
นักลงทุนไม่หนุน เจริญถอนกองทุน
ผู้ถือหน่วยลงทุน 3 กองทุนอสังหาริมทรัพย์ เครือเจริญ สิริวัฒนภักดี ไม่อยากให้นำทุนออกจากตลาดหลักทรัพย์
โพสต์ทูเดย์ - ผู้ถือหน่วยลงทุน 3 กองทุนอสังหาริมทรัพย์ เครือเจริญ สิริวัฒนภักดี ไม่อยากให้นำทุนออกจากตลาดหลักทรัพย์
แหล่งข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย ซึ่งบริษัทจัดการกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าไทย คอมเมอร์เชียลอินเวสเม้นต์ (TCIF) กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และสิทธิการเช่าไทยโฮเทลอินเวสเม้นต์ (THIF) และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ไทยรีเทล อินเวสเม้นต์ (TRIF) ของกลุ่มนายเจริญ สิริวัฒนภักดี ได้เรียกประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อซักซ้อมความเข้าใจ ก่อนวันประชุมจริงที่จะมีขึ้นในวันที่ 17-18 พ.ค.นี้
“การประชุมผู้ถือหน่วยเมื่อวันที่ 12 พ.ค.ผลออกมาในทางที่ดี และเป็นประโยชน์กับผู้ถือหน่วย ส่วนใหญ่ไม่อยากให้ทั้ง 3 กองทุนเพิกถอนออกจาก ตลท. โดยให้เหตุผลว่าต้องการรับเงินปันผลไปเรื่อยๆ แต่รอแจ้ง ตลท.วันจันทร์ที่ 15 พ.ค.นี้ ส่วนฝั่งผู้รับซื้อยังเดินหน้าซื้อสินทรัพย์คืนและถอนออกจากตลาดหุ้น” แหล่งข่าวเปิดเผย
แหล่งข่าวจากวงการตลาดทุน กล่าวว่า การซื้อคืนทรัพย์สินกองทุนอสังหาฯ มูลค่ากว่า 8 หมื่นล้านบาท ถูกจับตาอย่างมากทั้งจากในวงการอสังหาริมทรัพย์และตลาดทุน เนื่องจากเป็นรายการที่ใหญ่มาก นอกจากนี้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ติดตามเรื่องนี้ทุกวัน
วันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา ตลท.แจ้งเตือนขอให้ผู้ถือหน่วยลงทุนศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบและรักษาสิทธิโดยการเข้าร่วมประชุมในวันที่ 17 และ 18 พ.ค.นี้ เนื่องจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระมีความเห็นว่าผู้ถือหน่วยไม่ควรอนุมัติขายทรัพย์สิน ให้แก่ กลุ่มบริษัท แอสเสท เวิรด์ (AW) ผู้ถือหน่วยรายใหญ่ บริษัทในกลุ่มทีซีซีของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี
นอกจากนี้ ตลท.ระบุว่า การขายสินทรัพย์ทั้งหมดของกองทุนเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกัน ต้องได้รับมติจากผู้ถือหน่วยไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของผู้ถือหน่วยลงทุนที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงวาระเลิกกองทุนและเพิกถอนหน่วยลงทุนจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน ต้องได้รับมติจากผู้ถือหน่วยเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนหน่วยลงทุนที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกองทุนรวม







