posttoday
U-City เมืองเก่งของเกาหลี

U-City เมืองเก่งของเกาหลี

07 พฤษภาคม 2560

อะไรทำให้คุณมีความสุขคะ... หากมีคนมาถามเช่นนี้ หลายๆ ท่านอาจจะยังไม่สามารถตอบได้ทันที

โดย...ดร.เพียงออ เลาหะวิไลย [email protected]

อะไรทำให้คุณมีความสุขคะ... หากมีคนมาถามเช่นนี้ หลายๆ ท่านอาจจะยังไม่สามารถตอบได้ทันที แต่ต้องใช้เวลาคิดสักนิดหนึ่งเพราะความสุขของคนส่วนใหญ่มักเกาะเกี่ยวอยู่กับสิ่งที่อยู่ภายนอกตัวเอง เช่น ครอบครัว ลูก สัตว์เลี้ยง สวนครัว ดอกไม้ เพื่อน งาน อาหาร... ยิ่งไปกว่านั้นสาเหตุที่ทำให้คนเรามีความสุขแทบจะไม่เหมือนกันเลยในแต่ละวัน...จากการสุ่มตัวอย่างสัมภาษณ์พนักงานบริษัทหนึ่ง ในจำนวน 650 คน วันที่คนส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 80 รู้สึกมีความสุขในระดับที่ใกล้เคียงกัน ได้แก่ วันเงินเดือนออก!

หากพูดในแง่การบริหารทรัพยากรมนุษย์แล้ว บริษัทนี้ล้มเหลวในการสร้างความพึงพอใจในการทำงานให้พนักงาน เนื่องจากทำงานมาทั้งเดือนแต่มีความสุขมากแค่วันเดียว วันหยุดสุดสัปดาห์ก็มีความสุขปานกลาง แต่วันจันทร์กลายเป็นความทุกข์ ส่วนวันทำงานไม่ต้องพูดถึง พนักงานมาทำงานเพราะต้องมาทำหน้าที่ โดยขาดแรงจูงใจให้เกิดความกระตือรือร้นที่จะมา ที่จริงหลายปีก่อนบริษัทนี้เคยมีดัชนีชี้วัดความสุขของพนักงานและโครงการต่างๆ ที่ทำให้ดัชนีชี้วัดนี้คงอยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจ แต่ได้ยกเลิกไปเพราะเปลี่ยนผู้บริหาร วิสัยทัศน์จึงเปลี่ยน

วิสัยทัศน์ของผู้บริหารเป็นเรื่องที่สำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง คือ จะทำให้เกิดการยกระดับให้ดีขึ้นหรือดิ่งเหวเลวลงก็ได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมี CHANGE  MANAGEMENT เพื่อควบคุมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตามที่ประสงค์ เช่น วัตถุประสงค์ของการสร้างเมืองอัจฉริยะ Smart City มิได้มีเป้าหมายที่การติดตั้งโครงข่ายการสื่อสาร อินเทอร์เน็ต อุปกรณ์เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ เข้าไปในเมืองให้มากที่สุด แต่เป้าหมายแท้จริง คือ การสร้างความสุข สะดวกสบาย และปลอดภัยแก่คนที่อาศัยในเมือง ด้วยระบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประหยัดพลังงานและทรัพยากรโลก หากผู้ดำเนินงานเน้นแต่การลงทุนในระบบ แต่ไม่ฟังความต้องการในการใช้งานของคนในเมืองเลย โครงการเมืองอัจฉริยะก็ไม่ประสบผลสำเร็จ

U-City เมืองเก่งของเกาหลี

เกาหลีชอบที่จะทำอะไรแตกต่างจากคนอื่นๆ จึงมีวิสัยทัศน์ในการสร้างเมืองอัจฉริยะแตกต่างจากเมืองอื่นๆ ในเอเชีย...ในปี 2006 เกาหลีได้ประกาศเริ่มต้นโครงการ U-KOREA MASTER PLAN ...เขาไม่ได้เรียกเมืองว่า Smart City แต่เป็น Ubiquitous City จึงมีตัวย่อว่า U อยู่ในแผน 2-3 ปีต่อมาวงการเมืองอัจฉริยะของโลกต่างคาดกันว่า เกาหลีจะมี Ubiquitous City ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่เมืองซองโด...

แล้ว Ubiquitous City กับ Smart City แตกต่างกันอย่างไรล่ะ ...โชคดีที่โลกนี้ยังมีคนช่างคิดช่างทำ จึงก่อให้เกิดความรู้ต่างๆ มากมาย นักวิชาการได้แบ่งประเภทของเมืองที่ประดับประดาไปด้วยเทคโนโลยีออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่  1) Digital City 2) Smart City 3) Ambient City 4) Ubiquitous City

