
ทันสถานการณ์
รัฐบาลเมินสอบตก 3 ปีพล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงเรื่องที่นักการเมืองวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาสอบไม่ผ่าน ว่า เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของนักการเมือง แต่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ในประเทศทราบดีและขอเชิญชวนประชาชนติดตามการแถลงผลงาน 3 ปี ในช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค. เพื่อให้เห็นว่ารัฐบาลทำอะไรไปแล้วบ้าง เพราะที่ผ่านมาอาจมีการบิดเบือนข้อมูลโดยผู้ไม่หวังดี โดยเฉพาะโซเชียลมีเดียทบ.ชี้เว็บหมิ่นสถาบันลดน้อยลง พล.ต.ฤทธี อินทราวุธ ผู้อำนวยการศูนย์ไซเบอร์กองทัพบก เปิดเผยว่า การหมิ่นสถาบันในปัจจุบันลดน้อยลง เพราะมีความร่วมมือจากหน่วยเฝ้าระวังเป็นอย่างดี โดยตั้งแต่เดือน ต.ค. 2559 จนถึงปัจจุบัน ได้ตรวจพบ 820 รายการ จากเฟซบุ๊ก 365 รายการ ยูทูบ 450 รายการ และทวิตเตอร์จำนวน 5 รายการ โดยได้ประสานปิดไปแล้ว 435 รายการ อยู่ระหว่างดำเนินการ 111 รายการ และที่เปิดขึ้นมาใหม่ 274 รายการ โดยในเดือน เม.ย. 2560 มีจำนวน 120 รายการ ปชป.ค้าน สตง.ยับยั้งประชานิยมนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ไม่เห็นด้วยที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)
รัฐบาลเมินสอบตก 3 ปี
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงเรื่องที่นักการเมืองวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาสอบไม่ผ่าน ว่า เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของนักการเมือง แต่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ในประเทศทราบดีและขอเชิญชวนประชาชนติดตามการแถลงผลงาน 3 ปี ในช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค. เพื่อให้เห็นว่ารัฐบาลทำอะไรไปแล้วบ้าง เพราะที่ผ่านมาอาจมีการบิดเบือนข้อมูลโดยผู้ไม่หวังดี โดยเฉพาะโซเชียลมีเดีย
ทบ.ชี้เว็บหมิ่นสถาบันลดน้อยลง
พล.ต.ฤทธี อินทราวุธ ผู้อำนวยการศูนย์ไซเบอร์กองทัพบก เปิดเผยว่า การหมิ่นสถาบันในปัจจุบันลดน้อยลง เพราะมีความร่วมมือจากหน่วยเฝ้าระวังเป็นอย่างดี โดยตั้งแต่เดือน ต.ค. 2559 จนถึงปัจจุบัน ได้ตรวจพบ 820 รายการ จากเฟซบุ๊ก 365 รายการ ยูทูบ 450 รายการ และทวิตเตอร์จำนวน 5 รายการ โดยได้ประสานปิดไปแล้ว 435 รายการ อยู่ระหว่างดำเนินการ 111 รายการ และที่เปิดขึ้นมาใหม่ 274 รายการ โดยในเดือน เม.ย. 2560 มีจำนวน 120 รายการ
ปชป.ค้าน สตง.ยับยั้งประชานิยม
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ไม่เห็นด้วยที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีแนวคิดให้สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบยับยั้งโครงการประชานิยมได้ เพราะหากนโยบายนั้นสร้างความเสียหายในอนาคตก็ควรใช้กฎหมายที่มีอยู่เล่นงานเป็นกรณีๆ ไป จะให้มีอำนาจระงับยับยั้งนโยบายของพรรคการเมืองจะมีปัญหาในทางปฏิบัติ ควรให้ท้วงติง ตักเตือนได้ก็พอ และควรระมัดระวังการใช้อำนาจกลั่นแกล้งด้วย เพราะต่อจากนี้การได้มาของตำแหน่งในองค์กรอิสระอาจไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน การให้อำนาจตัดสินใจในลักษณะนี้อาจเข้าทางอำนาจแฝงในบ้านเมืองหรือไม่







