
รัฐแก้เกมสินเชื่อ ปลุกชีพเอสเอ็มอี
โดย...เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตรแม้ตัวเลขการส่งออกของเดือน มี.ค. 2560 จะขยายตัวดีกว่าที่คาด แต่มีเหตุผลสนับสนุนจากการเร่งผลิตตามคำสั่งซื้อก่อนหยุดยาวเดือน เม.ย. ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน เม.ย. แม้จะดีต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน แต่สัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจยังเบาบาง และยังคงมีปัญหาที่กำลังซื้อของผู้บริโภคยังไม่ฟื้นตัวสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจฐานรากยังมีปัญหา กำลังซื้อยังไม่มี จึงทำให้ฟันเฟืองทางเศรษฐกิจยังหมุนไม่ได้เต็มที่ แม้ภาครัฐจะพยายามผลักดันงบประมาณลงรากหญ้าจำนวนมาก แต่ยังไม่เป็นผล ซึ่งมาจากหลายเหตุ หลายปัจจัยที่รัฐบาลต้องเข้าไปดู ไม่ว่าจะเป็นเงินกองทุนหมู่บ้าน เงินช่วยเหลือภาคเกษตร และสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ระดมมาตรการใส่เข้าไปก่อนหน้านี้ได้ผลจริงหรือไม่สำหรับภาคเอสเอ็มอีถือเป็นกลุ่มที่ฟื้นตัวช้า หลังจากประสบปัญหาวิกฤตทางเศรษฐกิจในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และเป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ของประเทศ เฉพาะจำนวนผู้ประกอบการที่มีข้อมูล คือ 2.7 ล้านราย แต่จริงๆ มีผู้เกี่ยวข้องไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน และถือเป็นกำลังซื้อส่วนใหญ่ของประเทศ เมื่อกลุ่มนี้ยังคงมี
โดย...เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร
แม้ตัวเลขการส่งออกของเดือน มี.ค. 2560 จะขยายตัวดีกว่าที่คาด แต่มีเหตุผลสนับสนุนจากการเร่งผลิตตามคำสั่งซื้อก่อนหยุดยาวเดือน เม.ย. ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน เม.ย. แม้จะดีต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน แต่สัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจยังเบาบาง และยังคงมีปัญหาที่กำลังซื้อของผู้บริโภคยังไม่ฟื้นตัว
สภาพการณ์ที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจฐานรากยังมีปัญหา กำลังซื้อยังไม่มี จึงทำให้ฟันเฟืองทางเศรษฐกิจยังหมุนไม่ได้เต็มที่ แม้ภาครัฐจะพยายามผลักดันงบประมาณลงรากหญ้าจำนวนมาก แต่ยังไม่เป็นผล ซึ่งมาจากหลายเหตุ หลายปัจจัยที่รัฐบาลต้องเข้าไปดู ไม่ว่าจะเป็นเงินกองทุนหมู่บ้าน เงินช่วยเหลือภาคเกษตร และสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ระดมมาตรการใส่เข้าไปก่อนหน้านี้ได้ผลจริงหรือไม่
สำหรับภาคเอสเอ็มอีถือเป็นกลุ่มที่ฟื้นตัวช้า หลังจากประสบปัญหาวิกฤตทางเศรษฐกิจในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และเป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ของประเทศ เฉพาะจำนวนผู้ประกอบการที่มีข้อมูล คือ 2.7 ล้านราย แต่จริงๆ มีผู้เกี่ยวข้องไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน และถือเป็นกำลังซื้อส่วนใหญ่ของประเทศ เมื่อกลุ่มนี้ยังคงมีปัญหาและรัฐบาลไม่สามารถฟื้นกำลังซื้อคนกลุ่มนี้ได้เศรษฐกิจไทยยังคงมีปัญหาต่อไป
ขณะเดียวกัน ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา การแก้ไขปัญหาเอสเอ็มอียังไม่ถูกจุดและไม่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ทำให้ปัญหาของเอสเอ็มอียังคงเรื้อรัง ปัจจุบันเอสเอ็มอีมี 2.7 ล้านรายก็จริง แต่ที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานภาครัฐมีประมาณ 7 แสนราย อีก 2 ล้านรายไม่อยู่ในระบบ และที่อยู่ในระบบก็ไม่ใช่ทั้งหมดที่จะเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น โดยเฉพาะมาตรการสินเชื่อผ่านธนาคารของรัฐนั้นก็ช่วยได้ไม่กี่ราย โดยเฉพาะเอสเอ็มอีขนาดเล็ก ส่งผลให้มีปัญหาสภาพคล่องเรื้อรัง กลายเป็นหนี้ครัวเรือนที่พอกพูนขึ้นตามลำดับ
รัฐบาลนำโดย สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และ อุตตม สาวนายนรมว.อุตสาหกรรม ประธานคณะกรรมการสานพลังประชารัฐกลุ่มเอสเอ็มอีสตาร์ทอัพ และโซเชียล เอนเตอร์ไพรส์ จึงได้ออกมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีขนาดจิ๋ว หรือไมโครเอสเอ็มอี เป็นแพ็กเกจทั้งด้านการเงินและด้านอื่นๆ เพื่อขับเคลื่อนสร้างรายได้ให้ชุมชน หมุนเศรษฐกิจฐานรากไปพร้อมๆ กัน
โดยเฉพาะมาตรการให้สินเชื่อเอสเอ็มอีคนตัวเล็ก เป็นการแก้เกมสำหรับเอสเอ็มอีที่เข้าถึงสินเชื่อของธนาคารได้ยาก ผ่านกลไกของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) โดยใช้กองทุนฟื้นฟูกิจการ วงเงิน 2,000 ล้านบาท ให้สินเชื่อเอสเอ็มอีรายจิ๋ว วงเงินไม่เกินรายละ 2 แสนบาท จำนวน 1 หมื่นราย โดยไม่คิดดอกเบี้ย 10 ปี และ 3 ปีแรกไม่ต้องชำระคืนเงินต้น
กลุ่มที่ 2 จะเป็นสินเชื่อ SMEs รายย่อย วงเงินไม่เกิน 6 แสนบาท จำนวน 5,000 ราย ใช้เงินกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐวงเงิน 3,000 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ย 1% ผ่อนปรนหลักประกัน ปลอดชำระเงินต้น 3 ปี ระยะเวลากู้ 7 ปี กลุ่มที่ 3 สินเชื่อ SMEs รายย่อยวงเงินไม่เกิน 10 ล้านบาท จำนวน 6,000 ราย ใช้เงินกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ วงเงินไม่เกิน 1.5 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 1% ผ่อนปรนหลักประกัน ปลอดชำระเงินต้น 3 ปีระยะเวลากู้ 7 ปี และกลุ่มที่ 4 สินเชื่อ SMEs รายย่อย วงเงินมากกว่า 10 ล้านบาท จำนวน 5,000 ราย โดยใช้สินเชื่อ SMEs Transformation Loan ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Development Bank) วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 3% มีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกัน ปลอดเงินต้น1 ปี ระยะเวลากู้ 7 ปี
สำหรับมาตรการช่วยเหลือด้านการเงินครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้ประมาณ 2.6 หมื่นราย มาตรการครั้งนี้หากทำได้จริง ถือว่าเข้ามาช่วยปลดล็อกหลายๆ ปัญหาของเอสเอ็มอีทั้งการเข้าถึงสินเชื่อของธนาคารได้ยาก เพราะไม่มีหลักประกัน และแม้ว่าจะมีกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจออกมาบังคับใช้แล้วก็ตาม แต่กลไกยังไม่ทำงาน ซึ่งรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้าไปดูว่าปัญหาคืออะไรกันแน่ ขณะเดียวกันเป็นการดึงให้เอสเอ็มอีที่อยู่นอกระบบใช้เงินกู้นอกระบบให้เข้ามาอยู่ในระบบ และมีมาตรการช่วยเหลือเพื่อพัฒนาผู้ประกอบการที่มีศักยภาพให้เติบโตอย่างแข็งแรงต่อไป
ขณะเดียวกัน คณะกรรมการสานพลังประชารัฐจะมีมาตรการในส่วนที่ 2 คือ การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนไปด้วยโดยคัดเลือกพื้นที่ที่จะสนับสนุนเงินทุนและงบประมาณผ่านกองทุนต่างๆ เพื่อพัฒนาแม่แบบธุรกิจ หรือ บิซิเนส โมเดลที่มีศักยภาพในการพัฒนาต่อได้ รวมทั้งโครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นต้น และมาตรการที่ 3 คือ ตลาดต้องชมรวมพล SMEs ของกระทรวงพาณิชย์ ที่กำหนดไว้ 500 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสร้างช่องทางในการจำหน่ายให้กับเอสเอ็มอี
ทั้งนี้ เมื่อรวมกับมาตรการเติมเงินผู้มีรายได้น้อย ที่กระทรวงการคลังกำลังพิจารณาออกมา หลังจากการดำเนินการเรื่องการลงทะเบียนคนจนแล้วเสร็จ เป็นความหวังว่าจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อของเศรษฐกิจฐานรากให้ฟื้นคืนมาได้ และช่วยในการหมุนเศรษฐกิจได้อีกหลายรอบหากเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้
อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อกังวลในขั้นตอนการปฏิบัติ หากไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายเล็กได้อย่างที่ตั้งเป้าหมายไว้ หรือตรงกับกลุ่มที่เป็นความหวังในการช่วยหมุนเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง การสาดกระสุน(เงิน) ในครั้งนี้ก็อาจจะไม่สัมฤทธิผล เหมือนกับเงินช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ออกไปก่อนหน้านี้กว่า 2 แสนล้านบาท ก็หายไปกับสายลม โดยที่ปัญหาของเอสเอ็มอีก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข







