posttoday
ฝันของเด็กบุรีรัมย์ เมื่อติดคณะแพทย์ 5 สถาบัน

ฝันของเด็กบุรีรัมย์ เมื่อติดคณะแพทย์ 5 สถาบัน

07 พฤษภาคม 2560

การเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยถือเป็นสิ่งสำคัญและดูเหมือนจะยาก การวางแผนที่ดีจำเป็นต้องเริ่มต้น

โดย...พัชรศรี ปิ่นแก้ว

การเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยถือเป็นสิ่งสำคัญและดูเหมือนจะยาก การวางแผนที่ดีจำเป็นต้องเริ่มต้น ถึงท้อแต่อย่าพักนาน และความหมั่นเพียรเป็นสิ่งสำคัญ

น้องอ๊อด หรือรจิต รจิตบูรณะกุล นักเรียนชั้น ม.6/1 โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม ได้รับเกียรติบัตรนักเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32 (บุรีรัมย์) ที่สอบได้คะแนนเต็ม 100 คะแนน ตามผลประกาศการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต (O-NET) ปีการศึกษา 2559 อีกทั้งสามารถสอบติดคณะแพทย์และทันตแพทย์ได้ 5 แห่ง คือ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี, ทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล และเภสัชกร มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

น้องอ๊อด ว่าที่คุณหมอฟัน กล่าวว่า รู้สึกดีใจและภูมิใจมากกับสิ่งที่ตัวเองสามารถทำได้ เพราะกว่าจะสอบติดคณะที่ตัวเองฝันไว้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเรื่องที่ต้องเตรียมตัวและฝึกฝนสม่ำเสมอ เช่น การสอบโอเน็ตได้คะแนนเต็ม 100 คะแนน มาจากการเอาโจทย์ข้อสอบย้อนหลังประมาณ 5-10 ปีมาทำบ่อยๆ เพื่อหาข้อผิดพลาดของตัวเอง รวมถึงการหาทางแก้ไขด้วย

“ผมอยากเป็นหมอฟัน เพราะว่าชอบงานของอาชีพนี้ รวมถึงพ่อแม่เป็นหมอฟันทั้งคู่ จึงอยากเป็นเหมือนพ่อแม่ ซึ่งพวกท่านทั้งสองไม่ได้บังคับให้เดินทางมาเส้นนี้ แต่ท่านทั้งสองจะบอกว่าให้เลือกเรียนอะไรก็ได้ เรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบ ซึ่งอนาคตของผมเลือกเรียนคณะทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล”

จุดเริ่มต้นของผลสำเร็จต้องเริ่มจากการวางแผนที่ดี น้องอ๊อด กล่าวถึงการเรียนพิเศษว่าเรียนเหมือนเด็กทั่วไป ซึ่งสถาบันติวเตอร์ที่บุรีรัมย์ก็หาไม่ยาก การเตรียมตัวเรื่องนี้จึงวางแผนตั้งแต่ปิดเทอม ม.3 แต่จะเรียนมากขึ้นตอนช่วงปิดเทอม ม.5 โดยพ่อจะช่วยวางแผนการเรียนด้วย ส่วนทางโรงเรียนอาจารย์แต่ละวิชาจะเอาข้อสอบเก่าๆ มาให้ทำ ช่วยติวเนื้อหา เพื่อให้เด็กได้ฝึกฝนข้อสอบด้วยเช่นกัน สำหรับการเล่นเกม เล่นโทรศัพท์ เพิ่งมาเล่นในช่วงหลังสอบเสร็จ เพราะก่อนสอบจะไม่ค่อยแตะโทรศัพท์มากเท่าไร เป็นอีกเรื่องที่วางแผนไว้ เพื่อที่จะได้มีสมาธิกับการอ่านทบทวนเนื้อหาและการฝึกทำข้อสอบเก่าๆ

นอกจากนี้ น้องอ๊อด กล่าวว่า ความเครียดเป็นเรื่องธรรมดา ต้องมีเครียดบ้าง เพราะเรียนหนัก แต่ได้พ่อแม่ที่คอยให้กำลังใจ ไม่ได้บังคับหรือกดดันมากไป ซึ่งท่านทั้งสองจะช่วยวางแผนมากกว่า แถมจัดเวลาพักผ่อน หาหนังให้ดู หรือพาไปเที่ยวบ้าง ส่วนใหญ่พ่อก็จะพาไปเล่นกีฬาเพื่อคลายเครียด เพราะการเล่นกีฬาเป็นสิ่งที่ดีสุด การเตรียมตัวสอบจึงไม่เครียดมากนัก

ฝันของเด็กบุรีรัมย์ เมื่อติดคณะแพทย์ 5 สถาบัน

อย่างไรก็ตาม น้องอ๊อด ฝากถึงน้องรุ่นต่อไปสำหรับการเตรียมตัวสอบว่า เรื่องการวางแผนให้อ่านหนังสือ ทบทวนเนื้อหาต่างๆ ให้จบก่อนเปิดเทอม ม.6 และหมั่นทำโจทย์ข้อสอบ ถ้าจำเนื้อหาไม่ได้ก็ให้อ่านและทำซ้ำๆ ถ้าจะเรียนพิเศษก็ให้เริ่มวางแผนตั้งแต่ขึ้น ม.ปลายเลย 

“สำหรับน้องๆ อยากให้ใช้ช่วงเวลาปิดเทอมอ่านหนังสืออย่างเต็มที่ แต่ถ้ารู้สึกท้อก็ให้พัก แล้วกลับมาสู้ใหม่ แต่อย่าปล่อยเวลาเว้นว่างไปเป็นเดือนๆ แบบนี้จะไม่ดี การเกิดความท้อต้องมีบ้างเป็นธรรมดา อย่างผมยังท้อกับวิชาที่ไม่เก่ง แต่ต้องพยายามทำให้ได้มากที่สุด”

ขณะที่ อาจารย์อมฤทธิ์ บุพโต หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนคณิตศาสตร์ กล่าวถึงเด็กเก่งอย่างน้องอ๊อด ว่าเป็นเด็กที่ตั้งใจเรียนมาก ไม่เกเร ส่วนหนึ่งเป็นเพราะห้องเรียนของเขาเพื่อนๆ ก็ตั้งใจเรียนกัน เรื่องการทำกิจกรรมก็มีเข้าร่วมเหมือนเด็กๆ ทั่วไป ทั้งยังเห็นว่าเป็นเด็กมีแววเก่งด้านคณิตศาสตร์ตั้งแต่ ม.ปลาย จึงให้เป็นตัวแทนโรงเรียนพาไปสอบแข่งขันทักษะทางวิชาการ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ จ.บึงกาฬ ได้คะแนนเป็นลำดับที่ 6 ของภาค และได้ลำดับที่ 1 ในการแข่งขันทักษะคณิตศาสตร์ระดับจังหวัด ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ด้วย นอกจากนี้เรื่องการให้มาแนะนำรุ่นน้องในโรงเรียน เป็นเรื่องปกติที่ทางโรงเรียนจัดให้เด็กที่จบไปกลับมาแนะแนวคณะต่างๆ ให้รุ่นน้อง ซึ่งอ๊อดอาจจะต้องให้แนะนำในส่วนของการสอบโอเน็ตเพิ่มเติมด้วย เพื่อเป็นแรงกระตุ้นให้รุ่นน้องมีวิธีการประสบความสำเร็จแบบเขา

ส่วนความรู้สึกกับลูกศิษย์คนนี้ อาจารย์อมฤทธิ์ กล่าวว่า ต้องขอแสดงความดีใจสำหรับการเรียนที่สำเร็จระดับหนึ่ง และสอบติดมหาวิทยาลัยตามที่ต้องการด้วย สิ่งที่เขาทำสร้างชื่อเสียงให้ทั้งครอบครัวและโรงเรียนอีกครั้งด้วย ซึ่งมาจากความขยันของเขาเอง ทางโรงเรียนมีเพียงการจัดติวข้อสอบให้กับเด็กทุกคน นอกจากนี้ต้องชื่นชมครอบครัวของลูกศิษย์ เพราะเป็นครอบครัวที่ดูแลดี คอยให้กำลังใจที่ดี จึงส่งผลต่อการเรียนที่ดีด้วย ทั้งนี้ขอให้ลูกศิษย์ประสบความสำเร็จ จบออกมาเป็นทันตแพทย์ที่ดี

สิ่งที่เป็นที่น่าสังเกตจากน้องอ๊อด ก็คือ การแบ่งเวลาในการเรียนในแต่ละวันให้สมดุล ให้ความสำคัญกับทั้งการเรียนและกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ ซึ่งนับเป็นสิ่งที่สำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนักเรียนที่เตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยในปีการศึกษา 2561 ต้องติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด

ปีการศึกษาหน้า ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) มีมติเห็นชอบการปรับกระบวนการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษารูปแบบใหม่ตั้งแต่ปีการศึกษา 2561 เป็นต้นไป บางคณะจะมีเกณฑ์คัดเลือกผู้เรียนแตกต่างไปจากเดิมหลายส่วน เช่น รับด้วยแฟ้มสะสมงาน โดยไม่มีการสอบข้อเขียน การรับแบบโควตาที่มีการสอบข้อเขียนหรือการสอบภาคปฏิบัติ การรับตรงของกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) ที่จะจัดให้มีการสอบกลางร่วมกันในเวลาเดียวกัน เพื่อไม่ให้มีภาระเรื่องการวิ่งรอกสอบ

ฝันของเด็กบุรีรัมย์ เมื่อติดคณะแพทย์ 5 สถาบัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท