posttoday
ถกค่าธรรมเนียมล้มลูกค้าฝันค้าง คลังหน้าหงาย

ถกค่าธรรมเนียมล้มลูกค้าฝันค้าง คลังหน้าหงาย

13 กันยายน 2553

หน้าที่หลักของ ธปท. คือ การกำกับสถาบันการเงินให้อยู่ในร่องในรอย และสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นกับผู้บริโภคให้มากที่สุด....

หน้าที่หลักของ ธปท. คือ การกำกับสถาบันการเงินให้อยู่ในร่องในรอย และสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นกับผู้บริโภคให้มากที่สุด....

โดย...ทีมข่าวการเงิน

แม้ กรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง จะเปิดโพยรายได้ค่าธรรมเนียมธนาคารพาณิชย์ผ่านเฟซบุ๊กว่า มากเสียจนไม่ต้องปล่อยกู้เพิ่ม กำไรก็บานเบอะสะท้อนความคิดเห็นเป็นนัยว่า สนับสนุนให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้าไปจัดการให้ธนาคารพาณิชย์ลดค่าธรรมเนียมลงมาให้ได้

แค่การแสดงความคิดเห็นแบบนั้น ปวงประชาต่างพากันปรบมือให้กับรัฐมนตรีสูงยาวเข่าดีที่มีทีท่าชัดเจนในเรื่องนี้

แต่การประชุมระหว่าง ธปท. กับธนาคารพาณิชย์ เมื่อเย็นวันที่ 9 ก.ย. ซึ่งใช้เวลาเกือบ 4 ชั่วโมง กลับได้ข้อสรุปแค่ว่า ธนาคารพาณิชย์ทั้งหมดจะลดค่าธรรมเนียมการโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์รายย่อยระหว่างธนาคาร (Bulk Payment) เหลือรายการละ 12 บาทเท่ากันหมด จากเดิมคิดรายการละ 12-100 บาท แล้วแต่วงเงิน เริ่มมีผลวันที่ 15 ธ.ค. 2553

ทั้งที่ Bulk Payment คือระบบการสั่งจ่ายเงินเดือน หรือจ่ายค่าสินค้าคราวละมากๆ ซึ่งผู้ที่ได้รับประโยชน์ก็คือบริษัท และผู้ประกอบการ

 

ถกค่าธรรมเนียมล้มลูกค้าฝันค้าง คลังหน้าหงาย

แต่เนื้อหาที่เกี่ยวกับลูกค้ารายย่อย โดยเฉพาะการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการฝากถอนเงินข้ามเขต ธปท. กลับบ้อท่าในการกดดัน สั่งการให้ธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติ

ฉิม ตันติยาสวัสดิกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท. ยอมรับว่า การประชุมครั้งนี้ลูกค้ารายย่อยแทบไม่ได้อะไรจากเรื่องนี้

ขณะที่เรื่อง Bulk Payment นั้นได้หารือกันมา 2-3 ปีแล้ว อีกทั้งการลดค่าธรรมเนียม Bulk Payment ทำให้ธนาคารพาณิชย์รายได้หายไปปีละ 100 ล้านบาท

ขณะที่เรื่องที่สังคมคาดหวังกันมากในการพิจารณายกเลิกการเก็บค่าธรรมเนียมการให้บริการทางการเงินข้ามเขต (กรุงเทพฯ ปริมณฑล กับต่างจังหวัด) อีก 3 รายการ กลับไร้ข้อสรุป

หนึ่ง ค่าธรรมเนียมการฝากถอนข้ามเขต ทั้งบัญชีออมทรัพย์ และบัญชีกระแสรายวัน ที่เคาน์เตอร์ธนาคาร ซึ่งส่วนใหญ่คิดอัตราค่าบริการหมื่นละ 10 บาท และเศษของหมื่นคิดพันละ 1-10 บาท

นอกจากนี้ ยังมีการคิดค่าคู่สายอีกครั้งละ 20 บาทด้วย ขณะที่ค่าธรรมเนียมโอนเงินจากบัญชีออมทรัพย์ไปบัญชีกระแสรายวันคิดค่าธรรมเนียมตั้งแต่ 10-50 บาทต่อรายการ

สอง ค่าธรรมเนียมขึ้นเงินเช็คข้ามเขต คิดหมื่นละ 10 บาท และคิดขั้นต่ำ 10 บาท ในกรณีที่นำเช็คเข้าบัญชี แต่หากเป็นกรณีขึ้นเป็นเงินสดจะคิดหมื่นละ 20 บาท

สาม การโอนเงินข้ามธนาคารผ่านตู้เอทีเอ็มถ้าไม่เกิน 1 หมื่นบาท คิดอัตรา 25 บาทต่อรายการ ถ้ามากกว่า 1 หมื่นบาท แต่ไม่เกิน 3 หมื่นบาท คิด 35 บาทนั้น จะทำรายได้ให้ธนาคารพาณิชย์หายไปปีละประมาณ 1 หมื่นล้านบาท

ทั้ง 3 รายการที่ถือเป็นหัวใจหลักและกระทบกับประชาชนจำนวนมาก กลับถูกลากยาวไปถึงไตรมาส 2 ปีหน้า ด้วยเหตุผลว่า ระบบธนาคารมีความซ้ำซ้อน และธนาคารแต่ละแห่งมีส่วนได้ส่วนเสียต่างกัน ธนาคารบางแห่งในต่างจังหวัดมีสาขามาก ขณะที่บางแห่งมีเครื่องเอทีเอ็มน้อย

“ธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่ยังไม่ยินยอมยกเลิกการเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าว โดยชี้แจงว่า แต่ละธนาคารมีต้นทุนไม่เท่ากัน และการบริหารจัดการในเรื่องนี้แตกต่างกัน ดังนั้นหากจะยกเลิกจะได้รับผลกระทบที่ไม่เท่ากัน” ฉิม กล่าว

หากกลับไปดูรูปแบบการเก็บค่าธรรมเนียมธนาคารพาณิชย์ โดยเฉพาะการคิดค่าธรรมเนียมกดเงินสดผ่านเครื่องเอทีเอ็มในต่างจังหวัดและกรุงเทพฯ ก็ชัดเจนว่าระบบยังเกิดความลักลั่น

คนอาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล หากกดเงินสดผ่านเครื่องเอทีเอ็ม โดยเครื่องเป็นธนาคารเดียวกันกับบัตรเอทีเอ็มจะกดเงินได้ฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม

แต่สำหรับคนต่างจังหวัดแม้จะกดเงินจากเครื่องธนาคารเจ้าของบัตร ในจังหวัดเดียวกันกลับต้องเสียค่าธรรมเนียมการกดเงินแต่ละครั้ง 20-25 บาท โดยธนาคารให้เหตุผลว่า ต่อให้จังหวัดเดียวกันก็ข้ามเขตแล้ว

ขณะที่คนกรุงเทพฯ หากเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัดก็ต้องกดเงินคราวละมากๆ เพราะไม่ต้องการเสียค่าธรรมเนียมการกดเงินสดจากต่างจังหวัด 20-25 บาท

นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้น และเป็นที่มาของธนาคารบางแห่งที่ออกผลิตภัณฑ์กดเอทีเอ็มเครื่องไหนในประเทศก็ได้ไม่เสียค่าธรรมเนียม แต่เก็บแรกเข้าทีเดียว 500 บาท

จึงเกิดคำถามที่ว่า เหตุใดธนาคารบางแห่งยังคิดแก้ปัญหาการกดเงินข้ามเขต และออกเป็นผลิตภัณฑ์อย่างนี้ได้ แต่ขณะที่บางธนาคารไม่ทำ หรือทำไม่ได้

ระบบที่เป็นอยู่ขณะนี้จึงรองรับคนกรุงเทพฯ และปริมณฑล ไม่ได้รองรับคนทั่วประเทศอย่างเท่าเทียมกัน ทำให้คนต่างจังหวัดต้องเดินหาสาขา และเครื่องเอทีเอ็มที่มีน้อยกว่าในกรุงเทพฯ อยู่แล้ว ต้องเสียค่าธรรมเนียมอีกทอดหนึ่ง

แหล่งข่าวจากธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง เปิดเผยว่า เครื่องเอทีเอ็มในต่างจังหวัดของธนาคารมีต้นทุนสูงกว่าเครื่องเอทีเอ็มที่ตั้งไว้ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทั้งค่าดูแลรักษาเครื่อง ค่าขนเงินสดใส่เครื่อง เพราะมีผู้ใช้บริการน้อยกว่าในกรุงเทพฯ แต่ธนาคารก็ต้องมีเครื่องให้บริการในต่างจังหวัด

อย่างไรก็ดี หากต้องการให้คิดค่าธรรมเนียมการกดเงินสดจากเครื่องที่ตั้งอยู่ในต่างจังหวัดน้อยลง ก็ต้องกลับมาทบทวนว่า ควรจะคิดค่าธรรมเนียมการกดเงินสดจากเอทีเอ็มของคนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลหรือไม่ เพื่อเกลี่ยต้นทุนให้เท่าเทียมกัน ซึ่งแน่นอนว่า เป็นเรื่องยาก และจะถูกคนกรุงเทพฯ ต่อต้านโวยวายอีก

การแก้ปัญหาเรื่องค่าธรรมเนียมจึงเป็นมหากาพย์ แม้ รมว.คลัง กับผู้นำรัฐบาลจะพยายามกดดันอย่างหนักก็ตาม

เพราะไม่มีธนาคารใดยอมเฉือนเนื้อตัวเอง แม้ธุรกิจนี้แต่ละปีมีกำไรนำโด่ง ติดหนึ่งในธุรกิจที่มีกำไรสูงสุดอย่างต่อเนื่อง

ไม่เว้นปีที่เกิดภาวะเศรษฐกิจโลก ธุรกิจธนาคารก็ยังจ่ายโบนัสให้พนักงาน และเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นได้อย่างสวยหรู

ฉะนั้น หน้าที่หลักของ ธปท. คือ การกำกับสถาบันการเงินให้อยู่ในร่องในรอย และสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นกับผู้บริโภคให้มากที่สุดนี่คือภารกิจที่ ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ว่าที่ผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่จะต้องเข้าไปทำให้บรรลุผล

ส่วนวิธีการลดต้นทุนและกระบวนการบริหารจัดการ เป็นหน้าที่ของธนาคารพาณิชย์ต้องไปหาวิธีจัดการเอง

ไม่เช่นนั้นในไตรมาส 2 ปีหน้า ที่ว่าจะเห็นข้อสรุปการลดค่าธรรมเนียมเกิดขึ้น ก็เป็นได้แค่ฝันกลางวัน... 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท