ่ายเงินหรือทรัพย์สินให้สื่อมวลชนไม่ว่าเพื่อประโยชน์ในการโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ หรือเพื่อการอื่นใดในทำนองเดียวกัน ต้องเปิดเผยรายละเอียดให้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินทราบตามระยะเวลาที่กำหนดและประกาศให้ประชาชนทราบด้วย
เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนย่อมมีเสรีภาพตามวรรคหนึ่ง แต่ให้คำนึงถึงวัตถุประสงค์และภารกิจของหน่วยงานที่ตนสังกัดอยู่ด้วย”







