
วิธีเปิดตัวตน ทำให้คนถอดหน้ากาก
บทความนี้ขออิงกระแสจากรายการดังที่ให้นักแสดง นักร้อง หรือคนดังในแวดวงสังคมไทยมาใส่หน้ากากร้องเพลงประกวดกันหน่อยนะครับ
โดย...ธรรมนูญ มิตรเทวิน ที่ปรึกษาอาวุโส บริษัท เดอะไนล์
บทความนี้ขออิงกระแสจากรายการดังที่ให้นักแสดง นักร้อง หรือคนดังในแวดวงสังคมไทยมาใส่หน้ากากร้องเพลงประกวดกันหน่อยนะครับ เพราะตอนนี้กำลังมีซีซั่น 2 อยู่
สำหรับประเด็นที่น่าสนใจในมุมมองของนักพัฒนาบุคลากรอย่างผมคือ พฤติกรรมของผู้เข้าร่วมแข่งขัน ที่เมื่อใส่หน้ากาก กับถอดหน้ากาก จะแสดงออกต่างกันออกไปจนกรรมการในรายการบางทีถึงกับอ้าปากค้างว่า เป็นเขาหรือเธอได้อย่างไร ทำไมเวลาเจอกันไม่เห็นแสดงออกเหมือนตอนใส่หน้ากากเลย
จริงๆ เรื่องเหล่านี้ มันมีการอธิบายอยู่แล้วภายใต้ทฤษฎีภูเขาน้ำแข็งของ David McClelland ได้เปรียบเทียบบุคลิกลักษณะ (Characteristic) ของคนเปรียบเสมือนภูเขาน้ำแข็ง ซึ่งสิ่งที่แสดงออกมาให้คนได้เห็น และรับรู้คือ ภูเขาน้ำแข็งส่วนที่อยู่เหนือน้ำ
โดยสิ่งที่ซ่อนเอาไว้และเป็นตัวตนจริงๆ ของคนคนนั้นคือ ส่วนที่อยู่ใต้ภูเขาน้ำแข็งซึ่งยากมากที่จะแสดงให้คนทั่วไปได้เห็น
และเมื่อกลับมาเชื่อมโยงกับการแข่งขันร้องเพลงรายการนี้ การใส่หน้ากากก็เปรียบเสมือนเป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้สามารถได้เห็นส่วนที่อยู่ใต้ภูเขาน้ำแข็งของคนคนนั้น
อย่างไรก็ตาม ในเรื่องวิธีที่ทำให้ได้รู้จักตัวตนของคน ตามหลักการพัฒนาบุคลากร จะมีเครื่องมือหรือกลไกเพื่อใช้รู้จักตัวตนของคนคนนั้น หรือถอดหน้ากากคนได้ ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมขอเสนอวิธีการซึ่งเป็นขั้นตอนทำให้ได้รู้จักตัวตนหรือถอดหน้ากากคน 2 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้ครับ
ขั้นตอนที่ 1
ทลายเกราะป้องกันตนเองของคน ด้วยการสร้างความเชื่อใจและไว้ใจ ซึ่งก็มีแนวทางและหลักการมากมายที่จะทำให้เกิดขึ้นผ่านพฤติกรรมต่างๆ
ยกตัวอย่างเช่น เป็นคนทำตามที่รับปาก พูดอะไรทำอย่างนั้น ตรงต่อเวลา มีความสม่ำเสมอในการทำเรื่องต่างๆ รวมถึงแสดงออกถึงความเห็นอกเห็นใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนนี้จะยังไม่ได้ทำให้เราได้รู้จักตัวตนหรือคนเราก็ยังไม่ถอดหน้ากากให้เห็น เป็นเพียงการทำให้คนเกิดความรู้สึกสบายใจ กล้าพูดหรือแสดงพฤติกรรมอะไรบางอย่างเพิ่มมากขึ้น ที่แสดงออกถึงความเชื่อใจและไว้ใจเรา
ขั้นตอนที่ 2
สร้างสถานการณ์เพื่อสังเกตพฤติกรรม เพราะโดยธรรมชาติของคนเราเมื่อเชื่อใจหรือไว้ใจใครแล้วก็มักจะกล้าแสดงออกกับคนคนนั้นเพิ่มมากขึ้นตามขั้นตอนที่ 1
ดังนั้น เราต้องลองสร้างสถานการณ์เพื่อทำให้รู้จักนิสัยใจคอของคนคนนั้นได้
ยกตัวอย่างในวรรณกรรมสามก๊ก ขงเบ้งได้แนะนำวิธีสังเกตพฤติกรรมคนจาก 7 สถานการณ์ ประกอบไปด้วย
1.ยุแหย่ด้วยเรื่องดีร้าย แล้วสังเกตดูซึ่ง “ปณิธาน”
2.บริภาษให้อับจน แล้วสังเกตดูซึ่ง “ปฏิภาณ”
3.สอบถามซึ่งกลยุทธ์ แล้วสังเกตดูซึ่ง “ปัญญา”
4.บอกกล่าวซึ่งเคราะห์ภัย แล้วสังเกตดูซึ่ง “ความกล้า”
5.มอมเมาด้วยสุรา แล้วสังเกตดูซึ่ง “อุปนิสัย”
6.ผูกมัดด้วยอามิส แล้วสังเกตดูซึ่ง “ความสุจริต”
7.มอบหมายภารกิจให้ทำในเวลาที่จำกัด แล้วสังเกตดูซึ่ง “สัจจะ”
แต่สิ่งที่เราจะสังเกตเห็นพฤติกรรมในขั้นตอนที่ 2 ได้ชัดเจนมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับว่าเราทำขั้นตอนที่ 1 ได้ผลมากน้อยแค่ไหนนะครับ มันจะมีความสัมพันธ์ไปในทิศทางเดียวกัน
เมื่อกลับมามองในบริบทของตัวเราในฐานะเจ้าของกิจการที่มีพนักงาน หรือหัวหน้างานที่มีลูกน้อง เราสามารถนำเรื่องเหล่านี้มาประยุกต์ใช้ได้แน่นอนจากทั้งสองขั้นตอน
ผมหวังว่าหลังจากอ่านบทความนี้แล้วแต่ละท่านลองนำไปใช้ ทำให้รู้จักคนรอบข้างของท่านเพิ่มมากขึ้นและถอดหน้ากากทำงานกันนะครับ







