posttoday
เศรษฐกิจไทยปี 2560 และในระยะยาว

เศรษฐกิจไทยปี 2560 และในระยะยาว

08 พฤษภาคม 2560

โดย...รศ.ดร.ยุทธนา เศรษฐปราโมทย์ คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ  นิด้า www.econ.nida.ac.th; [email protected]ในปี 2560 นี้ เศรษฐกิจไทยถูกคาดหมายว่าจะฟื้นตัวจากปี 2559 ที่จีดีพีเติบโต 3.2% โดยการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนคือสองปัจจัยที่ถูกจับตามองว่าจะสนับสนุนการเติบโตนอกเหนือจากการใช้จ่ายภาครัฐ ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา โดยในวันนี้ผมจะนำเสนอผลการพยากรณ์ทิศทางเศรษฐกิจในปี 2560 รวมทั้งจะเพิ่มเติมการนำเสนอมุมมองการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะกลางถึงระยะยาวของไทยในอนาคต เพื่อแสดงภาพรวมของทิศทางของเศรษฐกิจไทยและปัญหาของการเติบโตในระยะยาวผลการพยากรณ์ทิศทางเศรษฐกิจไทยจากแบบจำลองเศรษฐกิจมหภาคของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ล่าสุด คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยปี 2560 น่าจะขยายตัวใกล้เคียงปี 2559 คือ 3.2% อย่างไรก็ตามสัญญาณบวกของเศรษฐกิจที่ชัดเจน คือคาดการณ์ว่าการลงทุนภาคเอกชนจะมีสัญญาณฟื้นตัวจากที่ทรงตัวในปี 2559 (ขยายตัว 0.3%) ในปี 2560 นี้คาดว่าการลงทุนจะขยายตัว 7.1% นอกจากนี้มูลค่าการส่งออกสินค้าก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่น่าจะพลิกกลับมาขยายตัว 5% จากที่เคยหดตัวต่อเนื่องในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาในช่วงปี 2556-2558 ที่ผ่าน

โดย...รศ.ดร.ยุทธนา เศรษฐปราโมทย์ คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ  นิด้า www.econ.nida.ac.th; [email protected]

ในปี 2560 นี้ เศรษฐกิจไทยถูกคาดหมายว่าจะฟื้นตัวจากปี 2559 ที่จีดีพีเติบโต 3.2% โดยการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนคือสองปัจจัยที่ถูกจับตามองว่าจะสนับสนุนการเติบโตนอกเหนือจากการใช้จ่ายภาครัฐ ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา โดยในวันนี้ผมจะนำเสนอผลการพยากรณ์ทิศทางเศรษฐกิจในปี 2560 รวมทั้งจะเพิ่มเติมการนำเสนอมุมมองการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะกลางถึงระยะยาวของไทยในอนาคต เพื่อแสดงภาพรวมของทิศทางของเศรษฐกิจไทยและปัญหาของการเติบโตในระยะยาว

ผลการพยากรณ์ทิศทางเศรษฐกิจไทยจากแบบจำลองเศรษฐกิจมหภาคของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ล่าสุด คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยปี 2560 น่าจะขยายตัวใกล้เคียงปี 2559 คือ 3.2% อย่างไรก็ตามสัญญาณบวกของเศรษฐกิจที่ชัดเจน คือคาดการณ์ว่าการลงทุนภาคเอกชนจะมีสัญญาณฟื้นตัวจากที่ทรงตัวในปี 2559 (ขยายตัว 0.3%) ในปี 2560 นี้คาดว่าการลงทุนจะขยายตัว 7.1% นอกจากนี้มูลค่าการส่งออกสินค้าก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่น่าจะพลิกกลับมาขยายตัว 5% จากที่เคยหดตัวต่อเนื่องในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา

ในช่วงปี 2556-2558 ที่ผ่านมา การลงทุนภาคเอกชนมีการหดตัวต่อเนื่อง แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยที่ผ่านมาจะอยู่ในระดับต่ำก็ตาม แต่ผลจากปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอกประเทศ ทำให้การลงทุนที่ผ่านมาอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจ  และการส่งออกก็ชะลอตัวตามการชะลอตัวของประเทศคู่ค้าสำคัญ เช่น จีน ญี่ปุ่น และกลุ่มสหภาพยุโรป คาดการณ์ว่าในปี 2560 การลงทุนจะปรับตัวดีขึ้นตามผลของอัตราดอกเบี้ยซึ่งอยู่ในระดับต่ำมานาน นอกจากนี้การส่งออกก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามเศรษฐกิจของประเทศอุตสาหกรรมที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น และตามการขยายตัวของปริมาณนักท่องเที่ยวในระดับที่สูง

แม้ว่าการลงทุนภาคเอกชนและการส่งออกสินค้าจะส่งสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนในปีนี้ตามผลการพยากรณ์ข้างต้น แต่จากการพยากรณ์จีดีพีปี 2560 ที่คาดว่าจะขยายตัวใกล้เคียงกับปี 2559 (3.2%) เนื่องจากการขยายตัวของการนำเข้า โดยคาดว่าปริมาณการนำเข้าสินค้าและบริการรวมจะขยายตัว 7.4% จากที่เคยหดตัว 0.9 % ในปี 2559 นอกจากนี้ การบริโภคภาคเอกชนคาดว่าจะยังขยายตัวอยู่ 3.3% ใกล้เคียงกับปี 2559

อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่าในปี 2561 หากการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนยังขยายตัวต่อเนื่องจากปี 2560 เศรษฐกิจไทยมีโอกาสขยายตัวได้ 3.8% และคาดว่าในช่วงปี 2562-2564 แนวโน้มการขยายตัวน่าจะอยู่ในระดับ 3.5-4% บนสมมติฐานของการฟื้นตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจโลก ทำให้การส่งออกสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง (ปริมาณการส่งออกสินค้าและบริการขยายตัวในอัตรา 3-5% อย่างต่อเนื่อง) ซึ่งจะทำให้การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวได้ 4-7%

ต่อมาหากพิจารณาแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลจะไม่ใช่อุปสงค์ภายในและภายนอกประเทศอย่างในระยะสั้นในข้างต้น แต่ปัจจัยสำคัญคือศักยภาพการผลิตของประเทศที่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของกำลังแรงงาน การสะสมสินค้าทุนชดเชยส่วนที่เสื่อมราคา และการขยายตัวด้านประสิทธิภาพการผลิต

หากพิจารณาปัจจัยด้านกำลังแรงงานจะพบว่าประชากรไทยในช่วงอายุระหว่าง 15-59 ปี ต่อจากนี้จะเริ่มปรับตัวลดลง และคาดว่าในอีกไม่กี่ปีต่อจากนี้ คือหลังจากปี 2563 จำนวนชั่วโมงการทำงานรวมในระบบเศรษฐกิจของประชากรในกำลังแรงงานจะลดลง ปัจจัยนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันศักยภาพการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว นอกจากนี้อัตราการสะสมทุนที่ผ่านมา (การลงทุน-ค่าเสื่อม) มีการเติบโตของสินค้าทุนต่อหน่วยชั่วโมงทำงาน 1% ต่ำกว่าการขยายตัวของผลผลิต (3-4%) ทำให้สัดส่วนของสินค้าทุนต่อผลผลิตในระยะยาวปรับตัวลดลง ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว คาดว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจในระยะยาวจะปรับตัวลดลงจาก 4% ในปี 2564 เป็น 3.8% ในปี 2569 และลดลงเรื่อยๆ เป็น 3.44 ในปี 2589 เป็นไปตามการลดลงของจำนวนชั่วโมงทำงานเฉลี่ยตามกำลังแรงงานที่ลดลงตามจำนวนประชากรในวัยทำงานในระยะยาว

เนื่องจากการปรับเพิ่มแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะยาวจะต่างจากในระยะสั้นที่เน้นการกระตุ้นอุปสงค์ แต่จะต้องส่งเสริมศักยภาพการผลิตและการขยายตัวของกำลังแรงงานมีข้อจำกัดจากปัจจัยและเงื่อนไขเชิงโครงสร้างประชากรที่ยากจะเปลี่ยนแปลง ดังนั้นหากต้องการเพิ่มอัตราการขยายตัว แนวทางที่เป็นไปได้คือการขยายการลงทุน เพื่อทำให้อัตราการเพิ่มของการสะสมทุนต่อหน่วยชั่วโมงทำงานเท่ากับอัตราการเติบโตของผลผลิตมวลรวม ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลก็ตั้งเป้าหมายที่จะส่งเสริมให้เกิดการเพิ่มขึ้นของการลงทุนเอกชนผ่านกลไกต่างๆ อาทิ การพัฒนาการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่คาดหวังว่าจะช่วยกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชนให้เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวทางผลผลิตของประเทศได้ ซึ่งหากผลของนโยบายต่างๆ เกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้า จะช่วยให้เศรษฐกิจกลับมาขยายตัวได้ 4.9% ในช่วง 10 ปีข้างหน้าที่อยู่ในระดับ 3.5-4% อย่างที่คาดการณ์ไว้ และแม้ว่าแนวโน้มของกำลังแรงงานจะปรับตัวลดลง แต่ก็ยังคาดว่าเศรษฐกิจน่าจะขยายตัวได้ 4.5% ในช่วง 30 ปีข้างหน้า

ดังนั้น จากค่าพยากรณ์ทิศทางของเศรษฐกิจไทยในระยะสั้นและระยะยาวข้างต้น แสดงถึงความสำคัญของการลงทุนภาคเอกชน ซึ่งนอกจากจะเป็นปัจจัยที่เพิ่มอุปสงค์และการขยายตัวเศรษฐกิจในระยะสั้นแล้ว ยังส่งผลต่อการเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจไทยในระยะยาว  จึงเป็นที่จับตามองว่าในช่วงต่อจากนี้นโยบายที่ส่งเสริมทั้งในด้านนโยบายการเงินที่ใช้อัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยกระตุ้นการลงทุนในระยะสั้น และนโยบายการพัฒนาโครงการพื้นฐานและการพัฒนาเขตพื้นที่และอุตสาหกรรมเป้าหมายที่รัฐบาลพยายามอยู่ในปัจจุบัน จึงมีความสำคัญต่อทิศทางของเศรษฐกิจไทยในอนาคตครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท