posttoday
ดอกเบี้ยที่เป็นธรรม

ดอกเบี้ยที่เป็นธรรม

13 พฤษภาคม 2560

ธนาคารพาณิชย์ตกเป็นจำเลยของสังคมทันทีที่นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ตั้งคำถามว่าทำไมธนาคารจึงคิดดอกเบี้ย

ธนาคารพาณิชย์ตกเป็นจำเลยของสังคมทันทีที่นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ตั้งคำถามว่าทำไมธนาคารจึงคิดดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยที่ประกอบธุรกิจเอสเอ็มอีสูงกว่าลูกค้ารายใหญ่ถึง 5-6% ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรมต่อลูกค้ารายย่อย

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีการตั้งคำถามมานานมาก แต่คำตอบก็ไม่มีความชัดเจนจากผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นสมาคมธนาคารไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแม้แต่กระทรวงการคลังที่สามารถให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ทำการวิเคราะห์ต้นทุนออกมาได้

แม้กระทั่งนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธปท. ก็ยังเอ่ยปากว่า ไม่ใช่เรื่องใหม่ ถือเป็นปัญหาที่สะสมมานานแล้ว ซึ่ง ธปท.ก็มีความพยายามในการแก้ไขปัญหานี้อยู่

หาก ธปท.กำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อยู่ก็ควรจะรีบดำเนินการให้เสร็จโดยเร็ว และประกาศให้รับทราบเป็นการทั่วไปว่าต้นทุนการให้สินเชื่อของธนาคารกับลูกค้ารายใหญ่และลูกค้ารายย่อยนั้นคิดจากอะไร ทำไมความแตกต่างของดอกเบี้ยจึงมากขนาดนี้ ก่อนที่เอสเอ็มอีที่เป็นลูกหนี้ทั้งหลายจะล้มหายตายจากไปเสียก่อน เพราะรายจ่ายดอกเบี้ยก็เป็นต้นทุนที่เอสเอ็มอีจะต้องแบกรับภาระหนักไม่แพ้ต้นทุนด้านอื่น

เรื่องการคิดดอกเบี้ยลูกค้า 2 กลุ่มต่างกัน เป็นปัญหาที่แยกออกมาจากการที่แบงก์ถูกตั้งคำถามตลอดเวลาว่า เหตุใดจึงคิดดอกเบี้ยสูงเกินไป โดยให้ดอกเบี้ยเงินฝากเพียง 1-2% เท่านั้น แต่คิดดอกเบี้ยเงินกู้สูง 5-6% ส่วนต่างดอกเบี้ยรับจ่ายสูงมาก ซึ่งธนาคารจะชี้แจงว่า การรับเงินฝากจากประชาชนมาก่อนจะปล่อยกู้จะต้องหักต้นทุนค่าบริหารจัดการทั้งหลายก่อน รายได้ดอกเบี้ยรับจ่ายสุทธิ (นิม) ที่แท้จริงไม่ได้สูงมากอย่างที่เข้าใจกัน

แต่กรณีการคิดดอกเบี้ยลูกค้า 2 กลุ่มแตกต่างกันมากนั้น เป็นเรื่องที่ควรจะมีการแจกแจงต้นทุนว่าเหตุใดลูกค้ารายย่อยจึงต้องจ่ายสูงกว่ามาก และควรจะอธิบายได้ว่าลูกค้ารายย่อยสมควรจะถูกคิดดอกเบี้ยสูงขนาดนี้หรือไม่ นอกเหนือจากที่คิดเพียงว่าลูกค้าเอสเอ็มอีมีความเสี่ยงที่จะเป็นหนี้เสียมากกว่าลูกค้ารายใหญ่ แต่ความเสียหายต่อรายที่ธุรกิจเอสเอ็มอีทำให้เกิดหนี้เสียน้อยกว่าลูกค้ารายใหญ่เพียงรายเดียวมาก

หากคิดราคาจากความเสี่ยง ก็ไม่เห็นมีธนาคารพาณิชย์ประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับลูกค้าที่มีประวัติการชำระหนี้ดีและไม่เคยค้างชำระค่างวดเลย สมควรหรือยังที่จะมาถึงจุดที่จะต้องดำเนินการเช่นนี้

การที่ รมว.คลัง ซึ่งเคยเป็นอดีตนายแบงก์ เคยเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ซึ่งเป็นธนาคารใหญ่หนึ่งในสามของประเทศ และอดีตกรรมการผู้จัดการ ธนาคารนครหลวงไทย ออกมาเรียกร้องขอให้ธนาคารพาณิชย์ทั้งหลายเห็นแก่เอสเอ็มอีและลูกค้ารายย่อยคิดดอกเบี้ยให้เป็นธรรม จึงไม่ใช่เรื่องที่จะถูกมองข้าม

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยอีกต่อไป แม้การแข่งขันทางธุรกิจและกลไกตลาดเสรีจะเป็นตัวกำหนดราคา แต่การกำหนดราคาก็ควรจะต้องสมเหตุสมผล สะท้อนความเสี่ยง และสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ธนาคารพาณิชย์เองมีบทบาททางเศรษฐกิจมาก นอกเหนือจากการทำกำไรให้ผู้ถือหุ้น ดูแลพนักงานแล้ว ธนาคารก็ควรจะต้องดูแลสังคมด้วยเช่นกัน

ธุรกิจเอสเอ็มอีนั้นมีน้ำหนักคิดเป็นสัดส่วนในระบบเศรษฐกิจ 20-25% มีการจ้างงานมากกว่า 80% ของแรงงานทั้งหมด การช่วยเหลือดูแลธุรกิจเอสเอ็มอีจึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญ หากเอสเอ็มอีอยู่ไม่ได้ เศรษฐกิจไทยก็จะรุ่งเรืองเฟื่องฟูไม่ได้เช่นกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท