
ไขมันในเลือด (1)
เวลาไปโรงพยาบาลคงเคยได้ยินหมอพูดถึงการตรวจระดับไขมันในเลือด และหลายท่านก็อาจจะเคยตรวจมาแล้ว
โดย...ศ.ดร.นพ.วีรพันธุ์ โขวิฑูรกิจ หัวหน้าสาขาวิชาโรคต่อมไร้ท่อและเมตะบอลิสม ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เวลาไปโรงพยาบาลคงเคยได้ยินหมอพูดถึงการตรวจระดับไขมันในเลือด และหลายท่านก็อาจจะเคยตรวจมาแล้ว วันนี้จะขอทำความเข้าใจง่ายๆ กับการตรวจไขมันในเลือดกันครับ
ไขมันเป็นสารกลุ่มหนึ่งที่ไม่ละลายน้ำ ไขมันที่อยู่ในกระแสเลือดคนเรามีอยู่หลากหลาย เคยมีคนทำวิจัยดูว่าในเลือดของเรามีไขมันอยู่กี่ชนิดกันแน่ ใช้วิธีการที่ซับซ้อนในการแยกไขมันชนิดต่างๆ ออกมา
ผลที่ได้จากงานวิจัย พบว่ามีไขมันในเลือดอยู่มากกว่า 500 ชนิด วันนี้เราคงไม่มีเวลามาแจงไขมันทั้งหมด แต่จะขอเล่าถึงไขมันในเลือดที่เรารู้จักกันดี ซึ่งหลักๆ ก็จะมีด้วยกัน 2 ตัว คือ คอเลสเตอรอล (Cholesterol) และไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride)
คอเลสเตอรอลเป็นไขมันประเภทหนึ่งมีอยู่ในทุกเซลล์ของร่างกายเรา เนื่องจากเป็นส่วนประกอบของผนังที่หุ้มเซลล์ไว้ นอกจากนี้ ร่างกายยังนำเอาคอเลสเตอรอลไปเปลี่ยนต่อให้เป็นสารประเภทอื่นๆ ได้ด้วย ฮอร์โมนที่เรารู้จักกันดี เช่น ฮอร์โมนเพศหญิงหรือเอสโตรเจน และฮอร์โมนเพศชายหรือเทสโทสเทอโรน ก็มาจากคอเลสเตอรอลนี่แหละครับ
วิตามินบางอย่าง เช่น วิตามินดี ที่ช่วยเสริมกระดูกก็ได้มาจากคอเลสเตอรอลเช่นเดียวกันครับ คอเลสเตอรอลนอกจากจะอยู่ที่ผนังเซลล์และในเซลล์แล้ว ยังล่องลอยในกระแสเลือดให้เราวัดได้ด้วย
เวลาวัดคอเลสเตอรอลในกระแสเลือดจะได้ค่าออกมาเป็นคอเลสเตอรอลรวม ค่าที่เหมาะสม มีคนกำหนดไว้ว่าควรจะน้อยกว่า 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ถ้าเกิน 240 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ถือว่าสูง
อย่างไรก็ตาม คอเลสเตอรอลรวมนี้ รวมทั้งคอเลสเตอรอลดีและคอเลสเตอรอลไม่ดีเข้าด้วยกัน บางคนระดับคอเลสเตอรอลรวมในเลือดสูง เป็นเพราะมีคอเลสเตอรอลไม่ดีเยอะ แต่บางคนระดับคอเลสเตอรอลรวมในเลือดสูง เกิดจากคอเลสเตอรอลดีเยอะ
หลายท่านคงเคยได้ยินคำว่า “คอเลสเตอรอลดี” กับ “คอเลสเตอรอลไม่ดี” กันมาบ้าง คอเลสเตอรอลดีหรือบางคนรู้จักกันในชื่อของ “เอชดีแอล (HDL)” ส่วนคอเลสเตอรอลไม่ดี บางคนเรียกว่า “แอลดีแอล (LDL)”
เวลาเราเจาะเลือดนอกจากจะทราบระดับคอเลสเตอรอลรวมทั้งหมดแล้ว ยังสามารถทราบระดับ HDL และ LDL ด้วย
ถ้าร่างกายเรามีคอเลสเตอรอลไม่ดีมากๆ ในเลือด มันจะไปสะสมอยู่ในผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดตีบได้ เช่น หลอดเลือดหัวใจ ถ้าตีบก็เป็นโรคหัวใจขาดเลือด ทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายได้ แต่ถ้าหลอดเลือดตีบที่สมองก็จะมีอาการของอัมพฤกษ์ อัมพาต ขยับแขนขาไม่ได้ ปากเบี้ยว พูดไม่ชัดตามมา
ถ้าหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงขาหรือเท้าตีบ เวลาเป็นแผลก็จะไม่หาย เนื้อตาย อาจถูกตัดขาได้ ระดับของคอเลสเตอรอลไม่ดี (LDL) กำหนดไว้ว่าไม่ควรเกิน 130 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ถ้าเกิน 160 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ถือว่าสูง ตั้งแต่ 190 มิลลิกรัม/เดซิลิตรขึ้นไป ถือว่าสูงมาก ยิ่งสูงมาก ก็เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดตีบมากขึ้น
ส่วนคอเลสเตอรอลดี (HDL) ถ้ามีเยอะๆ ก็จะช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดตีบได้ เนื่องจากคอเลสเตอรอลดีเหล่านี้ มีหน้าที่นำคอเลสเตอรอลส่วนเกินออกจากเซลล์ขับออกไปทิ้งออกนอกร่างกาย ค่าปกติของคอเลสเตอรอลดี อยู่ในช่วง 40-60 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ถ้าน้อยกว่า 40 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ถือว่าต่ำไป ถ้ามากกว่า 60 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ถือว่าสูง คนที่ระดับเอชดีแอลต่ำจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดตีบสูง แต่คนที่มีระดับเอชดีแอลสูงจะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดตีบต่ำ
นอกจากนี้ ยังมีไขมันอีกตัวหนึ่งในเลือดที่เรียกว่า “ไตรกลีเซอไรด์” ไขมันตัวนี้นอกจากจะอยู่ในกระแสเลือดแล้ว ยังพบมากในเซลล์ไขมัน ร่างกายจะเก็บไตรกลีเซอไรด์ไว้ในเซลล์ไขมัน เพื่อเป็นพลังงานเก็บสะสมไว้ในยามที่ร่างกายต้องการพลังงานก็จะมีการสลายไตรกลีเซอไรด์ออกมาจากเซลล์ไขมัน นำไปใช้เป็นพลังงานในส่วนต่างๆ ของร่างกาย
เวลาที่เราได้รับพลังงานเกินความจำเป็น เช่น รับประทานอาหารมากเกินไป แต่ไม่ได้มีการใช้พลังงานในการออกกำลังกาย ร่างกายก็จะอ้วนขึ้น เนื่องจากมีการสะสมไตรกลีเซอไรด์ไว้ในเซลล์ไขมันนั่นเอง
ดังนั้น ในคนอ้วนนอกจากจะมีไตรกลีเซอไรด์สะสมในเซลล์ไขมันมากแล้ว ยังพบว่าระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงขึ้นด้วย ค่าปกติของระดับไตรกลีเซอไรด์ในกระแสเลือดควรต่ำกว่า 150 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ถ้าเกิน 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ถือว่าสูง และตั้งแต่ 500 มิลลิกรัม/เดซิลิตรขึ้นไป ถือว่าสูงมาก
คนไข้ที่มีระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงมากๆ จะเสี่ยงต่อการเกิดภาวะตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน ซึ่งจะมีอาการปวดท้อง จุกแน่นลิ้นปี่ คลื่นไส้อาเจียน เป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรับไว้รักษาในโรงพยาบาล
เวลาที่ระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง เรามักจะพบว่าระดับไขมันดี (HDL) มักจะต่ำด้วย บทบาทของไตรกลีเซอไรด์ในการทำให้เกิดหลอดเลือดตีบนั้น ยังน้อยกว่าคอเลสเตอรอล คนที่มีระดับไตรกลีเซอไรด์สูงและเอชดีแอลต่ำมักพบในคนไข้ที่มีภาวะอ้วนลงพุง ซึ่งจะมีความผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ระดับน้ำตาลสูง เป็นเบาหวาน มีความดันโลหิตสูง คนไข้กลุ่มที่อ้วนลงพุงนี้มีความเสี่ยงเกิดโรคหลอดเลือดตีบสูงมากกว่าคนที่ไม่อ้วนลงพุงเช่นกัน
คราวหน้าผมจะมาเล่าต่อว่า ใครควรจะตรวจระดับไขมันในเลือดบ้าง ถ้าตรวจแล้วผิดปกติจะต้องทำอะไรต่อไป