ตำนานของ Digital City เริ่มเกิดขึ้นราวช่วงทศวรรษ 1990 เมื่ออินเทอร์เน็ตได้แพร่หลายออกไปสู่สาธารณชน เมืองดิจิทัลจึงเป็นเมืองที่ประชาชน นักท่องเที่ยว และนักธุรกิจสามารถติดต่อและเข้าถึงข้อมูลของหน่วยราชการผ่านอินเทอร์เน็ต สามารถใช้บริการและแสดงความคิดเห็นได้ด้วยระบบออนไลน์ พูดง่ายๆ เมืองดิจิทัลเป็นตัวเชื่อมระหว่างเมืองที่เป็นรูปธรรมเป็นตึก อาคารสถานที่ราชการ กับประชาชน โดยที่ประชาชนไม่ต้องไปถึงสถานที่นั้นๆ ด้วยตนเอง เมืองดิจิทัลแรกๆ ในยุโรป ได้แก่ อัมสเตอร์ดัม เฮลซิงกิ ส่วนในเอเชีย เมืองแรกๆ ได้แก่ โตเกียวและสิงคโปร์

U-City เมืองเก่งของเกาหลี

Smart City ก็เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 1990 เช่นเดียวกัน มีที่มาจากยุโรปและอเมริกา โดยมีแนวคิดเพิ่มว่า เมืองต้องมีความเฉลียวฉลาด หรือ “Intelligent City” เข้าไปด้วย จึงผนวกเอามนุษย์กับเทคโนโลยีเข้ามาเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างเมือง ความแตกต่างของเมืองดิจิทัลกับเมืองสมาร์ทอยู่ที่เมืองสมาร์ทมีแอพพลิเคชั่นที่ตอบสนองความต้องการของมนุษย์ และให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและการจัดการความรู้ของมนุษย์ที่จะมีผลต่อระบบเศรษฐกิจของเมือง ดังนั้นจึงเกิดระบบการเชื่อมโยงการค้าขายออนไลน์ การทำธุรกิจ ธุรกรรมในชีวิตประจำวันของคนเมืองในโครงข่ายอินเทอร์เน็ตด้วย

ส่วน Ambient City แตกต่างจากเมืองสมาร์ทและเมืองดิจิทัลตรงที่โครงข่ายอาจจะไม่ครอบคลุมบางส่วนของเมืองหรือบางกลุ่มคน เนื่องจากคนบางกลุ่มรักความเป็นส่วนตัว หรือไม่ก็ค่าใช้จ่ายในการใช้เทคโนโลยีสูงเกินกว่าที่จะจ่ายได้ จึงยังไม่สามารถเข้าถึงโครงข่ายได้ครอบคลุมทุกเรื่อง จึงเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Live and Dead Zones” โดย บริษัทโทรคมนาคมหลีกเลี่ยงที่จะติดตั้งเครือข่ายในโซนที่ประชาชนไม่สามารถจ่ายเงินซื้อสินค้าหรือเทคโนโลยีได้ บริเวณนี้จึงเรียกว่า Dead Zone ในขณะที่ประชาชนใน Live Zone จะมีโครงข่ายเทคโนโลยีและบริการทางอินเทอร์เน็ตให้ซื้อใช้อย่างเต็มที่...ฟังดูช่างเป็นเรื่องของการแบ่งแยกชนชั้นทางเศรษฐกิจเหลือเกิน อย่างไรก็ตามเมืองAmbient City เกิดขึ้นจริงในหลายๆ ภูมิภาคที่มีความแตกต่างของรายได้อย่างชัดเจน

สุดท้าย มาถึง Ubiquitous City (U-City) คำว่า Ubiquitous หมายถึง การแพร่ขยายหรือการเชื่อมโยงโครงข่ายที่ไม่สิ้นสุด ที่จริงเมืองดิจิทัลและเมืองสมาร์ทก็ใช้  Ubiquitous Technology อยู่แล้ว แต่คนที่ทำให้เกิดความแตกต่าง และเกิด Ubiquitous City อย่างสมบูรณ์ คือ เกาหลีนี่เอง...

ในขณะที่ Ubiquitous ยังเป็นแนวความคิดทางเทคโนโลยี ในปี 2005 เกาหลีได้ตัดสินใจที่จะสร้างเมือง U-City แห่งแรกของโลก ที่เมืองใหม่ซองโด ซึ่งเป็นการสร้างเมืองขึ้นมาใหม่ และสร้างสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่ติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี ตั้งแต่การสร้างเมืองลงในระบบโครงข่ายของเมืองตั้งแต่รากฐาน เช่น ตั้งแต่การวางเซ็นเซอร์ลงในเส้นท่อน้ำประปาตั้งแต่ก่อสร้าง วางเซ็นเซอร์และกล่องจราจรอัจฉริยะตั้งแต่ขุดสร้างถนน ...การกำหนดทิศทางของเมืองประกอบ ผู้ที่เกี่ยวข้อง 3 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายรัฐ โดยกระทรวงสารสนเทศและการสื่อสารเกาหลี และกระทรวงการก่อสร้างและการขนส่ง ฝ่ายเอกชน คือ บริษัทเอกชน ได้แก่ Samsung LG และมีบริษัทอเมริกันแทรกเข้ามาได้ 2 บริษัท คือ Gale International และ Cisco ฝ่ายสุดท้าย คือ ประชาชนผู้ที่อยู่อาศัยในเมืองผู้ที่ต้องใช้เทคโนโลยีนั้นทุกๆ วัน...

(อ่านต่อฉบับหน้า)

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล