posttoday
LTF RMF ประหยัดภาษี

LTF RMF ประหยัดภาษี

09 พฤษภาคม 2560

โดย...รุจิระ บุนนาค กรรมการผู้จัดการ Marut Bunnag International  Law Office [email protected]ในประเทศที่พัฒนาแล้ว ประชาชนส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งประเทศมีการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งโดยทางตรง เช่น การซื้อหุ้นเป็นรายตัว หรือโดยทางอ้อม เช่น โดยผ่านการซื้อกองทุนรวม หรือโดยผ่านการหักเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนประกันสังคม แต่สำหรับประเทศไทยแล้ว การลงทุนของประชาชนในตลาดหลักทรัพย์ยังถือว่าค่อนข้างน้อยอยู่การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์นั้น สำหรับผู้เริ่มต้นลงทุนหรือมือใหม่ ควรลงทุนในกองทุนรวมก่อน กองทุนรวมที่เป็นที่นิยมสำหรับคนทำงานนั้นมี 2 แบบใหญ่ๆ คือ “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว” (Long Term Equity Fund) ที่เรียกว่า กองทุน LTF กับ “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” (Retirement Mutual Fund) ที่เรียกว่า กองทุน RMF เพราะกองทุนรวมทั้งสองประเภทนี้ สามารถนำเงินที่ซื้อกองทุนรวมไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้กองทุน LTF นั้น เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้น โดยกองทุนจะต้องนำเงินไปลงทุนในหุ้นไม่น้อยกว่า 65% ของทรัพย์สินของกองทุนรวม กองทุน LTF มีลักษณะเป็นการลงทุนระยะยาว โดยมีเงื่อนไขว่า ผู้ซื้อกองทุนจะข

โดย...รุจิระ บุนนาค กรรมการผู้จัดการ Marut Bunnag International  Law Office [email protected]

ในประเทศที่พัฒนาแล้ว ประชาชนส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งประเทศมีการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งโดยทางตรง เช่น การซื้อหุ้นเป็นรายตัว หรือโดยทางอ้อม เช่น โดยผ่านการซื้อกองทุนรวม หรือโดยผ่านการหักเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนประกันสังคม แต่สำหรับประเทศไทยแล้ว การลงทุนของประชาชนในตลาดหลักทรัพย์ยังถือว่าค่อนข้างน้อยอยู่

การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์นั้น สำหรับผู้เริ่มต้นลงทุนหรือมือใหม่ ควรลงทุนในกองทุนรวมก่อน กองทุนรวมที่เป็นที่นิยมสำหรับคนทำงานนั้นมี 2 แบบใหญ่ๆ คือ “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว” (Long Term Equity Fund) ที่เรียกว่า กองทุน LTF กับ “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” (Retirement Mutual Fund) ที่เรียกว่า กองทุน RMF เพราะกองทุนรวมทั้งสองประเภทนี้ สามารถนำเงินที่ซื้อกองทุนรวมไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้

กองทุน LTF นั้น เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้น โดยกองทุนจะต้องนำเงินไปลงทุนในหุ้นไม่น้อยกว่า 65% ของทรัพย์สินของกองทุนรวม กองทุน LTF มีลักษณะเป็นการลงทุนระยะยาว โดยมีเงื่อนไขว่า ผู้ซื้อกองทุนจะขายหน่วยลงทุนคืนได้ เมื่อถือไว้ครบ 7 ปีปฏิทิน เพราะทางภาครัฐต้องการส่งเสริมให้ประชาชนเป็นนักลงทุนระยะยาว ไม่ใช่นักลงทุนระยะสั้น หรือนักเก็งกำไร ซึ่งซื้อขายหุ้นหรือกองทุนรวมภายในระยะเวลาสั้นๆ ไม่กี่วัน หรือไม่กี่เดือน เพราะหากว่าจับจังหวะตลาดผิด หรือขายหุ้น หน่วยลงทุน เพราะความตระหนกตกใจ (Panic) เมื่อตลาดหุ้นลงแรงๆ มีโอกาสขาดทุนสูง และอาจจะเลิกลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ตลอดไป เพราะกลัวขาดทุน สำหรับการลงทุนระยะยาวนั้น แม้ว่าตลาดหุ้นอาจให้ผลตอบแทนดีบางปี และไม่ดีในบางปี หรือมีผลตอบแทนไม่เพิ่มขึ้นลดลงเท่าไหร่นักในบางปี แต่การถือหุ้นหรือหน่วยลงทุนเป็นระยะเวลาหลายปี เช่น 5 ปี จะนานพอที่จะทำให้นักลงทุนข้ามพ้นความผันผวนของตลาดหุ้นไปได้ และได้รับกำไรจากการลงทุนของตนในที่สุด

กองทุน LTF นั้น ได้รับการตอบรับที่ดี ถึงขนาดที่ช่วงปลายปีหุ้นมักจะขึ้น เพราะนักลงทุนมักจะมาซื้อกองทุน LTF กันอย่างเนืองแน่น เพื่อใช้สิทธิลดภาษีเป็นโค้งสุดท้ายของปีนั้น ซึ่งเมื่อมีเม็ดเงินเข้ามา ผู้จัดการกองทุนต้องนำเงินไปซื้อหุ้น ทำให้หุ้นขึ้น และต่อมาตอนช่วงต้นปีหุ้นมักจะลง เพราะนักลงทุนแห่ขายกองทุน LTF ที่ถือจนครบกำหนดแล้วผู้จัดการกองทุนต้องขายหุ้น เพื่อนำเงินมาจ่ายให้นักลงทุน จึงทำให้หุ้นลงจริงๆ แล้ว การซื้อกองทุนรวมนั้น หากทุ่มเงินซื้อครั้งเดียวในหนึ่งปี อาจจะได้หน่วยลงทุนในราคาที่แพง เพราะอาจไปซื้อตอนหุ้นขึ้น จึงควรใช้หลักการซื้อเฉลี่ย (Dollar Cost Average หรือ DCA) โดยซื้อจำนวนเท่าๆ กันทุกเดือนตลอดทั้งปี จะได้หน่วยลงทุนราคาถูกกว่า

แต่เดิมนั้น ภาครัฐกำหนดให้ผู้ลงทุนต้องถือกองทุน LTF เป็นระยะเวลา 5 ปีปฏิทินเท่านั้น ซึ่งเป็นการนับปีตามปฏิทิน ไม่ใช่การนับแบบวันชนวันให้เต็มปี ตัวอย่างเช่น ถ้าซื้อกองทุน LTF วันที่ 30 ธ.ค. พอถือไป 4 วัน จนถึงวันที่ 2 ม.ค. ของปีใหม่ ก็จะนับเป็น 2 ปีแล้ว ทำให้นักลงทุนมักซื้อกองทุนปลายปีที่ 1 แล้วไปขายต้นปีที่ 5 รวมระยะเวลาที่ถือกองทุน LTF จริงๆ เพียงแค่ 3 ปีกับไม่กี่วันเท่านั้น ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของภาครัฐที่ต้องการให้ถือหน่วยลงทุนระยะยาว จึงมีการแก้ไขกฎหมายให้ต้องถือกองทุน LTF ให้นานขึ้นเป็นระยะเวลา 7 ปี

สำหรับกองทุน RMF นั้น ไม่เกี่ยวกับการลงทุนระยะยาว แม้ว่าจะต้องถือหน่วยลงทุนนานมากก็ตาม แต่เป็นกองทุนสำหรับการเกษียณ เพราะคนไทยไม่ค่อยนิยมเก็บออมเงินไว้ใช้ในยามเกษียณ ซึ่งอาจทำให้ต้องลำบาก ไม่มีคุณภาพชีวิตที่ดียามหลังเกษียณ รวมถึงอาจเป็นภาระกับภาครัฐในการดูแลอุดหนุนด้วย กองทุน RMF มีเงื่อนไขว่า ต้องซื้อหน่วยลงทุนติดกันทุกปี (เว้นได้เพียง 1 ปี) และจะขายหน่วยลงทุนคืน และรับเงินได้เมื่ออายุครบ 55 ปี โดยได้ลงทุนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีเท่านั้น
เงินที่ลงทุนซื้อทั้งกองทุน LTF และกองทุน RMF นั้น สามารถ
นำมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามจำนวนและหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด กล่าวกันว่า ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่ซื้อกองทุนรวมแล้วนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ ขณะที่ประเทศอื่นๆ ผู้คนซื้อกองทุนรวม เพราะได้ผลตอบแทนดีกว่าการฝากเงิน ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงทำให้คนไทยนิยมซื้อกองทุน LTF และ RMF กันมาก เพราะประหยัดภาษี ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของภาครัฐที่ให้สิทธิลดหย่อนภาษีเพื่อให้ประชาชนเป็นนักลงทุนระยะยาว และมีเงินออมสำหรับการเกษียณ
แม้ว่าเจ้าหน้าที่ของธนาคารที่มีหน้าที่ขายและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการซื้อขายกองทุนรวมต้องมีใบอนุญาตจากภาครัฐ เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวให้ได้มาตรฐานก็ตาม แต่การให้คำปรึกษาและแนะนำอาจมีการผิดพลาดเกิดขึ้นได้
เมื่อไม่นานมานี้ เกิดกรณีที่เจ้าหน้าที่สองคนของธนาคารใหญ่แห่งหนึ่งให้คำแนะนำเกี่ยวกับการซื้อขายกองทุนรวมผิดพลาด ทำให้ลูกค้าปฏิบัติไม่ถูกต้องตามเงื่อนไขที่ภาครัฐกำหนด และต้องชำระค่าภาษี ดอกเบี้ย รวมถึงถูกปรับ ขาดประโยชน์จากกองทุนรวม ลูกค้าจึงร้องเรียนต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ส่งผลให้พนักงานธนาคารดังกล่าวถูกพักใบอนุญาต และธนาคารยอมรับผิดชดใช้เงินค่าเสียหายต่างๆ ให้กับลูกค้า
กรณีดังกล่าวนี้ต้องแสดงความชื่นชมต่อสำนักงาน ก.ล.ต.ที่ทำการตรวจสอบ และดำเนินการทำให้เกิดความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนต่อการลงทุนในตลาดกองทุนรวม รวมทั้งชื่นชมธนาคารที่แสดงความรับผิดชอบเพื่อให้ระบบตลาดเงิน ตลาดทุนยังคงเข้มแข็ง เป็นที่นิยมของนักลงทุนต่อไป

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง